นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 呆若木鸡/呆若木雞 dāi ruò mù jī (ไต รั่ว มู่ จี) แข็งทื่อดังหุ่นไก่ โดย คำว่า 呆 dāi (ไต) แปลว่าตะลึง ตะลึงจนตัวแข็งทื่อ 若ruò (รั่ว) แปลว่า เหมือนกับ เหมือนดั่ง 木 mù (มู่) แปลว่า ไม่ 鸡/雞 jī (จี) แปลว่า ไก่ เมื่อนำมารวมกันแปลตรงๆ หมายถึง ตะลึงตกใจจนยืนแข็งทื่อเหมือนหุ่นไก่ ซึ่งก็หมายถึงคนที่ตกใจสุดขีดจนยืนแข็งทื่อ ความหมายในอดีตนั้น ไม่ได้หมายความตามเช่นนั้น แต่หมายถึงผู้ที่สุขุมเยือกเย็นยามเผชิญหน้าต่อสถานการณ์ต่างๆ และแก้ไขปัญหาด้วยความใจเย็นและรอบคอบ จะเห็นว่าความหมายในปัจจุบันกับในอดีตนั้นตรงข้ามกันเลยทีเดียว รายละเอียดดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตนี้
จีนในยุคปลายสมัยชุนขิว 春秋 Chūn Qiū เป็นยุคก่อเกิดนักปรัชญาและนักคิดด้านต่างๆ มากมาย จึงทำให้เกิดแนวคิดใหม่ขึ้นมากมาย สุภาษิตจีนจำนวนมากก็ได้อ้างถึงยุคนี้ด้วยเช่นกัน สุภาษิตคำนี้มีตำนานเล่าว่า กษัตริย์โจวเซวียนหวาง 周宣王 Zhōu xuān wánɡ ชอบการชนไก่มาก พระองค์จึงจัดให้มีการแข่งขันชนไก่อยู่เสมอ และพระองค์เองก็จะส่งไก่ชนลงประชันด้วย ก็มีแพ้มีชนะบ้างตามธรรมดาของการกีฬา แต่พระองค์คิดว่า ถ้าได้คนที่มีความรู้ด้านไก่ และสามารถสอนให้ไก่ชนได้เก่ง เขาก็จะเป็นผู้ที่ชนะตลอดกาลได้ จึงมีผู้เสนอว่า มีชายคนหนึ่งชื่อจี้จื่อ纪子/紀子Jìzǐ เชี่ยวชาญการฝึกสอนไก่ชน ไก่ที่เขาฝึกสอนจะชนชนะไก่ของคนอื่นเสมอ กษัตริย์โจวเซวียนไม่รอช้า รีบประกาศตามหาตัวจี้จื่อทันที และเมื่อจี้จื่อถูกตามตัวมาเข้าเฝ้า ก็บอกว่าจะให้ฝึกสอนไก่ให้ชนได้เก่ง และชนะคู่ต่อสู้ได้หมดนั้นไม่ยาก แต่ต้องให้เวลาเขาฝึกสอนไก่ กษัตริย์โจวเซวียนตอบตกลง เมื่อผ่านไปได้สิบวัน กษัตริย์โจวเซวียนก็ถามว่า ไก่ฝึกไปถึงไหนแล้ว ออกไปชนได้หรือยัง จี้จื่อตอบว่ายังออกชนไม่ได้ เพราะเมื่อมันได้ยินเสียงไก่ตัวอื่นขัน มันก็จะกระโจนเข้าใส่ทันที กษัตริย์โจวเซวียนก็ให้เวลาเขาอีกสิบวัน เมื่อครบกำหนดก็ทวงถาม จี้จื่อก็ตอบว่ายังไปชนไม่ได้ เพราะจิตใจของมันยังไม่สงบ ควบคุมตนเองไม่ค่อยได้ แล้วเวลาก็ผ่านไปอีกสิบวัน กษัตริย์ก็ถามแกมเหน็บแนมว่า นี่ก็ร่วมเดือนแล้วไก่คงจะชนได้แล้วสินะ ถ้ายังออกชนไม่ได้อีก ไก่คงแก่ตายพอดี จี้จื่อตอบว่า ใช้ได้แล้ว มันสุขุมเยือกเย็น ชูคอสง่างาม ไม่สะทกสะท้านต่อศัตรูใดๆ ที่เข้ามาใกล้ สายตามั่นคง ไม่วอกแวก รับรองได้ว่าไม่ว่าไก่ชนตัวไหนเข้ามาชนกับมัน แค่เข้าใกล้ สบสายตา และเห็นท่าทางของมันแล้ว เป็นอันต้องวิ่งหนีโดยไม่ต้องตีกันเลยทีเดียว กษัตริย์ไม่เชื่อ จึงนำไก่ตัวนั้นไปชนดู ก็ปรากฏว่า ไก่ชนตัวอื่นๆ แค่เข้าใกล้มัน ก็หลบหนีวิ่งวุ่นไปหมด มันจึงไม่ต้องออกแรงตีเลย แค่ยืนชูคอนิ่งๆ เหมือนไก่ไม้แกะสลักแค่นั้นก็พอ
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:因恐惧或惊讶而发愣的样子。
成語比喻:因恐懼或驚訝而發楞的樣子。
Chénɡyǔ bǐyù:Yīn kǒnɡjù huò jīnɡyà ér fālènɡ de yànɡzǐ。
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ : อิน โข่งจวี้ ฮั่ว จิงย่า เอ๋อร์ ฟาเลิ่ง เตอะ ย่างจื่อ
สุภาษิตเปรียบว่า เนื่องจากกลัวหรือตกใจจนเกิดอาการตะลึงตัวแข็ง
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
突然来的坏消息,把他吓得呆若木鸡,一动也不动了。
突然來的壞消息,把他嚇得呆若木雞,一動也不動了。
Tūrán lái de huài xiāoxī,bǎ tā xià dé dāi ruò mù jī,yī dònɡ yě bú dònɡ le。
ทูหราน ไหล เตอะ ไฮว่ เซียวสี่, ป่า ทา เซี่ย เต๋อ ไต รั่ว มู่ จี, อี โต้ง เหย่ ปู๋ โต้ง เลอะ
ข่าวร้ายที่มาอย่างกะทันหัน ทำให้เขาตกใจตะลึงงัน ตัวแข็งทื่อไปเลยทีเดียว
ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

