ตำรวจ ลั่น ‘ภาษาพาที’ ตีกรอบเด็กไม่ไหว ต้องรื้อใหม่ 10 ปีนานไป ฟ้องภาพลักษณ์รัฐบาล เก่าเหมือนเนื้อหา
เมื่อวันที่ 25 เมษายน สืบเนื่องกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หนังสือแบบเรียน ภาษาพาที ชั้น ป.5 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเกิดประเด็นถกเถียงถึงเนื้อหาในแบบเรียน จากเนื้อหาการกินไข่ต้มครึ่งซีกเหยาะน้ำปลา หรือข้าวเปล่าคลุกน้ำผัดผักบุ้ง ทำให้ตัวละครในหนังสือมีความสุข ถือเป็นความพอเพียง เห็นคุณค่าชีวิต
ผู้สื่อข่าวมติชน ลงพื้นที่สัมภาษณ์แหล่งข่าวเพื่อสอบถามถึงความคิดเห็นที่มีต่อประเด็นดังกล่าว
นายอธิป (สงวนนามสกุล) หรือ ปี๊บ อายุ 18 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ความเป็นไทยไม่จำเป็นต้องเหมือนกับเนื้อหาในหนังสือที่พยายามสอดแทรกมา เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
“ยุคสมัยนั้น กับยุคสมัยนี้มันต่างกันมากแล้ว เดี๋ยวนี้แค่ประมาณ 5 ปีก็เปลี่ยนไปเยอะ” นายอธิปกล่าว

นายอธิปอธิบายต่อว่า การที่หนังสือพยายามพูดถึงเรื่องความสุขที่ได้จากการกินไข่ต้มเพียง ‘ครึ่งซีก’ นั้นเหมือนเป็นการตอกย้ำถึงรัฐบาลว่าที่ผ่านมาดูแลประชาชนดีหรือไม่ อย่างไร จึงส่งผลให้ประชาชนจำเป็นต้องกินแค่นั้น รัฐบาลควรจะต้องมีสวัสดิการให้แก่เด็กและเยาวชน ครอบคลุมจนถึงอายุ 18 ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่ง ทุนสำหรับการศึกษา ซึ่งการที่ผู้เขียนนำประเด็นดังกล่าวมาสอดแทรก และพยายามนำเสนอให้เป็นเรื่องสวยงามนั้น แท้จริงไม่เหมาะสมเท่าไหร่
“แม้จะไม่ใช่ประเด็นหลักที่เขาต้องการจะสื่อ แต่เด็กจะจมอยู่กับความคิดนั้นว่าเรากินแค่นั้นก็พอ และจริงๆ บางคนกินได้ดีกว่านั้น” นายอธิปกล่าว
เมื่อถามถึงการปรับปรุงเนื้อหา นายอธิปกล่าวว่า ควรต้องรื้อเนื้อหาใหม่ทั้งหมด เนื่องจากเป็นความคิดเมื่อนานมาแล้ว เห็นสมควรที่จะต้องปรับปรุงตามยุคสมัย
“ณ เวลานั้นมันอาจจะยังเข้าใจได้ แต่ในยุคสมัยนี้มันใช้ไม่ได้แล้ว”
นายอธิปกล่าวเพิ่มเติมว่า ในบทเรียนควรสอดแทรกเนื้อหาในด้านอื่นๆ อาทิ สิทธิในร่างกาย สามารถนำเรื่องเหล่านี้มาประยุกต์ให้เข้ากับวิชาภาษาไทย เพื่อให้เด็กเรียนรู้ในสิ่งที่จำเป็น
“สมควรสอนเขาในเรื่องสิทธิในร่างกาย ว่าเขามีสิทธิอะไรในร่างกายเขาบ้าง อะไรที่เข้าใจได้ง่ายกว่านี้ มากกว่าหนังสือที่สอนเขาอยู่ มันดูเข้าใจยากและมันดูไม่เป็นรูปธรรมเท่าไหร่” นายอธิปกล่าว
ด้าน นายตำรวจ อายุ 38 ปี กล่าวว่า เนื้อหาในหนังสือที่นำเสนอความเป็นไทยนั้นแคบเกินไป เด็กซึ่งอยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ และต้องใช้ความคิดอีกมากมาย แต่กลับต้องมาถูกตีกรอบความคิดจากหนังสือที่พยายามยัดเยียดเนื้อหาให้เด็กอ่าน
นายตำรวจระบุว่า สพฐ. ควรปรับปรุงเนื้อหา 4-5 ปีต่อครั้ง จากเดิม 10 ปีที่มีระยะเวลายาวนานจนเกินไป
“ไม่ต้องถึง 10 ปีหรอก เอาสัก 4-5 ปีก็เปลี่ยนได้แล้ว วันทั้งวันก็มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน” นายตำรวจกล่าว
เมื่อถามถึงว่า เนื้อหาในบทเรียนสะท้อนภาพลักษณ์ของรัฐบาลอย่างไรบ้าง นายตำรวจกล่าวว่า สะท้อนความคิดเก่า
“ความเก่า คนหัวเก่าๆ ที่มีความคิดเก่าๆ” นายตำรวจกล่าว
- อ่านข่าว : ‘ภาษาพาที ป.5’ เกลี้ยงแผง จนท.ศึกษาภัณฑ์เผย หมดสต๊อก ป.อื่นยังมีครบ
- ผู้ปกครองไม่ปลื้ม ‘ภาษาพาที’ จวกรัฐมายด์เซ็ตล้าหลัง แนะคนเขียน ทำเองให้ได้ก่อนคาดหวังเด็ก

