ธงทอง เปิดข้อเท็จจริง-กางกฎหมาย ปมหน่วยงานรัฐพิพาทกัน ไขข้อสงสัยปัญหาจุฬาฯ-อุเทนฯ

28.02.24 | 16:52 น.

ธงทอง เปิดข้อเท็จจริง-กางกฎหมาย ปมหน่วยงานรัฐพิพาทกัน ไขข้อสงสัยปัญหาจุฬา-อุเทน 

จากกรณีตัวแทนศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน สมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย สมาคมผู้ปกครองและครูอุเทนถวาย นัดรวมพลครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยเคลื่อนขบวนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ไปยังสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมทั้งรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นข้อเรียกร้องแสดงความจำนงคัดค้านการย้ายเขตพื้นที่อุเทนถวายนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Tongthong Chandransu” ระบุว่า

แม้จะยืดยาวอยู่สักหน่อย ทั้งในส่วนความเห็นของผมและเอกสารประกอบ แต่เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ขอท่านที่สนใจได้โปรดศึกษาและใช้วิจารณญาณครับ

มีมติคณะรัฐมนตรีวางข้อกำหนดไว้หลายสิบปีแล้วว่า กรณีที่หน่วยงานของรัฐพิพาทกันด้วยประเด็นทางแพ่ง เช่น เถียงกันเรื่องกรรมสิทธิในที่ดิน มิให้นำคดีไปฟ้องร้องในโรงศาลอย่างเอกชนพิพาทกัน แต่ให้นำเรื่องนั้นเสนอให้ “ คณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี ” เปนผู้ชี้ขาด โดยทั้งสองฝ่ายสามารถแสดงหลักฐานและเหตุผลสนับสนุนความเห็นของตนได้เต็มที่ สุดท้ายคณะกรรมการข้างต้นซึ่งเรียกย่อว่า กยพ จะมีคำวินิจฉัย และคู่กรณีซึ่งเปนหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม

Advertisement

ล่าสุด ในปัจจุบันองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของ กยพ เป็นไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดําเนินคดี พ.ศ. 2561 ครับ

กรณีข้อพิพาทระหว่างอุเทนถวายกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีข้างต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายได้แสดงพยานหลักฐานฝ่ายตนอย่างเต็มที่ และ กยพ ได้ชี้ขาดให้อุเทนถวายซึ่งหมดสัญญาเช่ากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วต้องย้ายออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาอุเทนถวาย ได้ฟ้องเป็นคดีปกครอง (โปรดสังเกตว่าไม่ใช่คดีแพ่งเพื่อโต้เถียงเรื่องกรรมสิทธิ์) แต่ตั้งเป็นประเด็นใหม่ว่า ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ กยพ ซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครอง เพราะเหตุที่มีข้อบกพร่องโดยประการต่างๆ โดยฟ้อง กยพ คณะรัฐมนตรี และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่หนึ่งถึงที่สามตามลำดับ

ต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่า คำวินิจฉัยของ กยพ เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายและวิธีพิจารณาแล้วทุกประการ คดีปกครองในส่วนนี้จึงเป็นอันถึงที่สุด เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ โปรดศึกษาคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งความในตอนท้าย ตั้งแต่หน้า 24 ไปจนจบคำพิพากษาในหน้า 27

กระบวนการบังคับการตามกฏหมายต่อไป คือ หน่วยงานซึ่งในที่นี้คืออุเทนถวายมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของ กยพ หากไม่ดำเนินการ สำนักงานอัยการสูงสุดต้องมีหนังสือเตือนให้ปฏิบัติ หากยังไม่ปฏิบัติ ประธาน กยพ คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องมีหนังสือแจ้งไปยัง รัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดที่เป็นคู่กรณีปฏิบัติตามคำวินิจฉัย

หากทำดังนี้แล้วก็ยังเพิกเฉย ให้เสนอเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการตามที่เห็นสมควร

ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายล้วนๆ เลยครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง