อว. จี้ มรภ.เพชรบูรณ์ แจงเปิดสอน น.ศ.จีนในวัด หวั่นกระทบความเชื่อมั่น
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยกรณีปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ให้แก่นักศึกษาจีน ณ วัดศรีมหาราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่า อว.ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้วพบว่า การจัดการศึกษาดังกล่าวดำเนินการโดย มรภ.เพชรบูรณ์ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อระบบอุดมศึกษาของไทย จากการตรวจสอบข้อมูลของไม่พบว่า มรภ.เพชรบูรณ์ เคยรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรที่นำไปจัด ณ สถานที่ตามที่ปรากฏในข่าว ทั้งนี้ หากมีการจัดการศึกษาในลักษณะนี้ ต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง การจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2564
อ่านข่าว – มรภ.เพชรบูรณ์ แจงปม น.ศ.จีน 49 คน ย้ำไม่ใช่จ่ายครบจบแน่ สภาฯตั้ง กก.ทบทวนอนุมัติจบ
“อว. จึงได้มีหนังสือถึง มรภ.เพชรบูรณ์ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยขอให้มหาวิทยาลัยชี้แจงว่า การจัดการศึกษาดังกล่าวดำเนินการเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง การจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2564 หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ความสอดคล้องตามมาตรฐานการอุดมศึกษา ความเหมาะสมของสถานที่และสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอน ตลอดจนระบบบุคลากร การเงิน และทะเบียนนักศึกษา” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว
ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอนุมัติของสภามหาวิทยาลัย การรับรองหลักสูตรจากคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) การแจ้งจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งต่อ สป.อว. จำนวนและสัญชาตินักศึกษา หลักเกณฑ์การรับนักศึกษาต่างชาติ ประเภทวีซ่าที่ใช้ รวมถึงคุณวุฒิและคุณสมบัติของอาจารย์ประจำหลักสูตรและอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร เพื่อพิจารณาว่าเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษาหรือไม่ ทั้งนี้ หลังจากได้รับคำชี้แจงและข้อมูลจากมหาวิทยาลัยแล้ว สป.อว. จะนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุม กมอ. ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาทบทวนผลการตรวจสอบหลักสูตรและการรับรองมาตรฐานการอุดมศึกษาของทั้ง 2 หลักสูตรต่อไป
“หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนด ก็จะต้องมีการพิจารณาดำเนินการลงโทษต่อไป” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

