มช.สร้างปรากฏการณ์ ค้นพบ ยีสต์ใหม่ของโลก 33 ชนิด จากดอกไม้ในภาคเหนือ
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ค้นพบยีสต์ชนิดใหม่ของโลก จำนวน 33 ชนิด จากการสำรวจยีสต์ที่อาศัยอยู่ในดอกไม้ (anthophilous yeasts) พร้อมค้นพบการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธานในระดับที่สูงขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ได้แก่ อันดับใหม่ 1 อันดับ วงศ์ใหม่ 1 วงศ์ และสกุลใหม่ 1 สกุล ได้แก่ Thailandicolales, Thailandicolaceae และ Thailandicola ตามลำดับ นับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อความหลากหลายของจุลินทรีย์ในประเทศไทย และสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่วงการวิทยาศาสตร์
การศึกษาครั้งนี้นำโดย นักวิจัยเชี่ยวชาญ ดร.นครินทร์ สุวรรณราช และนักวิจัยเชี่ยวชาญ ดร.จตุรงค์ คำหล้า พร้อมด้วย ดร.ชนกเนตร เสนวรรณะ และ ดร.ปรารถนา คชสีห์ นักวิจัยภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายของจุลินทรีย์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัณณิดา ขุนนามวงษ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ทีมนักวิจัยเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า ในดอกไม้ของภาคเหนือของประเทศไทยมีความหลากหลายของยีสต์มากเพียงใด จึงลงพื้นที่เก็บตัวอย่างจากดอกไม้ 63 ชนิด ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา ผลการสำรวจสามารถแยกยีสต์ได้ถึง 187 สายพันธุ์ ครอบคลุม 73 ชนิด
หลังจากที่ทีมนักวิจัยนำยีสต์เหล่านี้มาศึกษาและจำแนกด้วยแนวทางอนุกรมวิธานสมัยใหม่แบบผสมผสาน (polyphasic taxonomy) โดยพิจารณาข้อมูลทั้งด้านสัณฐานวิทยา สรีรวิทยา ชีวเคมี และการวิเคราะห์วิวัฒนาการเชิงโมเลกุลหลายตำแหน่งของสารพันธุกรรม (multi-locus phylogenetic analyses) กลับพบว่า ในบรรดายีสต์ที่เก็บมา มีถึง 33 ชนิดที่เป็น “ยีสต์ชนิดใหม่ของโลก”
นอกจากยีสต์ชนิดใหม่จำนวน 33 ชนิดแล้ว การศึกษาครั้งนี้ยังนำไปสู่การค้นพบและจัดจำแนกกลุ่มทางอนุกรมวิธานที่ไม่เคยมีมาก่อนอีก 3 ระดับ ได้แก่ อันดับใหม่ของโลก Thailandicolales วงศ์ใหม่ของโลก Thailandicolaceae และสกุลใหม่ของโลก Thailandicola
การค้นพบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ดอกไม้ในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงความสวยงาม หากยังเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ที่มีความหลากหลายและซ่อนองค์ความรู้ใหม่เอาไว้อย่างมากมาย การศึกษาครั้งนี้จึงช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายของยีสต์ การกระจายพันธุ์ ความสัมพันธ์กับพืชที่ยีสต์อาศัย รวมถึงบทบาทเชิงนิเวศของยีสต์ในดอกไม้ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย

สำหรับการตั้งชื่อยีสต์ชนิดใหม่บางชนิดยังสะท้อนเรื่องราวของประเทศไทยและบุคคลสำคัญในวงการอนุกรมวิธานด้านราวิทยา โดยทีมนักวิจัยได้ตั้งชื่อเพื่อแสดงถึงการค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย และเพื่อเชิดชูเกียรติแก่นักอนุกรมวิธานผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาความหลากหลายของราและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านอนุกรมวิธานของประเทศไทย ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สายสมร ลำยอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Adjunct Prof. Dr. Kevin David Hyde มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

การค้นพบยีสต์ชนิดใหม่จำนวนมากยังเปิดประตูไปสู่การศึกษาศักยภาพของทรัพยากรจุลินทรีย์ในประเทศไทยในอนาคต เนื่องจากยีสต์จากระบบนิเวศเขตร้อนมีคุณสมบัติเฉพาะที่น่าสนใจ อาทิ ความสามารถในการทนต่อสภาวะแรงดันออสโมซิสสูง (osmotolerance) ความทนทานต่ออุณหภูมิสูง (thermotolerance) และกระบวนการเมแทบอลิซึมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมชีวภาพหลายด้าน เช่น การผลิตเอนไซม์ชีวภาพ สารสี สารให้กลิ่นและรสจากธรรมชาติ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพด้านการแพทย์ รวมถึงการพัฒนาสารควบคุมทางชีวภาพเพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อม
ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ Mycosphere ปี ค.ศ. 2026 เล่มที่ 17 ฉบับที่ 1 โดยสามารถอ่านรายละเอียดของงานวิจัยได้ที่ https://doi.org/10.48130/mycosphere-0026-0002

จากดอกไม้ 63 ชนิด สู่ยีสต์ 187 สายพันธุ์ และการค้นพบยีสต์ชนิดใหม่ของโลกถึง 33 ชนิด พร้อมอีก 1 อันดับ 1 วงศ์ และ 1 สกุลใหม่ การศึกษาครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายที่โลกวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยค้นพบ และประเทศไทยยังคงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการค้นหาและสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของจุลินทรีย์ในระดับโลก



