หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา พลังเยาวชนต้น...

พลังเยาวชนต้นกล้าสีเขียว สานพลังนำบ้าน วัด โรงเรียน แก้ไขปัญหาไฟป่าให้ชุมชน

26.08.26 | 18:35 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมกับศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคกลางกาญจนบุรี และพันธมิตรอีกหลายหน่วยงาน ได้จัดทำโครงการ “พลังเยาวชนต้นกล้าสีเขียว” ขึ้นที่โรงเรียนวัดทุ่งลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โครงการฯ นี้ ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้เยาวชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่า แต่ที่สำคัญยังได้มีการนำเอาหลัก “บวร” หรือบ้าน, วัด, โรงเรียน มาบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เกิดผลที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้ชุมชนในเรื่องไฟป่า ซึ่งเป็นที่มาของเรื่องหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ทำให้คุณภาพอากาศลดลง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และใกล้เคียง


นายสมคิด สิริรัตน์ นักวิชาการป่าไม้ปฎิบัติการ หัวหน้าศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคกลางกาญจนบุรี ส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งได้มาเป็นวิทยากรในการบรรยายหัวข้อไฟป่ากับผลกระทบต่อชุมชน ได้กล่าวว่า “สถานการณ์ภาพรวมไฟป่าที่ จ.กาญจนบุรี ในปีนี้ค่อนข้างหนักหน่วง แต่ปัจจุบันดีขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน โดยที่ผ่านมาถึงแม้สถานการณ์จะรุนแรง แต่ก็ได้รับการบูรณาการจากหลายภาคส่วน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมป่าไม้, ทหาร รวมถึงภาคปกครองต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทร่วมกันในการดับไฟป่า ซึ่งโครงการพลังเยาวชนต้นกล้าสีเขียวที่จัดขึ้นครั้งนี้มีประโยชน์มาก เพราะเป็นการปลูกฝังเยาวชน ทำให้อนาคตของประเทศมีความรู้ที่ถูกต้องในด้านการป้องกันไฟป่า ในส่วนผลกระทบที่มีต่อชุมชนนั้น ไฟป่าได้สร้างผลกระทบต่อสัตว์ป่าและต้นไม้ รวมถึงภาคประชาชน ที่ส่งผลในด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ โดยกิจกรรมภายในงานครั้งนี้ มีการฝึกใช้อุปกรณ์และเครื่องมือดับไฟป่าที่ถูกต้อง และใช้งานได้ปลอดภัยในการปฎิบัติงานจริง ถึงแม้ปัจจุบันเขายังไม่สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้ แต่องค์ความรู้ที่ได้รับก็จะเป็นประโยชน์เมื่อเขาโตขึ้น และจะมีส่วนช่วยเหลือป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ได้ในอนาคต”

Advertisement

ด้าน ดร.รัตนา แซ่เล้า ผู้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ด้านการศึกษา ประจำปี 2549 และหัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า “เยาวชนไม่ใช่เป็นเพียงอนาคตของชาติ แต่ยังเป็นพลังบวกที่จะสามารถช่วยเหลือและพัฒนาประเทศไทย ทั้งในด้านการมีส่วนร่วมและผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ, สังคม, สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ซึ่งในการจัดโครงการฯ ครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากพระครูสิทธิกิจจานุวัตร รองเจ้าคณะอำเภอศรีสวัสดิ์ และเจ้าอาวาสวัดทุ่งลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้มาเป็นประธานเปิดงาน รวมถึงการบรรยายถึงเรื่องบ้าน, วัด, โรงเรียน หรือที่เรียกว่า “บวร” ว่าเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาชาติ และประเทศไทย ซึ่งวัดทุ่งลาดหญ้า นั้นถือเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่มีความเข้มแข็ง ประชาชนในพื้นที่ต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากนายอำนวย ธรรมรังษี ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดทุ่งลาดหญ้า “ลาดหญ้าวิทยา” จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้จัดเตรียมทุกสิ่งไว้ให้อย่างเพียบพร้อม เพื่อให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดทั้งวัน ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ

จ.กาญจนบุรี เป็นพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ และอยู่ติดประเทศเมียนมาร์ ที่มีทั้งเรื่องไฟป่า, ไฟนา และฝุ่นเมือง ตรงกับหนังสือนิทานชุด “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5” ที่ทางชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมกับ สสส. และคุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป (ตุ๊บปอง) กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และผู้เขียนหนังสือ ได้จัดทำขึ้นเพื่อสื่อสารถึงเรื่องการป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการมาทำกิจกรรมในครั้งนี้ ภายในงานนอกจากความรู้จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแล้ว ยังจัดให้เยาวชนนำความรู้จากการอ่านนิทานมาแสดงละครบนเวทีในห้องประชุม เด็กๆ แสดงได้ดีมาก มีรับบทบาทเป็นทั้งนกหัวขวาน, ช้าง, ลิง, ต้นไม้ ฯลฯ ที่สามารถอยู่ร่วมกันในประเทศไทย ได้อย่างอุดมสมบูรณ์และพึ่งพากัน ทำให้เราได้เห็นว่าเมืองไทยยังมีสิ่งดีๆ อยู่เยอะมาก ที่สามารถนำมาพัฒนาและต่อยอดให้กับสังคมและประเทศชาติ การบอกว่าฝุ่นเป็นภัยร้ายสำหรับทุกคนในสังคมนั้น ก็ต้องรวมถึงเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้, ถุงลมโป่งพอง, หอบหืด เพราะพ่อแม่สูบบุหรี่ หรือพักอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีไฟป่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกัน จะทิ้งให้เป็นภาระของผู้ใหญ่เพียงฝ่ายเดียวคงไม่ได้”

สำหรับโครงการ “พลังเยาวชนต้นกล้าสีเขียว” ได้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากหลายองค์กร อาทิ มหาวิทยาลัยธนบุรี, กลุ่ม UNITE Thailand, MCOT HD และ NBT World โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=Yug_Cd0Cfgw หรือติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทาง Facebook : ต้นกล้าสีเขียว และสอบถามได้ที่อีเมล์ [email protected] หรือโทรศัพท์ 062-7341267 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป