‘ประเสริฐ’ ลั่นเอาผิดข่าวปลอมป่วน ร.ร. จ่อฟัน พ.ร.บ.คอมพ์ ย้ำอย่าส่งต่อข้อมูลเท็จ

27.08.26 | 14:15 น.

‘ประเสริฐ’ ลั่นเอาผิดข่าวปลอมป่วน ร.ร. จ่อฟัน พ.ร.บ.คอมพ์ ย้ำอย่าส่งต่อข้อมูลเท็จ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน รวมถึงการเกิดกระแสข่าวข้อความข่มขู่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในบางโรงเรียน จนสร้างความวิตกกังวลให้แก่ผู้ปกครอง นักเรียน และครู รวมถึงส่งผลให้สถานศึกษาบางแห่งต้องประกาศหยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันเหตุและสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและบุคลากรนั้น ศธ.ได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยเปิดใช้งานระบบ Traffy EDU ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งเหตุ เพื่อให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลกรทางการศึกษา สามารถแจ้งเหตุได้โดยตรง ระบบดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลการแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรับทราบสถานการณ์และเข้าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว หากพบเหตุการณ์ผิดปกติหรือมีแนวโน้มที่จะกระทบต่อความปลอดภัย จะสามารถเข้าไปประเมินสถานการณ์ ระงับเหตุ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ ศธ.ได้จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ เพื่อเป็นกลไกในการดูแล คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย


ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีการเผยแพร่ข่าวปลอมหรือข้อความข่มขู่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและทำให้สถานศึกษาบางแห่งต้องหยุดการเรียนการสอนนั้น นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหา และอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง เพื่อสืบสวนตรวจสอบต้นตอของข้อความ รวมถึงตรวจสอบผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เบื้องต้นพบว่าการเผยแพร่ข้อความบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับทั้งบุคคลภายนอกสถานศึกษาและกลุ่มบุคคลที่มีเจตนาไม่หวังดี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเผยแพร่ข้อมูล เพื่อให้ทราบถึงที่มาที่ไปและผู้เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

“เราสามารถสืบต้นตอได้ทั้งหมดว่าใครเป็นคนโพสต์ จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าส่งต่อข้อมูลเท็จ หากตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวปลอม ศธ.จะดำเนินการทันที และดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการสร้างความวุ่นวายและความไม่สงบในสังคม อย่างไรก็ตาม ศธ.ยังเน้นย้ำว่า การสร้างข่าวปลอมหรือข้อความข่มขู่ แม้ผู้เผยแพร่จะอ้างว่าเป็นเพียงการล้อเล่นหรือไม่ได้มีเจตนาจะก่อเหตุจริง แต่หากข้อความดังกล่าวสร้างความหวาดกลัว กระทบต่อการจัดการเรียนการสอน ก็ต้องไปสู่การตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย จึงขอให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความรับผิดชอบในการใช้สื่อออนไลน์” นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐกล่าวต่อว่า ศธ.จึงต้องการให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ โดยมีระบบสนับสนุนจากส่วนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว แทนที่จะใช้การหยุดเรียนเป็นมาตรการหลักในทุกสถานการณ์ ทั้งนี้ การตัดสินใจหยุดเรียนยังสามารถดำเนินการได้หากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา นอกจากนี้ ศธ.ยังเตรียมยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยของสถานศึกษาให้ครอบคลุม ทั้งความปลอดภัยทางกายภาพ ความปลอดภัยทางข้อมูล และการคุ้มครองสิทธิของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่กระจายผ่านสื่อออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

Advertisement