มช. ร่อนแถลง กรณีผลงานวิชาการ รับตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่สอบวินัยร้ายแรง

17.09.26 | 08:14 น.

มช. ร่อนแถลง รับตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่สอบวินัยร้ายแรง กรณีผลงานวิชาการ ย้ำดำเนินการ ยึดหลักธรรมาภิบาล

จากกรณี ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ประจำประจำภาควิชาสื่อศิลปะและ การออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาระบุว่า “ด่วน! อาจารย์สุรชัย จงจิตงาม ไปร้องหน่วยงานภายนอกเรื่องขโมยงานวิจัย กลับถูก มช. ตั้งกรรมการสืบสวน เพื่อสอบวินัย “ร้ายแรง” เหตุทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง”


ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Chiang Mai University ได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงและมาตรการคุ้มครองบุคลากร

ความว่า “คำแถลงการณ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงและมาตรการคุ้มครองบุคลากร

ตามที่ปรากฏการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงเพื่อตอบโต้การร้องเรียนต่อหน่วยงานภายนอกในกรณีผลงานวิชาการ นั้น

Advertisement

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้สาธารณชน บุคลากร และนักศึกษา ได้รับทราบ
ข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล ดังนี้

1. ไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงตามที่กล่าวอ้าง

มหาวิทยาลัยขอเรียนว่า ข้อมูลเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงต่อบุคลากรนั้น
“ไม่เป็นความจริง” ทั้งนี้ ข้อเท็จริงคือ มหาวิทยาลัยได้รับการร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่นรวมถึงองค์กรเพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรม มหาวิทยาลัยจึงได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง” มิใช่การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงตามที่มีการกล่าวอ้าง

2. การดำเนินการเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

มหาวิทยาลัยเคารพในสิทธิของบุคลากรทุกท่านในการเข้าถึงกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงาน
ภายนอก (อาทิ ป.ป.ช. หรือ คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร) อย่างเต็มที่ การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน หาข้อเท็จจริงในครั้งนี้ สืบเนื่องจากยังคงมีการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่ได้ข้อยุติแล้ว ผ่านสื่อสาธารณะ ซึงอาจก่อให้เกิดความสับสนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร มหาวิทยาลัยจึง จำเป็นต้องดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความกระจ่างชัดบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

3. ยึดมั่นในมาตรการคุ้มครองบุคลากรและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ดำเนินการคุ้มครองผู้ร้องเรียน พยาน และผู้ถูก
พาดพิง พร้อมทั้งขอสงวนการเปิดเผยรายชื่อและรายละเอียดของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการสืบสวน เพื่อให้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอยืนยันว่าทุกกระบวนการดำเนินไปบนพื้นฐานของความถูกต้อง โปร่งใส และ
เป็นธรรม จึงขอให้สาธารณชนโปรดพิจารณาข้อมูลข่าวสารด้วยความรอบคอบ”