ผศ.ดร.อังกูร ว่องตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา เชียงราย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดเชียงราย ปี 2567 ที่สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 6 พันล้านบาท หนึ่งในปัญหาสำคัญคือไม่มีเกณฑ์มาตรฐานระดับน้ำเพื่อการติดตามสถานณ์และการเตือนภัยแม่น้ำกก มทร.ล้านนา เชียงราย จึงได้พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานระดับน้ำฯ ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยใช้สถานีตรวจวัดที่สะพานแม่นาวาง-ท่าตอน เป็นสถานีเตือนภัย และสถานีสะพานพ่อขุนเป็นสถานีสังเกตการณ์ โดยออกแบบให้เป็นระบบเฝ้าระวังที่ผสานเทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำท่า และปริมาณน้ำฝนแบบ Real-time เข้ากับระบบประมวลผลข้อมูลผ่านเครือข่าย IoT เพื่อรายงานสถานการณ์ให้กับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านไปยังหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชน ผ่านระบบ Cell Broadcast หรือข้อความเตือนภัย ทำให้มีเวลาเตรียมตัวรับมือและอพยพได้อย่างทันท่วงที
ผอ.สำนักงานบริหาร มทร.ล้านนา เชียงราย กล่าวอีกว่า โครงการวิจัยดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการทดสอบ ติดตั้งตัวต้นแบบระบบเตือนภัยสำเร็จตั้งแต่ ปี 2568 และได้ใช้ระบบครั้งแรกกับพายุวิภา ช่วงปลายเดือน ก.ค. 2568 เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ และคาดการณ์น้ำล้นตลิ่งโซนพื้นที่ลุ่มต่ำ ในเขตเมืองเชียงรายอย่างแม่นยำ ทำให้ทราบถึงเวลาที่น้ำจะล้นตลิ่งและความสูงของระดับน้ำในพื้นที่ ดังนั้นในปี 2569 ทางโครงการวิจัยฯ และจังหวัดเชียงรายได้ใช้เกณฑ์ระดับน้ำเพื่อติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนให้ประชาชนชาวเชียงรายให้เตรียมตัวรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันการณ์ โดยพื้นที่นำร่องที่นำระบบเตือนภัยไปใช้ คือ เขตเมืองเชียงรายประกอบด้วย เขตเทศบาลนครเชียงรายและพื้นที่เมืองขยาย เช่น ต.แม่ยาว ริมกก ท่าสาย ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมา สามารถลดความสูญเสียได้เป็นจำนวนมาก ประชาชนยกของขึ้นที่สูง ย้ายรถ หรือทรัพย์สินอื่นๆ ได้ทัน ที่สำคัญคือสามารถเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยง ช่วยทำให้การบริหารจัดการภัยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก
“ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ ให้สามารถติดตามสถานการณ์น้ำทางต้นน้ำกกที่อยู่ในประเทศพม่า โดยใช้เทคโนโลยีเรดาห์ฝน (Radar composite) เพื่อให้สามารถขยายช่วงเวลาเตือนภัย จาก 10-12 ชม. เป็น 20-24 ชม. และยกระดับความสามารถของระบบด้วยการนำ AI มาช่วยพยากรณ์ความเสี่ยงน้ำท่วมล่วงหน้า พร้อมทั้งมีแผนขยายจุดติดตั้งสถานีวัดปริมาณน้ำและพัฒนาเกณฑ์การเตือนภัย ให้ครอบคลุมแม่น้ำสำคัญในจังหวัดเชียงราย ซึ่งในขณะนี้โครงการวิจัยฯ กำลังดำเนินการพัฒนาระบบเตือนภัยที่แม่น้ำอิงอีกจุดด้วย” ผศ.ดร.อังกูร กล่าว.



