3 มหาวิทยาลัยดัง แถลงการณ์การ แสดงจุดยืน-ไม่เห็นด้วย ปมแก้กม.ไทยพีบีเอส 

5.10.26 | 14:22 น.

3 มหาวิทยาลัยดัง แถลงการณ์การ แสดงจุดยืน-ไม่เห็นด้วย ปมแก้กม.ไทยพีบีเอส 

 


จากกรณีข้อเสนอปรับแก้ไขกฎหมายแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท. หรือ Thai PBS) จากเงินบำรุงองค์การที่จัดเก็บจากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ (Earmarked Tax) ไปสู่ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐ  ทำให่หลายภาคส่วนเกิดความกังวลนั้น

อ่านข่าว 

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านการแก้ไขแหล่งรายได้ของ Thai PBS | ปกป้องความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ และคุ้มครองสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน

Advertisement

​คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ขอเสนอทัศนะเชิงวิชาการและจุดยืนคัดค้านร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ไทยพีบีเอส ที่เสนอเปลี่ยนแหล่งรายได้จากภาษีเฉพาะ ไปสู่ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี

​1. ทรัพยากรที่มั่นคง คือหลักประกันความเป็นอิสระ การเปลี่ยนไปใช้งบประมาณรายปีเปิดช่องให้เกิดดุลยพินิจทางการเมือง นำไปสู่สภาวะเซ็นเซอร์ตนเอง (Self-censorship)
2. เสรีภาพสื่อสาธารณะ = เสรีภาพประชาชน สื่อสาธารณะทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจ และเปิดพื้นที่ความหลากหลายที่ระบบตลาดเชิงพาณิชย์อาจมีข้อจำกัด
3. วินัยการคลังดำเนินควบคู่คุณค่าสาธารณะได้ หากกลไกตรวจสอบเดิมยังไม่เพียงพอ ควรยกระดับการประเมินผลสัมฤทธิ์
4. แก้ปัญหาประสิทธิภาพด้วยการปฏิรูปองค์กร ไม่ใช่ริบความเป็นอิสระ

ขณะที่ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์เรื่อง ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ กรณีข้อเสนอแก้ไขแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

​ตามที่มีการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการจัดสรรงบประมาณของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จากการจัดสรรภาษีเฉพาะ (ภาษีสุราและยาสูบ) ไปเป็นการขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากความเป็นอิสระทางการเงินถือเป็นหัวใจสำคัญและหลักประกันขั้นพื้นฐานในการคุ้มครองเสรีภาพทางบรรณาธิการ การปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณรายปีอาจเปิดช่องให้ฝ่ายบริหารและผู้มีอำนาจทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง กดดัน หรือใช้มาตรการทางงบประมาณเป็นเงื่อนไขในการควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อสาธารณะ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพและความเที่ยงตรงของข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนอาจนำไปสู่การเซ็นเซอร์ตนเองของบุคลากรสื่อในที่สุด

​ทั้งนี้ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยืนยันว่า การสร้างความตระหนักด้านความคุ้มค่าและวินัยการเงินการคลังของรัฐ สามารถดำเนินการผ่านกลไกการตรวจสอบที่มีอยู่แล้ว เช่น การตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และการรายงานต่อรัฐสภา โดยไม่จำเป็นต้องทำลายหลักการความเป็นอิสระทางการเงินของสื่อสาธารณะลง

คณะวารสารศาสตร์ฯ จึงขอเรียกร้องให้ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวทำการถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไป และคงไว้ซึ่งหลักการจัดสรรงบประมาณตามกฎหมายปัจจุบัน เพื่อปกป้องสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้าน เป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกกลุ่มในสังคมอย่างแท้จริง

คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์เรื่อง หลักประกันความเป็นอิสระและความยั่งยืนของสื่อสาธารณะ : กรณีข้อเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

คณะฯ เห็นว่าการออกแบบระบบการเงินของสื่อสาธารณะไม่ควรถูกพิจารณาเฉพาะในมิติของการบริหารการคลัง แต่ควรพิจารณาควบคู่กับภารกิจสาธารณะ ความเป็นอิสระทางบรรณาธิการ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ความโปร่งใส และสิทธิของประชาชนในการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

ดังนั้น ก่อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ควรมีการศึกษาและประเมินผลกระทบของระบบการเงินรูปแบบใหม่อย่างรอบด้าน พร้อมกำหนดหลักประกันทางกฎหมายและเชิงสถาบันที่ชัดเจน เพื่อให้ระบบดังกล่าวสามารถรักษาสมดุลระหว่างวินัยทางการเงินการคลังของรัฐ ความรับผิดชอบในการใช้เงินสาธารณะ และความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ

คณะฯ พร้อมสนับสนุนการใช้ความรู้ทางวิชาการ ข้อมูลเชิงประจักษ์ และกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพิจารณานโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับสื่อสาธารณะเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ