พว-สีกันฯปั้นครูยุคเอไอ หนุนใช้ผลิตสื่อการสอน ลดภาระครู ชู Active Learning–GPAS 5 Steps ปั้นผู้เรียนคิดเป็น ลงมือทำจริง แต่ต้องไม่ลดความคิดของเด็ก
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “AI-Powered Content Creation ผลิตสื่อการสอนแบบมืออาชีพด้วย AI” เพื่อพัฒนาศักยภาพครูแกนนำ 120 คน ให้สามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและทันสมัย ลดภาระงานครู และยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยมี ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) บรรยายพิเศษหัวข้อ “AI-Enhanced GPAS 5 Steps พลิกโฉมการสอน สร้างพลังการคิด พัฒนาผู้เรียนสู่อนาคต”
โดย ดร.ศักดิ์สิน กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาการศึกษาภายใต้แนวคิด “AI-Enhanced GPAS 5 Steps” เป็นการนำเทคโนโลยี AI มาเสริมประสิทธิภาพกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน ไม่ใช่มุ่งเน้นเพียงการใช้เทคโนโลยีเพื่อค้นหาคำตอบหรือผลิตชิ้นงานให้สำเร็จอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ต้องทำให้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาเป็น และสามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาในยุค AI ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครสามารถใช้เทคโนโลยีได้มากกว่ากัน แต่อยู่ที่การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ รู้จักตั้งคำถาม ตรวจสอบข้อมูล วิเคราะห์ความถูกต้อง และนำข้อมูลที่ได้รับมาสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ของตนเอง เพราะหากการใช้ AI ทำให้ผู้เรียนเพียงคัดลอกคำตอบโดยไม่ผ่านกระบวนการคิด ก็อาจไม่ตอบโจทย์เป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระยะยาว

“แนวคิด AI-Enhanced GPAS 5 Steps ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ การรวบรวมและเลือกข้อมูล การคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ การลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ การสื่อสารและนำเสนอผลงาน ตลอดจนการประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่ตนเองและสังคม โดย AI สามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ในแต่ละขั้นตอน แต่ไม่ควรเข้ามาทำหน้าที่คิดแทนผู้เรียนทั้งหมด”ดร.ศักดิ์สิน กล่าว
ด้าน ดร.วัชรพงษ์ แพร่หลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสีกัน(วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ดร.ศักดิ์สิน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนการสอน โดยนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยผลิตสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ทันสมัย และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้ที่ทันต่อสถานการณ์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนำ AI มาใช้ในการผลิตสื่อการเรียนการสอนจะช่วยลดภาระงานครูได้อย่างชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาครูต้องใช้เวลาจำนวนมากในการค้นคว้าข้อมูล ออกแบบ และผลิตสื่อการสอนด้วยตนเอง แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี AI สามารถช่วยประมวลผลและสร้างสรรค์สื่อได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ครูประหยัดเวลา และสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการผลิตสื่อที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดความสนใจของนักเรียน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อทั้งความสนใจในการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

“สิ่งสำคัญที่สุดของการนำ AI มาใช้ในการศึกษา คือ ต้องไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีเข้ามาทำหน้าที่แทนครูหรือแทนนักเรียน แต่ต้องใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ Active Learning ที่เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง คิด วิเคราะห์ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ที่นักเรียนต้องเป็นผู้ใช้ AI ไม่ใช่ปล่อยให้ AI เป็นผู้คิดหรือทำงานแทน ขณะที่ครูต้องสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผล เพื่อให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”ผอ.โรงเรียนสีกันฯ กล่าวและว่า ดังนั้นครูและนักเรียนต้องเป็นผู้ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง เพราะเด็กจะเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ถือเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในยุคปัจจุบัน เพราะการเรียนรู้ที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงจะช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง สามารถตกผลึกองค์ความรู้และนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ แตกต่างจากการเรียนการสอนที่เน้นเพียงการท่องจำหรือยึดติดกับตำราเรียน ก็ยากที่จะทำให้เด็กเกิดการพัฒนาและงอกงามทางความคิดอย่างแท้จริง



