ศธ. ร่วมรำลึก ‘ทวี บุณยเกตุ’ สานต่อเจตนารมณ์ ยกระดับครูสู่วิชาชีพชั้นสูง พร้อมมอบทุนการศึกษา 80 ทุน สร้างโอกาสเด็กไทยเดินหน้าสู่อนาคต
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบหมายให้ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ ปลัดศธ. เป็นประธานเปิดงานวัน ‘ทวี บุณยเกตุ’ ประจำปี 2569 เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและคุณูปการของนายทวี บุณยเกตุ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 รัฐมนตรีว่าการศธ. คนที่ 12 และบุคคลสำคัญผู้ริเริ่มให้มีการจัดตั้งคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพครูไทย ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมูลนิธิทวี บุณยเกตุ โดยมี ดร.ชูสิน วรเดช ผู้ตรวจราชการศธ. รักษาการแทนเลขาธิการสกสค. ดร.นิยม ไผ่โสภา ผู้ตรวจราชการศธ. ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา และดร.จักพรรดิ วะทา ประธานมูลนิธิทวี บุณยเกตุ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ผู้บริหารและบุคลากร สกสค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ทายาทนายทวี บุณยเกตุ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม

รศ.ดร.ประวิต กล่าวว่า ประวัติและผลงานของ นายทวี บุณยเกตุ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ทางการศึกษาที่ก้าวไกล และความมุ่งมั่นในการยกระดับสถานะของครู จนนำไปสู่แนวคิดสำคัญว่า วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ทัดเทียมกับวิชาชีพชั้นสูงอื่นๆ โดย สกสค. สำนักงานเลขาธิกคุรุสภา และมูลนิธิทวี บุณยเกตุ ยังร่วมกันสานต่อปณิธานดังกล่าว เพื่อพัฒนาครูให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ พร้อมกันนี้ ศธ.ยังเดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด ‘All for Education’ ปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตประเทศไทย ผ่าน 5 นโยบายเรือธง ได้แก่ คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก, ลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส, ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง, สร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย และสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยกฎหมายการศึกษา โดยมุ่งให้ครูสามารถทำหน้าที่สำคัญที่สุดได้อย่างเต็มศักยภาพคือ การสร้างคน

ดร.ชูสิน กล่าวว่า นายทวี บุณยเกตุ เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2447 ที่ จังหวัดตรัง ก่อนเข้ารับราชการและก้าวสู่บทบาทสำคัญทางการเมือง โดยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ในปี 2488 และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง รวมถึงรัฐมนตรีว่าการศธ. หนึ่งในมรดกทางการศึกษาที่สำคัญที่สุดคือ การริเริ่มแนวคิดให้มีการตราพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้ง ‘คุรุสภา’ สภาแห่งวิชาชีพครู เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมและยกระดับสถานะครู ตลอดจนช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพครู นับเป็นคุณูปการที่ยังส่งต่อความหมายมาถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาในปัจจุบัน นายทวี บุณยเกตุ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2514 ด้วยเหตุนี้ สกสค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมูลนิธิทวี บุณยเกตุ จึงร่วมกันจัดงานวัน ‘ทวี บุณยเกตุ’ ขึ้นเพื่อสืบทอดประวัติศาสตร์ ยกย่อง คุณงามความดี และแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้วางรากฐานสำคัญของวิชาชีพครูไทย

กิจกรรมภายในงานมีพิธีสักการะ พิธีบวงสรวง และพิธีสงฆ์ กิจกรรมบรรยายหัวข้อ ‘ราก…สู่…รุ่ง’ เตรียมรากฐานรับยุค AI ปรับตัวสู่อนาคต และต่อยอดจุดแข็งประเทศไทย โดย ดร.พนม ปีย์เจริญ นักพูดและวิทยากรมืออาชีพ และการเสวนาทางวิชาการหัวข้อ ทวี บุณยเกตุ จากอดีตถึงปัจจุบัน โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ และคณะ ที่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต รวมทั้งการมอบทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 80 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 400,000 บาท ให้แก่นักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี และขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเป็นทุนให้เปล่าไม่มีข้อผูกพันและไม่ต่อเนื่อง และการรับเงินสมทบทุนจากผู้มีจิตศรัทธา
จากรากที่นายทวี บุณยเกตุ วางไว้เมื่อกว่า 80 ปีก่อน วันนี้ยังคงแตกกิ่งก้านเป็นพลังของครูไทยทั่วประเทศ และส่งต่อไปยังเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ งานวัน ‘ทวี บุณยเกตุ’ จึงไม่ใช่เพียงการรำลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นการย้ำเตือนว่า การพัฒนาการศึกษา เริ่มต้นจากการเห็นคุณค่าของครู และการสร้างโอกาสให้คนได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ



