เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 6 เมษายน ที่ สน.ปทุมวัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อหาตามหมายเรียก กรณีที่ตนเองเข้าเยี่ยมแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ถูกจับกุมหลังจัดกิจกรรมชุมนุมบริเวณสกายวอล์กแยกปทุมวัน ใกล้ห้างสรรพสินค้า MBK ระหว่างวันที่ 22-24 มกราคม 2558 เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อ ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย, ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามกฎหมายอาญามาตรา 116, 189 และ 215 กับผู้เกี่ยวข้องรวม 15 ราย
นายธนาธรให้สัมภาษณ์หลังสอบปากคำนานร่วมชั่วโมงว่า ได้ปฏิเสธความผิดทั้งหมดพร้อมขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ซึ่งได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ถึงสาเหตุที่แจ้งความล่าช้า ทราบว่าเป็นไปตามที่รอง ผบ.ตร.เคยได้กล่าวไว้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนคณะทำงานสอบสวน และบางส่วนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว โดยตนขอให้ทุกคนเข้าใจการทำงานของตำรวจที่ทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ ไม่มีการข่มขู่ แต่ตนยังมีข้อกังวลว่าเหตุใดคดีนี้จึงต้องขึ้นศาลทหาร ไม่ใช่ศาลพลเรือน รวมถึงทำไมจึงต้องแจ้งความดำเนินคดีหลังเลือกตั้ง สอดคล้องกับข้อสังเกตของตัวแทนจากสถานทูตที่ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์สอบปากคำว่า เหตุใดจึงต้องขึ้นที่ศาลทหาร และคดีถึงมีความล่าช้า
อย่างไรก็ตามพวกตนยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจ เพราะมั่นใจว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายโดยตลอด
ส่วนรายละเอียดของคดีนั้นยังอยู่ในชั้นสอบสวน ตนไม่สามารถให้รายละเอียดได้
เวลา 12.30 น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส. แจกเอกสารแถลงข่าว พล.ต.อ.ศรีวราห์ที่มาตรวจติดตามคดีนายธนาธรที่ สน.ปทุมวัน มีข้อความว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บชน. ได้ออกหมายเรียกตามคำสั่ง ศาลทหารกรุงเทพ ท้ายคำร้องขอออกหมายจับ ให้นายธนาธร อายุ 40 ปี มาพบที่ สน.ปทุมวัน ในวันที่ 6 เม.ย.62 เวลาประมาณ 10.00 น.นั้น ข้อเท็จจริงคดีนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ระหว่างเวลาประมาณ 14.00-22.00 น. สถานที่เกิดเหตุ หน้าสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ทางคดี กล่าวคือ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม กระทำผิดกฎหมาย โดยมีการชุมนุมในลักษณะ กระทำให้ปรากฏด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน , มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตาม คดีอาญาที่ 691/2558 สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 28 มิถุนายน 25 58 คดีนี้ได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาไว้บางส่วนแล้ว ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า นายธนาธรได้มีส่วนร่วมการกระทำความผิดในครั้งนี้ และได้ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกให้มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามวันเวลาและสถานที่ ที่ได้นัดหมายไว้
เอกสารระบุต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ในฐานะผู้รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง ควบคุม กำกับดูแล การดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วและในวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมบัติ มิลินทจินดา จตช., พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส., พล.ต.ต.ภคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6, พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ประจำ สพฐ.ตร., ได้เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน เพื่อควบคุมกำกับดูแลการดำเนินคดีดังกล่าว
สำหรับนายธนาธรถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี ในความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือด้วยวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอัน มิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับควบคุม , มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง”
หลังจาก พล.ต.อ.ศรีราห์สอบปากคำนายธนาธรเสร็จได้เดินทางด้านหน้าอาคาร สน.ปทุมวัน ทำความเคารพด้วยการยกมือตะเบ๊ะ ปรากฏว่ามีประชาชนโห่ร้องไล่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ยิ้มจ๋อยๆ เดินออกด้านข้างประตู สน. หลังจากนายธนาธรเดินทางออกมาพร้อมตัวตัวแทนสถานทูต ประชาชนที่รอให้กำลังใจ “เซฟธนาธร “และ “ธนาธรสู้ๆ” สลับกันไป
ภายหลังนายธนาธรให้สัมภาษณ์แล้วขึ้นรถสองแถวเปิดหลังคา พร้อมพูดผ่านโทรโข่ง ขอบคุณ กำลังใจจากประชาชนที่ให้มาให้กำลังใจวันนี้ หลังจากนี้แล้วขอให้ประชาชนกลับบ้านไป อย่าให้ตกเป็นเครื่องมือ “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของธนาธร แต่เป็นเรื่องของความยุติธรรม”
หลังจากนั้นนายธนาธรชูสามนิ้ว บนหลังคารถ แล้วประชาชนด้านล่างยกมือชูสามนิ้วตาม แล้วตะโกนว่า “เซฟธนาธร” และ “ธนาธรสู้ๆ” สลับกันไป จากนั้นนายธนาธรลงจากรถขึ้นรถตู้เดินทางกลับ
นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความนายธนาธร กล่าวว่า ในระหว่างสอบสวน พล.ต.อ.ศรีราห์แจ้งนายธนาธรว่า คดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่ พล.ต.อ.ศรีวารห์อาจหลงลืม สุดท้ายแล้วถ้าส่งนายธนาธรไปดำเนินคดีศาลทหาร ก็ต้องสู้กันในเรื่องชี้ขาดเขตอำนาจศาล วันนี้ทางพนักงานสอบสวนปล่อยตัวโดยไม่มีหลักทรัพย์ โดยจะมายื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรในวันที่ 15 พ.ค.







อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง “ธนาธร” ชู สามนิ้ว เดินเข้า สน.ปทุมวัน ให้ปากคำ แฟนคลับให้แห่ล้อมเพียบ

