หน้าแรก ในประเทศ นักธุรกิจไทยร...

นักธุรกิจไทยร้อง ภาครัฐไทยเมินเฉย หลังยื่นหนังสือถึง ‘บิ๊กตู่’ แก้ปัญหาลงทุนธุรกิจใน สปป.ลาว

22.11.19 | 17:08 น.

นักธุรกิจไทยร้อง ภาครัฐไทยเมินเฉย หลังยื่นหนังสือถึง ‘บิ๊กตู่’ แก้ปัญหาลงทุนธุรกิจใน สปป.ลาว

สืบเนื่องกรณีนายวิมล กิจบำรุง นักธุรกิจเจ้าของโครงการแหล่งท่องเที่ยวครบวงจรน้ำตกผาส่วม อุทยานบาเจียง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างตนกับทางการ สปป.ลาว หลังจากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเข้าไปประกอบธุรกิจในแขวงจำปาสัก รวมถึงเข้าเจรจากับเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.62 ในเรื่องเดียวกันนั้น

ย้อนอ่าน : นักธุรกิจฟ้องนายกฯ โวยไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังไปลงทุนธุรกิจในประเทศลาว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายวิมลเปิดเผยความคืบหน้ากับ “มติชน” ว่า หลังกลับมาจากเวียงจันทน์ ได้ไปติดต่อที่สถานทูตลาว ไปพบกับท่านทูตพาณิชย์ลาว ซึ่งได้รับการช่วยเหลือดีมาก ได้แนะนำให้ตนประสานทางรัฐบาลไทยช่วยออกแรง เพราะเรื่องนี้ได้เปลี่ยนจากระดับท้องถิ่นเป็นระดับประเทศ จนตอนนี้เป็นระดับระหว่างประเทศแล้ว อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังเคยเซ็นข้อตกลงกับนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรื่องขอให้ดูแลนักลงทุนไทยที่อยู่ใน สปป.ลาวด้วย ผลปรากฏว่าก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นายวิมลกล่าวว่า มั่นใจว่าหนังสือที่ส่งไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ไม่ถึงมือนายกรัฐมนตรีแน่นอน เพราะที่ผ่านมาไม่มีเอฟเฟกต์อะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลจากคนในพื้นที่โครงการฯว่าสถานที่ต่างๆ ทั้งร้านอาหาร ที่พัก พิพิธภัณฑ์ ถูกรื้อทิ้งหมดแล้ว รวมทั้งสะพานเบลีย์ที่ใช้ข้ามจากฝั่งลานจอดรถก็ถูกน้ำพัดพังเสียหายหมด

Advertisement

“ที่มั่นใจว่าเอกสารไม่ถึงมือนายกฯเพราะที่ผ่านมาไม่มีเอฟเฟกต์อะไรเลย แผนกร้องเรียนได้ส่งเรื่องไปที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เขาก็จัดการให้ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบไป ผมโทรศัพท์ไปติดตามเรื่องที่ศูนย์รับเรื่อง 2-3 ครั้ง เขาแนะนำว่าให้คุยกับเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี สุดท้ายโอนสายไปติดแผนกสถานที่ และมีแม่บ้านมารับสาย

“น่าเสียใจว่ากรมการกงสุลก็ดี กระทรวงการต่างประเทศก็ดี ทำไมถึงไม่สนใจอะไรเลย กลับเป็นทางหน่วยงาน สปป.ลาวที่ช่วยประสานให้ ทั้งยังกำชับให้ผมติดต่อฝ่ายรัฐบาลไทยให้ช่วยประสานงานเรื่องด้วย นอกจากนี้ยังทราบจากคนในพื้นที่ว่า ภายในโครงการแหล่งท่องเที่ยวถูกรื้อทิ้งหมดแล้ว ทั้งร้านอาหาร บ้านพักกว่า 10 หลัง และพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ตรงกลางพื้นที่ด้วย รวมทั้ง 1- 2 เดือนก่อนเกิดฝนตกใหญ่ สะพานเบลีย์ที่ใช้ข้ามจากฝั่งลานจอดรถ ยาว 33 เมตร หนักกว่า 30 ตัน โดนน้ำพัดไปหมดแล้ว จนชาวบ้านที่นั่นลือกันว่าเจ้าที่ไม่ยอม ตลอดจนเรารับทราบมาว่านักลงทุนเจ้าใหม่ที่เข้าไปพัฒนาก็ยังไม่มีใบอนุญาตลงทุน เนื่องจากทางการยังออกใบอนุญาตลงทุนไม่ได้ หากยังไม่มีการชดเชยให้ผม ทำให้การก่อสร้างถูกสั่งระงับ หยุดดำเนินการ กระทั่งไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไป” นายวิมลกล่าว

นายวิมลกล่าวว่า เรื่องการขอโครงการคืนหรือขอค่าชดเชย ซึ่งที่ผ่านมาแขวงจำปาสักประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงนั้น ตอนนี้ได้ทำหนังสือใหม่แล้ว คาดว่าจะยื่นทาง สปป.ลาว ภายในอาทิตย์หน้า เพื่อขอความเมตตาให้มีการประเมินใหม่ด้วยความยุติธรรม อย่างไรก็ตาม หากผู้ลงทุนรายใหม่ต้องหยุดดำเนินการ หรือไม่มีความพร้อม ไม่มีความสามารถ ตนขอเรียกร้องให้คืนโครงการมา ตนมีหุ้นส่วนและทีมงานพร้อมเข้าไปลงทุนให้ดีกว่าเดิม