อีกแค่8ล้าน! รศ.วราพรหวังโครงการสำเร็จ เผยภาพสเกตช์’พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก’หลังจบซื้อที่ดิน คนแห่ชม-โทรคุยสายแทบไหม้

ภาพจากเฟซบุ๊ก Rapee Tor

สืบเนื่องกรณี รศ.วราพร สุรวดี ประธานกรรมการมูลนิธิอินสาท-สอาง วัย 80 ปี ผู้ดูแลสนับสนุนกิจการด้านต่างๆ ของ ‘พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก’ ย่านบางรัก เปิดรับบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาท โดยขอระดมทุนรายละ 100 บาท หรือตามกำลัง เพื่อซื้อที่ดินด้านข้างพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากเจ้าของที่ดินดังกล่าวมีแผนสร้างตึกสูง 8 ชั้น ซึ่งจะบดบังทัศนียภาพของพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวลงอย่างสิ้นเชิง รวมถึงห่วงว่าจะส่งผลกับโครงสร้างของอาคารพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีหลายหลัง อีกทั้งเป็นอาคารอนุรักษ์อีกด้วย จึงตัดสินใจทำจดหมายถึงผู้ว่าฯกทม. เพื่อร้องขอให้ซื้อที่ดินดังกล่าว แต่ไม่เป็นผล รศ.วราพรจึงติดต่อขอซื้อที่ดินซึ่งมีราคา 40 ล้านบาท โดยนำเงินส่วนตัวมัดจำแล้ว 30 ล้านบาท มีกำหนดชำระส่วนที่เหลือภายใน 2 กันยายนนี้ ซึ่งมติชนออนไลน์ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว ระดมคนละร้อย หวัง 10 ล้าน ! ซื้อที่ดินข้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก เจ้าของเดิมทุ่มแล้ว 30 ล้าน กันสร้างตึก 8 ชั้นบังแหล่งเรียนรู้)

ล่าสุด ได้มีการเปิดเผยภาพร่างของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกหากโครงการซื้อที่ดินสำเร็จ ซึ่งจะเป็นพื้นที่สีเขียวยาวต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่บริเวณหัวมุมซึ่งคั่นด้วยซอยเล็กๆ และอาคารพาณิชย์ โดยไม่มีตึกสูงบดบังทัศนียภาพ ซึ่งขณะนี้มีการแชร์ในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมากจากเฟซบุ๊ก Rapee Tor

นางศศิ เพชรรัตน์ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เปิดเผยว่า ขณะนี้มียอดบริจาคตรวจสอบล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ราว 170,000 บาท นอกจากนี้ยังมีผู้นำเงินสดมามอบให้ถึงพิพิธภัณฑ์ ยอดของวันที่ 20 ก.ค. ตกราว 20,000 บาท ทั้งยังมีผู้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดต่างๆ จนสายแทบไม่ว่าง ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่คนไทยมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ รศ.วราพรทำเพื่อสังคมมาโดยตลอด

 

ที่ดินหลังรั้วสังกะสีพื้นที่ 105 ตารางวา ซึ่งจะมีการสร้างตึก 8 ชั้น อยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกในซอยเจริญกรุง 43 หรือตรอกสะพานยาว
ที่ดินหลังรั้วสังกะสีพื้นที่ 105 ตร.ว. ซึ่งจะมีการสร้างตึก 8 ชั้น อยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกในซอยเจริญกรุง 43 หรือตรอกสะพานยาว

 

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกประกอบด้วยที่ดินตามโฉนด 2 แปลง รวม 1-0-6 ไร่ เป็นของตกทอดตั้งแต่บรรพบุรุษมาจนถึงมารดาของ รศ.วราพร คือ นางสอาง สุรวดี (ตันบุญเต็ก) เมื่อท่านถึงแก่กรรม ตัวบ้านจึงถูกปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ ด้วยความสนใจส่วนตัวในด้านศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งต้องการรักษาสถาปัตยกรรมและข้าวของเครื่องใช้อันล้ำค่าของชาวบางกอกเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ต่อมาได้โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง คืออาคารพิพิธภัณฑ์ทั้ง 4 หลัง อีกทั้งข้าวของต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ภายในให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ กทม.ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2547 กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก มีผู้เยี่ยมชมเดือนละกว่า 700 คน (อ่านข่าว ตึกสูงรุกคืบ ‘พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก’ เหตุเมิน ‘ภูมิทัศน์’ หรือความผิดพลาดของ ‘ผังเมือง’?)

ผู้สนใจร่วมบริจาค สามารถโอนเข้าบัญชี น.ส.วราพร สุรวดี (โครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวกลางกรุงเทพฯ) ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจัตุรัสจามจุรี เลขที่บัญชี 407-061757-2 รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก โทร 0-2233-7027

บรรยากาศร่มรื่นที่พิพิธภัณฑ์อยากเก็บไว้เป็นปอดของคนกรุงเทพฯ จึงห่วงการสร้างอาคารสูงในย่านเก่าอย่างเจริญกรุง-บางรัก
บรรยากาศร่มรื่นที่พิพิธภัณฑ์อยากเก็บไว้เป็นปอดของคนกรุงเทพฯ จึงห่วงการสร้างอาคารสูงในย่านเก่าอย่างเจริญกรุง-บางรัก

 

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’เชื่อมวย-ยกน้ำหนักคว้าเหรียญอลป. ‘เจ้าคุณธงชัย’ทำนายโกยทองเพียบ
บทความถัดไป“บิ๊กต๊อก”ชี้ ยังไม่จำเป็นต้องใช้ ม.44จับ“พระธัมมชโย” ลั่นถึงเวลาจำเป็นต้องใช้กม.เต็มที่