“สาวโพสต์รีวิวเหล้า” เตรียมเข้าพบเจ้าหน้าที่พรุ่งนี้!!
กรณีที่มีเพจเฟซบุ๊ก “ประชาชนเบียร์” โพสต์ข้อความให้ความช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ได้รับหนังสือเรียกจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากการโพสต์รูปภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งตามหนังสือระบุว่า การกระทำดังกล่าว เข้าข่ายการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 32
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
ปชช.โดนแล้ว! ‘สาวใต้’เจอหมายเรียก ให้รายงานตัวจนท.กทม.โพสต์เบียร์ ลงเฟซบุ๊ก
วันที่ 17 มิ.ย. นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนจังหวัดใด ข้อมูลทั่วไปของหญิงสาวรายนี้ หนังสือดังกล่าวที่ออกไปเป็นการเรียกเข้ามายังสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จ.นนทบุรี แต่ได้มีการระบุว่า ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถเลื่อนการนัดหมายได้ หากสะดวกในช่วงเวลาใด สามารถโทรติดต่อเพื่อนัดเจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการติดต่อกลับมาของหญิงสาวผู้ถูกกล่าวหา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เผยแพร่ออกไปนั้น เจ้าหน้าที่รายงานว่าทางผู้ถูกกล่าวหาทำการนัดเพื่อเข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตามหนังสือเรียกตัว ในวันที่ 18 มิถุนายน (พรุ่งนี้)
“ยังไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรได้มาก เนื่องจากเป็นคดีอาญา แต่เบื้องต้นลักษณะของการกระทำที่พบจากกรณีนี้คือ เป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวจริง ที่เปิดการมองเห็นเป็นสาธารณะ มีการลงรูปภาพที่เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายรูปแบบ โดยเขียนบรรยายรสชาติ ดีกรีแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งติดเฮชแท็ก # ข้อความ หรือที่เรียกว่าการรีวิว ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานในการประกอบการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่มีการเรียกปรับแต่อย่างใด” นพ.นิพนธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าในกรณีนี้มีการพูดถึงรางวัลนำจับ มีข้อเท็จจริงอย่างไร นพ.นิพนธ์กล่าวว่า เรื่องของรางวัลนำจับเป็นไปตามระเบียนของกรมบัญชีกลาง ที่มีกฎหมายลูกรองรับ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระบุชัดเจนว่า ผู้ใดที่เป็นผู้ให้ข้อมูล ชี้เบาะแส การกระทำผิด ซึ่งนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย และผู้ถูกกล่าวหานั้นมีความผิดจริง ผู้ให้เบาะแสสามารถรับสินบนเป็นรางวัลคดีนำจับได้ โดยให้ผู้ที่แจ้งเบาะแส แจ้งเรื่องไปว่าต้องการรับเงินส่วนนี้ แต่ทั้งนี้จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลผู้ให้เบาะแส ต้องเก็บเป็นความลับ และเงินรางวัลก็ไม่ได้มีมูลค่าสูง
“กฎหมายไม่ได้ห้ามการดื่มหรือห้ามขาย แต่เป็นการห้ามโฆษณา เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งเป็นการช่วยเหลือทั้งการดื่มของผู้บริโภค และการขายของผู้ผลิต ที่ผ่านมาผู้ที่ดื่มสุรา แล้วไปกระทำความผิด ถูกดำเนินคดี เรียกค่าเสียหาย แต่ไม่มีกฎหมายเอาผิดกับผู้ขายได้ ซึ่งหากถามว่าประเทศไทยมีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ 70% ผู้ที่ไม่ดื่ม 20% และ เป็นผู้ขายอีก 10% ทั้งนี้การออกกฎหมายตัวนี้ จึงเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งผู้ที่ดื่มและผู้ที่ไม่ดื่มสุรา” นพ.นิพนธ์ กล่าว

