‘อนุทิน’ เผยอย่ากดดันคนทำงาน ไม่กีดกัน ‘ซิโนฟาร์ม-ไฟเซอร์’ ลั่นไม่ขี่ม้าตัวเดียว มีแผนสำรองเสมอ

25.05.21 | 12:15 น.

อนุทินเผย อย่ากดดันคนทำงาน ยันไม่กีดกันวัคซีน ‘ซิโนฟาร์ม-ไฟเซอร์’ รอขอขึ้นทะเบียนต่อเนื่อง ลั่นไม่ขี่ม้าตัวเดียว มีแผนสำรองเสมอ

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่จะเริ่มฉีดให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน หมอพร้อม ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ว่าเราหารือร่วมกับทางบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าอยู่ตลอด ยิ่งใกล้เดือน มิ.ย. ถ้าเป็นไปได้ก็อยากคุยทุกวัน เขาก็ยืนยันว่าจะส่งมอบวัคซีนให้เราทันภายในเดือน มิ.ย.ตามกำหนด ทุกอย่างมียืดหยุ่นแต่ก็อยู่ในกรอบใหญ่ สัญญาเขียนว่าจะส่งมอบให้ทุกเดือน ซึ่งในทุกเดือนกรมควบคุมโรคจะประชุมร่วมกับบริษัทแอสตร้าฯว่าควรจะได้จำนวนเดือนละเท่าไหร่ ให้สอดคล้องกับกำลังการฉีดของเรา เป็นการส่งมอบวัคซีนจะเป็นการทยอยส่งต่อเนื่อง (Rolling)

“ช่วงเช้านี้ทางบริษัทแอสตร้าฯก็มาสรุปกับเรา เพราะเขาคงโดนโซเชียลบีบเยอะ เขาก็มาหา แล้วว่าไม่มีอะไร ทุกอย่างก็ดำเนินการอยู่ ฝั่ง สธ.ก็บอกได้อย่างเดียวว่าเรามีสัญญาระหว่างกัน ก็ต้องปฏิบัติตามสัญญา เขาส่งของมาเราก็ชำระเงินให้ทันเวลา

“เขาก็บอกว่าทุกอย่างอยู่ระหว่างดำเนินงาน เราก็บอกว่าหากประชาชนมีความสงสัย ทางแอสตร้าฯต้องออกมาพูด จะให้ สธ.พูดให้ไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้ผลิต สธ.เป็นผู้ซื้อ ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ก็ต้องส่งของมา เราก็ยืนยันไป เขาก็ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญา” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนบริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย ก็ยื่นเทอมชีท (Term Sheet) มาแล้ว ซึ่งเราก็ส่งร่างสัญญาไปที่อัยการสูงสุด เพื่อการพิจารณาว่ารับเงื่อนไขได้หรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของการจัดซื้อจัดหา เนื่องจากครั้งนี้ไม่เหมือนกับกระบวนการทั่วไป เพราะเป็นการระบุว่าจะซื้อยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง เป็นวัคซีนที่นำมาใช้ในสถานการณ์โควิด-19 เงื่อนไขต่างๆ ก็อาจจะไม่เหมือนแบบฟอร์มทั่วไป เราก็ต้องส่งให้กับอัยการลงความเห็น โดยกรมควบคุมโรคมีเวลา 14 วันในการลงนามในเทอมชีท

Advertisement

นายอนุทินกล่าวต่อว่า หลังจากลงนามแล้วทางไฟเซอร์ก็จะยื่นเอกสารมาขึ้นทะเบียนวัคซีนในประเทศไทย จากนั้นอีก 30 วันก็ต้องมาเจรจาสัญญาจัดซื้อจัดหา (Definitive sub pay agreement : DSA) ซึ่งหลังจากที่ลงนามฉบับนี้จะทำให้เราทราบว่าจะมีการจัดส่งเท่าไหร่ในแต่ละเดือน แต่ก็จะอยู่ในช่วงนี้ไปจนถึงครึ่งปี จำนวน 20 ล้านโดส ขณะเดียวกัน วัคซีนซิโนฟาร์มที่บริษัทไบโอเจเนเทคได้ยื่นเอกสารขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาครบแล้ว คาดว่าในวันที่ 28 พ.ค.ทางคณะกรรมการของ อย.จะมีการประชุมหารือกันเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียน

“เราไม่ได้ขี่ม้าตัวเดียว มีปัญหาตรงไหนก็จะมีแผน 1 แผน 2 คอยบริหารจัดการ ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรก็ต้องไปตามผู้ปฏิบัติคือกรมควบคุมโรค แล้วอย่าไปกดดันเขา เขายังไม่ได้บอกมาสักคำว่าจะมีการเลื่อนฉีดวัคซีน ใครพูดก็ไม่รู้ เขียนหรือสรุปอะไรไปก็ไม่ใช่กรมควบคุมโรค คนสรุปไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้สรุป” นายอนุทินกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อนุทิน เปรียบไทยซื้อวัคซีนของแอสตร้าฯเหมือน ‘แทงม้าเต็ง’ พร้อมหนุนหน่วยงานไทยผลิตวัคซีนเอง

นายอนุทินกล่าวว่า วัคซีนที่มีการขึ้นทะเบียนในไทยแล้ว 4 ชนิด หากมีเอกชนรายใดไปเจรจาซื้อมาได้ก็สามารถนำเข้ามาได้ ทุกอย่างเป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนและความต้องการของผู้ประกอบการ ทำไมถึงบอกว่าเรากีดกันหรือไม่สนับสนุนนโยบายวัคซีน

เมื่อถามว่าในสัญญาที่ทำร่วมกับแอสตร้าฯได้ระบุว่าต้องส่งวัคซีนให้เราเดือนละกี่โดส นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ระบุในสัญญา แต่สัญญาระบุว่ากรมควบคุมโรคกับแอสตร้าฯจะต้องตกลงกันทุกเดือนในการกำหนดจำนวนวัคซีนที่จะฉีดได้แต่ละเดือน ซึ่งกรมควบคุมโรคก็มีเป้าหมายแต่ละเดือนไว้ ซึ่งก็ต้องมีการปรับแผนตลอด เช่น กระทรวงแรงงานก็บอกว่าจะนำวัคซีนไปฉีดเอง ไม่ใช้กระทรวงสาธารณสุขแล้ว กรมควบคุมโรคก็ไปปรับแผน ส่วนสัญญาจะมีการลงนามที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล (confidential agreement) หากจะเปิดเผยสัญญาต้องเปิดทั้ง 2 ฝ่าย แต่หากแอสตร้าฯเอาสัญญาเราไปเปิดเผยประเทศอื่นก็ต้องขอเราตามกระบวนการ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งตนเองก็พูดข้อมูลอยู่ทุกวันว่าซื้อเท่าไหร่ อย่างไร