รีวิวผลงาน ห้วง 1 เดือน ‘หมอไตรยฤทธิ์’ อธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ที่ไม่ใช่ ตำรวจ-อัยการ
ครบ 1 เดือน กับการเปลี่ยนแปลงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ที่นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ หรือ นพ.ไตรยฤทธิ์ เข้าดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
เป็นที่จับตามองของกลุ่มบุคลลทั้งในและนอกกระทรวงยุติธรรม ว่า หมอต้น หรือ นพ.ไตรยฤทธิ์ จะสร้างความแตกต่าง หรือปรับเปลี่ยนบทบาทของกรมสอบสวนคดีพิเศษไปในทิศทางใด
เพราะอย่าลืมว่า นพ.ไตรยฤทธิ์ ไม่ได้อยู่แวดวง การสืบสวน สอบสวนทำสำนวนมาก่อน ต่างจากอธิบดีดีเอสไอ คนก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย อัยการ ตำรวจ. ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนในและคนนอกเฝ้าจับตา การบริหารงาน ของ นพ.ไตรยฤิทธิ์ ที่จะนำพาดีเอสไอไปทิศทางใด
เมื่อช่วงเช้า 10.30 น. 29 ตุลาคม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ. อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และโฆษกดีเอสไอ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดี รองอธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีดีเอสไอ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว หนึ่งเดือนแห่งการขับเคลื่อนกรมสอบสวนคดีพิเศษ

นายไตรยฤทธิ์ พรีเซนต์ ผลงาน ร่ายเรียงแจกเอกสารข่าว ระบุว่า นับจากที่ตนได้เข้าดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ขับเคลื่อนงานที่เป็นเรื่องสำคัญ โดยแยกออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการสืบสวน/สอบสวน/ปราบปรามคดีพิเศษ ด้านบูรณาการหน่วยงานที่สำคัญ
และด้านมาตรฐานการปฏิบัติงาน มีการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดและให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งทำให้การป้องกันและปราบปรามคดีพิเศษ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม ดังนี้
1. ด้านการสืบสวน/สอบสวน/ปราบปรามคดีพิเศษ ประกอบด้วย
– กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา สนธิกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุม 3 จุดใหญ่พร้อมกัน ประกอบด้วยพื้นที่จังหวัดปทุมธานี 1 จุด และเขตพื้นที่จังหวัดระยอง 2 จุด กรณี ลักลอบจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องนอน ละเมิดเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดัง อาทิ หลุยส์ วิคตอง กุชชี่ ชาแนล สโมสรฟุตบอลแมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี เป็นต้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2564 มีมูลค่าของกลางไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท
– กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับทหาร ตำรวจ ตรวจค้นค่ายพระยอดเมืองขวาง จังหวัดนครพนม หาหลักฐานฆาตกรรม ร.ท. รุ่งเฉลิม พันธุ์สวัสดิ์ (หมวดบอล) ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือร้องเรียน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564
– รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ) และคณะพนักงานสอบสวนฯ ลงพื้นที่ขยายผลอายัดทรัพย์สินอดีตคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ในพื้นที่ 5 จังหวัด เมื่อวันจันทร์ที่ 25 และวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 ซึ่งสามารถระงับความเสียหายให้รัฐได้ถึง 214 ล้านบาท
– ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ พื้นที่ 9 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจในพื้นที่ โชว์ผลงานจับกุมกัญชาล็อตใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท เมื่อวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 และวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 ได้ขยายผลจับกุมเครือข่ายกัญชาแท่ง น้ำหนัก 1 ตัน เพิ่มเติมกว่า 50 ล้านบาท มีมูลค่าโดยรวมกว่า 60 ล้านบาท
– ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ สนธิกำลังและบูรณาการร่วมกับกรมป่าไม้ กอ.รมน.ภาค4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบโรงเลื่อยไม้ในจังหวัดยะลา และพื้นที่เขาและภูเขาในจังหวัดนราธิวาส ที่พบมีการลักลอบตัดไม้หวงห้ามและโดยอ้างเอกสารสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระหว่างวันที่ 14 – 15 ตุลาคม 2564 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่เป็นต้นไม้หวงห้ามขนาดใหญ่และที่ดิน ที่ออกในที่เขตป่าที่เป็นที่ของรัฐ รวมกว่า 1,000 ล้านบาท
– ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ สนธิกำลังกับสรรพสามิต และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจค้นจับกุมร้านค้าลักลอบจำหน่ายบุหรี่ต่างประเทศโดยผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 4 เป้าหมาย และพบโกดังเก็บหลังร้าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 การตรวจค้นพบบุหรี่ของกลางจำนวน 25,906 ซอง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 4 คน คิดคำนวณเป็นมูลค่าค่าปรับตามกฎหมายเป็นเงินจำนวนกว่า 20 ล้านบาท
– ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษพื้นที่ 6 จับกุมตัว ช.เล็ก สุโขทัย และพวก พร้อมยึดของกลางมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เมื่อวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564
2. งานด้านการบูรณาการกับหน่วยงานที่สำคัญและเครือข่าย เพื่อพัฒนาความร่วมมืออย่างใกล้ชิด การใช้ฐานข้อมูลและการฝึกอบรมร่วมกัน โดยได้เดินทางเข้าพบผู้บริหารจากหลายหน่วยงาน และการส่งผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบเพื่อหารือ เช่น อธิบดีกรมสรรพากร, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, อธิบดีกรมศุลกากร, อธิบดีกรมที่ดิน, อธิบดีกรมสรรพสามิต, อัยการสูงสุด, ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์, กองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี, การแถลงข่าวร่วมปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ กับ ปคม. กรมการปกครอง พม. และองค์การ OUR และที่ผู้บริหารหน่วยงานเข้าพบ เช่น ผู้ช่วยทูตมหาดไทยสเปน, ผู้แทนเครือข่าย DSI Station ที่อยู่ในต่างประเทศ เป็นต้น

3. กรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งปรับปรุงกฎหมาย สร้างคู่มือการปฏิบัติงานด้านการสืบสวน/สอบสวนให้เป็นมาตรฐาน โดยเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะทำงานปรับปรุงกฎหมาย
อนุบัญญัติเกี่ยวกับการดำเนินคดีพิเศษ ซึ่งมีประเด็นพิจารณา 2 เรื่องสำคัญ
คือ การจัดทำข้อบังคับคณะกรรมการคดีพิเศษว่าด้วยการปฎิบัติหน้าที่เกี่ยวกับคดีพิเศษ พ.ศ…. เพื่อกำหนดผู้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการมีความเป็นทางคดีเป็นลำดับชั้น ในการกระจายอำนาจ รวมทั้งข้อกำหนดที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อวางมาตรฐานการปฏิบัติงานและทบทวนกฎหมายและรายละเอียดความผิดที่สมควรเป็นคดีพิเศษ เพื่อมีความสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตามหากมองโดยรวมแล้ว ไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ หรือเปลี่ยนไปเท่าไหร่ ในเรื่องงานคดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการขับเคลื่อนงานคดีของดีเอสไอ มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่หวือหวา แต่ที่แปลกคือการตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลงานประชาสัมพันธ์รูปแบบนี้
เนื่องจากที่ผ่านมาภาพที่คุ้นชิน คืออธิบดีดีเอสไอ จะแถลงผลงานคดีใหญ่สำคัญๆ มากกกว่า การแถลงภาพรวมแบบยิบย่อย ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ก็เข้าใจได้ว่าช่วงนี้ต้องนำเสนอ สร้างความจดจำ เพราะเป็นอธิบดีคนใหม่
ทั้งนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่า จะมีผลงานชิ้นโบแดง แบบพิเศษ ๆ ให้สมชื่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เกิดขึ้นหรือไม่ ภายใต้การนำทัพ ของ “ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์” อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ !

