ผบช.ภ.9 เตรียมรายงานผลการตรวจสอบคดี ‘เสี่ยโจ้’ ให้ ผบ.ตร. ทราบจันทร์นี้
กรณีนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ปัตตานี ได้รับการปล่อยตัวไปหลังจากพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยมีการให้ข้อมูลว่า เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายสหชัย ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ 60/2564 ลง 19 กุมภาพันธ์ 64 ในความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน แต่เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจส่งตัวนายสหชัย หรือโจ้ แก่พนักงานอัยการแล้ว นายสหชัยได้รับการปล่อยตัวไป โดยที่ไม่ได้ส่งตัวนายสหชัยเพื่อไปบังคับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดปัตตานี ในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดเกี่ยวกับดวงตรา เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจตรวจสอบในสารบบแล้วพบว่ามีหมายจับนายสหชัย ของศาลจังหวัดสงขลาเพียงหมายจับเดียว โดยไม่พบหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานี เจ้าพนักงานตำรวจจึงมิได้นำตัวนายสหชัยส่งไปยังศาลจังหวัดปัตตานี
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สอบสวนกลางรวบเสี่ยโจ้ ปัตตานี เจ้าพ่อค้าน้ำมันเถื่อนภาคใต้ ยึด 2 พันลิตร เงินสด 48 ล้านบาท
- สอบสวนกลาง แจง ‘เสี่ยโจ้’ ถูกปล่อยตัวหลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง ยันไม่มีการช่วยผู้กระทำผิด
- โฆษกตร.แจง’เสี่ยโจ้ ปัตตานี’ ผบ.ตร.สั่งกองกฎหมาย-ผบช.ภ.9 เร่งตรวจสอบคดี ข้อบกพร่องทั้งหมด
ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน สำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกข่าวแจกสื่อมวลชนยืนยันว่าศาลจังหวัดปัตตานีส่งหมายจับนายสหชัยให้ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และ ผกก.สภ.บ้านแหลม ตั้งแต่ 9 ตุลาคม 57 นั้น
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน มีรายงานความคืบหน้าว่า พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ได้แต่งตั้ง พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รอง ผบช.ภ.9 เป็นหัวหน้าชุดลงไปตรวจสอบกรณีดังกล่าว ในเบื้องต้นพบว่าเจ้าหน้าที่ส่งหมายศาล นำหมายไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี โดยพนักงานสอบสวนได้รับหมายดังกล่าวไว้ ส่วนรายละเอียดอื่นต้องรอผลการตรวจสอบว่า พนักงานสอบสวนรายดังกล่าวได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบข้อกฎหมายหรือไม่ และถ้าหากพบว่าเข้าข่ายกระทำการบกพร่อง หรือผิดกรอบระเบียบฯ ก็จะตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป สำหรับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะรายงานให้ ผบ.ตร.ทราบตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ 3 วัน ซึ่งคาดว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จในวันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายนนี้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว แล้วรายงานผลให้ทราบภายใน 3 วัน หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยหรือมีพฤติการณ์การกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดอาญา ผบช.ภ.9 จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทันที

