ตร.ส่งมอบเงิน 63 ล.คืนวัดห้วยด้วน หลังตามยึดจากกลุ่มไวยาวัจกร

23.11.21 | 10:13 น.

ตำรวจสอบสวนกลางร่วมภูธรภาค 6 ส่งมอบเงิน 63 ล้านคืนวัดห้วยด้วน หลังตามยึดจากกลุ่มไวยาวัจกร เผยคืนเงินแต่เรื่องไม่จบคดียังดำเนินต่อไป

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่วัดห้วยด้วน (ธารทหาร) อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ร่วมเป็นสักขีพยานการรับมอบถวายเงินคืนแด่พระราชมงคลวัชราจารย์ (พัฒน์ ปญุญกาโม) หรือหลวงพ่อพัฒน์ ปญฺญกาโม เจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน จํานวน 63,034,470 บาท หลังก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบพบว่ากลุ่มไวยาวัจกรของวัดห้วยด้วน มีการยักย้ายถ่ายเทเงินของวัดเข้าบัญชีส่วนตัว จนเกิดเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับพฤติกรรมบริหารจัดการเงินวัดที่ไม่โปร่งใส


พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มลูกศิษย์ของหลวงพ่อพัฒน์เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป.ให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มไวยาวัจกรของวัดห้วยด้วน และคนใกล้ชิดที่มีอํานาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัด หลังพบมีพฤติการณ์ต้องสงสัยทุจริตยักยอกเงินของวัดห้วยด้วน และมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการกิจนิมนต์ และการดูแลสุขภาพของหลวงพ่อพัฒน์ ซึ่งมีอายุมากกว่า 100 ปี พร้อมขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลเหล่านี้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.จึงลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที ก่อนพบว่ากลุ่มไวยาวัจกรและคนใกล้ชิดหลวงพ่อพัฒน์ คือ นายเสนาะ ทองปรอน, นางชัญญา เพชรสายบัว และนางบุญเชิด สุขจิตร ทั้ง 3 ราย มีการนําเงินของวัดไปเข้าบัญชีในชื่อตนเอง จำนวน 7 บัญชี รวมเป็นเงิน 63,034,470 บาท จึงได้อายัดเงินในบัญชีดังกล่าวไว้ ก่อนเข้าตรวจสอบภายในวัดและตรวจยึดเอกสารและหลักฐานต่างๆ นํามาตรวจสอบ พร้อมกับเชิญตัวบุคคลทั้ง 3 คนมาทำการสอบปากคำถึงที่ไปที่มาของเงินดังกล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้นไวยาวัจกรทั้ง 3 ราย ยอมรับว่าเงิน จํานวน 63 ล้านบาท เป็นเงินของหลวงพ่อพัฒน์จริง สอดคล้องกับคำให้การของหลวงพ่อพัฒน์ที่เคยให้การว่าเงินที่ได้รับการถวายจะให้กลุ่มไวยาวัจกรและคนใกล้ชิดนําเงินไปฝากในบัญชีส่วนตัว เพื่อสะดวกในการเบิกเงินมาใช้ ในการสร้างเจดีย์กลางน้ำและสาธารณประโยชน์ แต่จําได้ว่ามอบเงินให้ไปฝากประมาณ 28 ล้านบาทเท่านั้น และเมื่อถึงกําหนดการจ่ายค่างวดก่อสร้างเจดีย์กลางน้ำ หลวงพ่อพัฒน์ได้ให้นายเสนาะไปถอนเงิน จํานวน 15 ล้านบาท เพื่อมาจ่ายให้กับผู้รับเหมา แต่นายเสนาะกลับไม่ยอมถอนเงินมาให้ ทําให้หลวงพ่อพัฒน์ต้องหาเงินจากส่วนอื่นมาจ่ายค่าก่อสร้างเจดีย์กลางน้ำแทน

Advertisement

ผบก.ปปป.กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.เข้าตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจนทราบข้อเท็จจริง ทางไวยาวัจกรทั้ง 3 รายจึงยินยอมทำหนังสือบันทึกสมัครใจถอนเงินจํานวนดังกล่าวมาถวายคืนแด่หลวงพ่อพัฒน์และวัด จนนำมาสู่พิธีการทำบันทึกคืนเงินกลับคืนวัดในวันนี้ อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเงินจำนวน 63 ล้านบาทดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจยึดและอายัดบัญชีธนาคารอีกบัญชีหนึ่งของนายเสนาะ จำนวน 7.9 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นเงินของวัดอีกหรือไม่

“ยืนยันว่าคดีนี้จะมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแน่นอน ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีละเว้น แต่ในขั้นตอนแรกที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการคือการติดตามเงินกลับคืนมาให้วัดได้หมดเสียก่อน ส่วนสำนวนคดีการเอาผิดกับผู้กระทำผิดหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวน บก.ปปป.จะเร่งสรุปสํานวนการสอบสวนดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ เพื่อไต่สวนและวินิจฉัยว่ามีการกระทําผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่หรือไม่ ตามมาตรา 61 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ต่อไป” ผบก.ปปป.กล่าว

สำหรับประวัติหลวงพ่อพัฒน์นั้น เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ปฏิบัติวางตัวดี มีความเมตตาสูง จนทําให้มีประชนชนและลูกศิษย์ เลื่อมใส ศรัทธา เคารพนับถือจํานวนมาก ด้วยเหตุนี้จึงทําให้มีผู้มาขอให้หลวงพ่อพัฒน์ปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ และถวายเงินแด่หลวงพ่อพัฒน์เป็นเงินปีละกว่าร้อยล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้ทางหลวงพ่อจะนําไปใช้ในการทํานุบํารุงศาสนา และให้หน่วยงานที่เข้ามาขอความช่วยเหลือเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น วัด โรงพยาบาล และโรงเรียนต่างๆ โดยไม่ได้นําเงินไปใช้ในทางส่วนตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง – ตำรวจปปป.อายัดเงิน 60 ล.ลูกศิษย์ใกล้ชิด ‘หลวงพ่อพัฒน์’ ตรวจสอบหาแหล่งที่มา