ไทยพบโอมิครอนพุ่ง 514 ราย ป่วยหนัก 4% อาการมากสุด ไอ-เจ็บคอ
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมแถลงฉากทัศน์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย และอัพเดตสถานการณ์เชื้อโอมิครอน
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. – 18 ธ.ค.64 เป็นต้นมา สะสม 514 รายที่เป็นต้นเชื้อ กระจายใน 14 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากระบบเข้าประเทศทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ ระบบไม่กักตัว(Test and go) ระบบแซนด์บ๊อกซ์ (Sand box) และระบบกักตัว(Quarantine) แล้วเราตรวจจับได้
หลังจากนั้นคนเหล่านี้จะกลับไปพื้นที่ต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในการควบคุม แต่บางส่วนเล็ดลอดออกไป พบเป็นการสัมผัสใกล้ชิดผู้เดินทางจากต่างประเทศประมาณ 20% เช่น ไปเยี่ยมญาติ ก็อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ จึงต้องระมัดระวังให้มาก
สำหรับ อาการโอมิครอน ของผู้ติดเชื้อ มี ดังนี้ อาการน้อยจนถึงไม่มีอาการ 90% มีอาการเล็กน้อย 10% อาการมาก 3-4% ขณะที่ โอมิครอนพบที่หลอดลมมากกว่าลงปอด
ดังนั้นอาการที่พบได้มากคือ ไอ แต่หากลงปอดก็จะมีความรุนแรงเช่นเดียวกับเดลต้า ส่วนการศึกษาจากผู้ติดเชื้อโอมิครอน 41 รายที่เราทำการรักษาอยู่ พบว่า อาการไอ 54% เจ็บคอ 37% ไข้ 29% ปวดกล้ามเนื้อ 15% มีน้ำมูก 12% ปวดศีรษะ 10% หายใจลำบาก 5% และไม่ได้กลิ่น 2%
“เราพบอาการไม่ได้กลิ่นน้อย พบเพียง 1 ราย โดยเราให้ยาที่มีอยู่คือ ฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 5 วันตามมาตรฐาน เราจึงพบว่า หากให้ยาตั้งแต่ต้น อาการจะดีขึ้นภาพใน 24-72 ชั่วโมง อาการฟื้นกลับมาเป็นปกติได้” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว
ด้าน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลผู้ติดเชื้อ ณ วันที่ 27 ธ.ค.64 ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ ส่วนใหญ่ไม่แตกต่างจากอาการโควิด-19 มักเป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไอ เจ็บคอ ไอแห้ง บางรายพบอาการปอดอักเสบแต่ไม่มาก ซึ่งเกือบทุกประเทศรายงานตรงกันว่า โอมิครอนไม่รุนแรงกว่าเดลต้าแน่ๆ หลายประเทศบอกว่าน้อยกว่าพอสมควร โดยในไทยเรายังไม่ได้ขึ้นทะเบียนยาตัวอื่น เพราะบางยาเพิ่งผ่าน อย.สหรัฐอเมริกา เราจึงใช้ฟาวิพิราเวียร์เป็นหลัก หากให้เราใน 3 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นและหายเป็นปกติ
นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลเบื้องต้นของผู้ติดเชื้อโอมิครอน 100 รายแรกที่พบในประเทศไทย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 99 ราย และติดเชื้อในประเทศ 1 ราย เพศชาย 54 ราย หญิง 45 ราย อายุน้อยที่สุด 8 ปี สูงสุด 77 ปี ค่ามัธยฐาน 34 ปี สัดส่วนผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ 48% มีอาการ 41% และอีก 11% กำลังรวบรวมข้อมูล
“พูดง่ายๆ คือคนไข้ไม่มีอาการเลยครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งมีอาการไม่มาก ซึ่งอยากให้สังเกตว่า 100 รายแรก ไม่มีใครใส่ท่อช่วยหายใจและไม่มีเสียชีวิต แต่มีผู้ป่วยปอดอักเสบ 7 รายทุกรายได้วัคซีนแล้วอย่างน้อย 2 โดส ในจำนวนนี้ 5 รายที่ออกซิเจนไม่แย่ลง คือ ปอดอักเสบน้อย ซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จึงอยากย้ำประชาชนที่รับวัคซีนเข็ม 2 เกิน 3 เดือนแล้ว การฉีดกระตุ้นจะมีผลการป้องกันโอมิครอนได้ดีขึ้น” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจออีก! โอมิครอนคลัสเตอร์ผัวเมียจากฝรั่งเศส ประวัติร่วมวงข้าวในกรุง เจอครอบครัวที่จ.เลย
โอมิครอน โผล่สุรินทร์ ติดแล้ว 3 ราย ไทม์ไลน์เที่ยวงานช้างแฟร์ ชมคอนเสิร์ตศิลปินดัง

