เหยื่อแฉพฤติกรรม ‘รอง หน.พรรค’ ตำรวจยันไม่เลือกปฏิบัติ ผู้ก่อเหตุยังไม่ประสานให้ปากคำ

14.04.22 | 17:16 น.
พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.

รอง ผบช.น.เร่งติดตามคดี รอง หน.พรรคใหญ่ เผยยังไม่ได้รับการประสานเข้าให้ปากคำ

จากกรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ระบุถึงกรณีมีผู้เสียหายถูกรองหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคใหญ่พรรคหนึ่งทำการลวนลามโดยไม่สมยอม หลอกลวงว่าจะพาผู้เสียหายไปพูดคุยเรื่องเศรษฐศาสตร์ แต่กลับพูดคุยเรื่องเพศ เรื่องลามกอนาจาร รวมถึงก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับหญิงไทย อายุ 18 ปี 2 คน ในประเทศอังกฤษ โดยมีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 14 เมษายน ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. เดินทางมาเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ลุมพินี ไว้เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ตำรวจได้มีการสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมพอสมควร โดยภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตำรวจได้มานั้นมีประโยชน์ต่อรูปคดี

พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า คดีนี้เป็นการกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล มีอัตราโทษเกิน 3 ปี ยอมความไม่ได้ แต่การจะขอศาลอนุมัติออกหมายจับ หรือหมายเรียกนั้นถือเป็นดุลพินิจของศาล หากผู้ก่อเหตุจะมามอบตัวก่อนก็ถือว่าเป็นสิทธิที่จะกระทำได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากผู้ก่อเหตุว่าจะเข้ามาให้ปากคำเมื่อใด

พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้เสียหายรายอื่นต้องดูว่าเกิดเหตุในพื้นที่ใด และให้ทำการแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ แต่หากสะดวกที่ใดก็สามารถแจ้งความที่ท้องที่นั้นๆ ได้ ตำรวจจะทำการส่งเรื่องไปยังพื้นที่เกิดเหตุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

ส่วนกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาแถลงขอลาออกทุกตำแหน่ง และปฏิเสธข่าวนั้น พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย เบื้องต้น ยังไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องหาในทางคดีได้ ทั้งนี้ ขอย้ำว่าตำรวจไม่เลือกปฏิบัติ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะมีตำแหน่งใดก็ตาม

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเอาผิดนายบี (นามสมมุติ) รองหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” หลังเมื่อเวลา 17.00-19.00 น. วันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา หลัง น.ส.เอ ได้รับการแนะนำเรื่องการลงทุนจากมารดาที่ให้มารู้จักกับนายบี ซึ่งมีความรู้และเชี่ยวชาญด้านการลงทุน และเศรษฐศาสตร์

ทั้งนี้ เมื่อไปถึงที่ร้านพบว่านายบีกำลังดื่มแอลกอฮอล์อยู่ และชักชวนให้ดื่มด้วย แต่ น.ส.เอ ไม่ดื่ม ก่อนที่นายบีจะบอกว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่และบังคับให้ดื่ม ด้วยความเกรงใจและไม่ต้องการมีปัญหา น.ส.เอ จึงดื่มไปตามที่บอก

ระหว่างนั้นนายบีได้พูดคุยเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่มาพูดคุยกัน อีกทั้งยังสอบถามว่ามีแฟนมากี่คน เคยจูบและมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ และยังพยายามขยับเข้ามานั่งใกล้ ใช้มือแตะเนื้อตัว หอมมือ แขน และจูบปาก ซึ่ง น.ส.เอ พยายามผลัก เพราะไม่ชอบให้ใครมาถูกตัว แต่นายบีก็ยังขยับเข้ามาใกล้ทุกครั้งที่มีโอกาสจนทนไม่ไหว ก่อนจะขอตัวกลับ นายบีจึงขอขับรถไปส่ง และ น.ส.เอ ไม่สามารถปฏิเสธได้

โดยขณะที่อยู่บนรถนายบียังพยายามมาจับมือ น.ส.เอ ซึ่งพยายามผลักอยู่หลายครั้ง จนมาถึง MRT สถานีเพชรบุรีจึงลงจากรถและเดินทางกลับบ้าน ก่อนจะเล่าเรื่องดังกล่าวให้แม่ฟังและเข้าแจ้งความ ก่อนที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ พร้อมสอบปากคำผู้เสียหายไว้ และส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมประสานฝ่ายสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อนำมาประกอบผลทางคดี