‘บิ๊กโจ๊ก’ บิน ‘สุราษฎร์’ บ่ายนี้ คุยพ่อแม่เหยื่อค้ามนุษย์ ยัน ไม่มีการเมืองในพื้นที่

11.05.22 | 10:10 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ ยัน ไม่มีการเมืองในพื้นที่ เผยบิน ‘สุราษฎร์’ บ่ายนี้ คุยพ่อแม่เหยื่อค้ามนุษย์

เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือรอง ผอ.ศพดส.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในคดีละเมิดสิทธิเด็กต่ำกว่า 18 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ตนลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อดูแลสำนวนความคืบหน้าของคดีและพบกับพ่อแม่ของเด็ก


ผู้สื่อข่าวถามว่า หวั่นใจหรือไม่กรณีที่มีนักการเมืองในพื้นที่แทรกแซง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวยอมรับว่า เรื่องนี้มีปัญหามานานแล้ว ตนได้ให้พนักงานสอบสวนทำเรื่องขออนุมัติต่อศาลเพิกถอนการประกันไปแล้ว ขณะนี้ผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ ศาลได้เพิกถอนการประกันแล้ว จนต้องกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า คดีนี้ทำง่ายๆ ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรซับซ้อน ดังนั้น พนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการงานร่วมกันกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดังนั้น กระทำเหมือนเช่นทุกองค์กรที่ถ้ามีผู้กระทำผิดก็ต้องทำความจริงให้ปรากฏ โดยเฉพาะ ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำ ส่วนไหนที่กระทำผิดก็ต้องทำความจริงให้ปรากฏ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ในท้องถิ่นต้องแยกให้ออกว่าส่วนไหนถูก ส่วนไหนผิด ไม่เช่นนั้นเด็กจะย่ำแย่ ดังนั้น ที่สำคัญคือจะต้องกันเด็กทั้งหมด 8 คน รวมทั้งหัวหน้าบ้านพักเด็ก เข้าร่วมโครงการคุ้มครองพยาน โดยประสานกระทรวงยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ตนจะพบกับพ่อแม่เด็กเพื่อให้เกิดความมั่นใจและอุ่นใจว่าเขาและน้องได้รับเงินเยียวยา และได้รับการดูแล

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไม่ลำบากใจกรณีอิทธิพลในพื้นที่ใช่หรือไม่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่หนักใจ เพราะสิ่งที่เราทำมีความชัดเจน ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ทำอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้ เรื่องการตีเด็กในสถานที่ราชการจะต้องไม่เกิดขึ้น และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องบังคับใช้กฎหมายเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเมืองในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง หรืออาจจะเป็นเครือญาติ หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิด ปกติ ก็ต้องถูกดำเนินคดี