เตือน ‘โกทร’ จะหนี ต้องหนีให้รอด จนท.อุทยานฯงง จับเป็นหมื่นคดี ไม่เคยเจอหมดอายุความแค่ 2-3 ปี

12.06.22 | 16:40 น.
ภาพโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

‘มือปราบรุกเขาใหญ่’ เตือน ‘โกทร’ หนีให้รอดยังมีอีกคดีอายุความถึงปี 2583 ด้าน จนท.อุทยานฯมึนเหตุนักการเมืองรุกเขาใหญ่ จับมาเป็นหมื่นคดีไม่เคยเจอหมดอายุความแค่ 2-3 ปี ยันคดีเริ่มนับวันเจ้าหน้าที่พบเหตุกระทำผิด ยกเคส ‘เอ๋ ปารีณา’ ครอบครองมาตั้งแต่รุ่นพ่อจน จนท.ตรวจสอบพบความผิดจึงจับกุม

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ นายสุนทร วิลาวัลย์ บิดา ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐออกโฉนดที่ดินบุกรุกป่าเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดย ป.ป.ช.ระบุว่าในส่วนของคดีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ สำหรับการออกโฉนดที่ดินในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น คดีความจะหมดอายุในวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย.นี้ ซึ่งการบุกรุกออกโฉนดเกิดขึ้นเมื่อปี 2545 แต่เพิ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีและ ป.ป.ช.เพิ่งรับเป็นคดีเมื่อปี 2563 และนายสุนทรยังไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมอบตัวแต่อย่างใด โดยหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะไม่สามารถเอาผิดนายสุนทรได้นั้น

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์การประสานการปฏิบัติ (ศปป.) ที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในฐานะชุดจับกุมดำเนินคดีนายสุนทร และนางกนกวรรณ กับพวก กรณีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในเขต จ.ปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนายสุนทรและนางกนกวรรณต้องแยกเป็น 2 คดี โดยคดีแรกคือคดีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบเกิดขึ้นในปี 2545 ป.ป.ช.รับไปดำเนินการ และไปย้อนดูว่าโฉนดออกปีไหน ปรากฏว่าออกในปี 2545 มีนายสุนทรและนางกนกวรรณนำชี้ และมีเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เจ้าหน้าป่าไม้ รวม 10 คน ร่วมออกเอกสารสิทธิ ซึ่งถือว่ามีความผิดทั้งหมด โดยคดีนี้จะหมดอายุความในวันที่ 13 มิ.ย. 2565 เป็นเฉพาะในส่วนคดีของนายสุนทร แต่ของนางกนกวรรณจะหมดอายุความในเดือน ก.ค. 2565 เพราะเป็นเอกสารสิทธิคนละฉบับ ถ้าไม่สามารถนำตัวนายสุนทรมาส่งฟ้องได้ คดีจะขาดอายุความจริง แต่นายสุนทรยังมีคดีบุกรุกป่าอีก 1 คดี ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมในปี 2560 และ 2563 ถ้านายสุนทรจะหนีก็ต้องหนีอีกเกือบ 20 ปี เช่นเดียวกับนางกนกวรรณ ก็โดนคดีบุกรุกป่าเหมือนกัน

“คดีบุกรุกป่านี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับนายสุนทรและนางกนกวรรณในข้อหาบุกรุกอุทยานฯเขาใหญ่ ซึ่งทั้ง 2 คน เอาโฉนดมาแสดง แต่ก็เป็นโฉนดที่ออกโดยมิชอบ แถมยังบุกรุกเพิ่มด้วย จึงโดนข้อหาบุกรุกป่า ดังนั้น ต้องแยกเป็น 2 คดี นายสุนทรและนางกนกวรรณไม่พ้นผิดในคดีการบุกรุกป่าและออกโฉนดโดยมิชอบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว แม้คดีนายสุนทรจะหมดอายุความในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ก็ยังมีคดีบุกรุกป่าอีก 1 คดีรออยู่ ซึ่งจะครบอายุความในปี 2583 ถ้านายสุนทรจะหนีต้องหนีให้รอด พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

ด้านแหล่งข่าว เจ้าหน้าที่ระดับสูง จาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องคดีอาญา อาจเป็นการตีความโดยนับจากวันออกโฉนด หรือตามโทษในทางอาญา นับจากวันที่เจตนาทำความผิด หรือเริ่มต้นจากการกระทำความผิด ซึ่งตามมาตรา 95 ของ ป.วิอาญา ระบุว่าถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ เช่น (1) 20 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี (2) 15 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 7 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี เป็นต้น ซึ่งต้องดูว่าเจ้าหน้าที่ที่ดิน และคนข้างเคียงที่เป็นพยานในที่เกิดเหตุทุกคนร่วมกันทุจริตพร้อมกันหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาจากการดำเนินคดีการทำกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ ในเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าซึ่งทางกรมอุทยานฯและกรมป่าไม้ได้ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีมาเป็นนับพันนับหมื่นคดี ทั้งกรณีการบุกรุกใหญ่ๆ เช่น พื้นที่อุทยานฯทับลาน จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี การบุกรุกออกโฉนดในพื้นที่อุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต หรือแม้กระทั่งกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จ.ราชบุรี ที่ต้องหลุดจากตำแหน่ง ส.ส. ก็ครอบครองพื้นที่มายาวนานตั้งแต่รุ่นบิดา ซึ่งไม่ได้นับจากวันที่เข้ายึดถือครอบครองพื้นที่ คดีความเริ่มนับจากวันที่เจ้าหน้าที่พบเห็นการกระทำความผิด ซึ่งอาจจะแจ้งความในวันดังกล่าว หรือแจ้งความในภายหลังก็ตาม

“การกระทำความผิดในเรื่องการบุกรุกออกโฉนดเป็นการกระทำความผิดที่ซ่อนเร้น เจ้าหน้าที่อาจไม่ทราบเหตุมาก่อน จึงจะไปนับวันที่ออกโฉนดไม่ได้ หลายกรณียึดถือครอบครองออกโฉนดมากว่า 30 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ทราบเหตุ เมื่อพบเห็นการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ก็จับกุมดำเนินคดี และนับอายุความกันตอนนั้น อย่างกรณี น.ส. ปารีณาที่ครอบครองมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำไมไม่ขาดอายุความ และ น.ส.ปารีณาหลุดจากตำแหน่ง ส.ส.ได้ ซึ่งตีความและนับอายุความเช่นนี้โทษติดคุกของนายสุนทรอาจจะหมดไป หากไม่สามารถนำตัวมาส่งฟ้องได้ทันวันที่ 13 มิ.ย. แต่ความผิดในทางแพ่งและการเอาพื้นที่ป่าคืนยังมีอยู่ เพราะพื้นที่ของรัฐไม่มีการครอบครองปฏิปักษ์ สามารถยึดคืนพื้นที่ได้ตลอดเวลา” แหล่งข่าวระบุ

ส่วนปี 2563 จับกุมตรวจยึดอีกแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

1.คดีบุกรุกใหม่ ออกนอกโฉนดเข้าไปใน อ.เขาใหญ่ ตรวจยึด 7 แปลง พื้นที่รวม 24-1-88 ไร่คดีอยู่ในชั้นพิจารณาของอัยการสูงสุด (อัยการปราจีนสั่งไม่ฟ้อง)

2.การออกโฉนดโดยมิชอบ 3 แปลง ส่ง ปปช.ดำเนินการ