อธิบดีกรมสุขภาพจิต รับมีเคสชายหลอนกัญชา จนตัดอวัยวะเพศจริง! แนะผู้ป่วยจิตเวชเลี่ยงใช้

21.06.22 | 18:44 น.

อธิบดีกรมสุขภาพจิต รับมีเคสชายหลอนกัญชา จนตัดอวัยวะเพศจริง! แนะผู้ป่วยจิตเวชเลี่ยงใช้

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีชายไทยอายุ 23 ปี เกิดอาการหลอนจากการใช้กัญชา แล้วใช้กรรไกรตัดอวัยวะเพศของตัวเองจนขาด ว่า สำหรับผู้ป่วยที่รายงานดังกล่าว ระบุว่าไม่มีประวัติจิตเวชมาก่อน โดยอาการหลอนที่เกิดขึ้นมาจากการใช้สารเสพติดเพียงชนิดเดียว คือ กัญชา และไม่ได้ใช้ร่วมกับสารเสพติดหรือของมึนเมาอื่น อย่างเช่น แอลกอฮอล์ ยาบ้า หรือมีภาวะสุขภาพจิตส่วนตัว ซึ่งเคสนี้ได้รับการดูแลเรียบร้อยแล้ว จึงมีการรายงานทางการแพทย์ขึ้นมา ทั้งนี้ สารทีเอชซี (THC) ที่อยู่ในกัญชา ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทใน 3 อาการ คือ กดประสาท กระตุ้นประสาทและหลอนประสาท หรืออาจจะเกิดร่วมกันได้ ซึ่งแต่ละคนมีความไวต่อสารต่างกัน บางคนต้องใช้มาก จึงจะเกิดอาการ แต่บางคนใช้นิดเดียวก็เกิดอาการได้แล้ว

ข่าวน่าสนใจอื่น :

“กลุ่มผู้ที่ใช้กัญชาชนิดเดียวแล้วเกิดอาการหลอน ในอดีตเราจะเจออยู่ที่ ร้อยละ 1-2 ซึ่งรายงานผู้ป่วยรายดังกล่าว ผลระบุว่าเกิดจากกัญชาแน่นอน เพราะตอนที่หยุดใช้ อาการก็หายไป เมื่อกลับมาใช้ก็เป็นอีก” พญ.อัมพร กล่าวและว่า สำคัญที่สุดคือ ไม่แนะนำและต้องหลีกเลี่ยงในการใช้กัญชากับผู้ป่วยจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นโรควิตกกังวล จิตเภท หรือไบโพลาร์ เพราะกัญชามีโอกาสไปเร่งเร้าให้เกิดอาการได้เร็วขึ้น เกิดอาการได้มากขึ้น หรือการรักษาอาการป่วยเดิมนั้นทำได้ยากขึ้น

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สธ.ไม่ได้ส่งเสริมการใช้กัญชาในการเสพติดแน่นอน และกลุ่มเสี่ยง ที่มีแนวโน้มเป็นโรคจิตเวช หรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นอยู่ รวมถึงมีแนวโน้มเสี่ยงโรคจิตเวชทางพันธุกรรม ก็ขอห้ามไม่ให้ใช้กัญชา

Advertisement

“แม้ปัจจุบันจะมีการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคจิตเวชในบางโรค แต่ก็ต้องเป็นไปตามภายใต้กำกับดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เราถึงจะได้ประโยชน์จากกัญชา และเกิดโทษจากกัญชาน้อยที่สุด” พญ.อัมพร กล่าว

ทั้งนี้ พญ.อัมพร กล่าวว่า ในการให้ความรู้ประชาชนถึงการใช้สารเสพติด ไม่ว่าจะเป็นกัญชาหรือสารประเภทอื่นนั้น ถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการใช้กัญชาทางการแพทย์มากขึ้น ทางกรมสุขภาพจิตก็เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาวิจัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำประโยชน์ของกัญชามาใช้ทางการแพทย์ เร่งให้ความรู้ประชาชนถึงข้อดี ข้อเสีย ที่สำคัญคือ การติดตามผู้ป่วยทางจิตเวชทุกรายเพื่อคัดกรองประวัติการใช้กัญชา ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมาดูแลสถานการณ์การใช้กัญชาให้ถูกต้อง และตอนนี้ได้เปิดสายด่วน 1667 “ปรึกษากัญ” เพื่อให้ประชาชนโทรศัพท์มาถามข้อมูลได้ฟรี 24 ชั่วโมง