‘ทหาร ขำหิรัญ’ 1 ในคณะราษฎร บุคคลในหนังสือที่ ‘ชัชชาติ’ รับจากครอบครัวพยาบาลทำคลอด 56 ปีก่อน
ได้รับความสนใจอย่างมากหลังจากที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกทม. ลงพื้นที่โดยวิ่งจากเสาชิงช้าไปยังตลาดพรานนกโดยไม่บอกใคร แต่กลับเจอเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่า เมื่อในตอนหนึ่ง ได้พบคุณยายวัย 94 ที่บอกว่าตนเป็นบุตรสาวของ ‘พลเรือตรีทหาร (ทองหล่อ) ขำหิรัญ’ ซึ่งผู้ว่าฯ ชัชชาติ บอกว่า ได้ยินชื่อท่านมานานแล้ว ก่อนเซอร์ไพรสืไปอีกขั้น เมื่อคุณยายท่านเดิมบอกด้วยว่า น้องสาวแท้ๆของตน คือผู้ทำคลอดเด็กชายชัชชาติและเด็กชายฉันชายมากับมือ เมื่อครั้งเป็นนางพยาบาล ประจำโรงพยาบาลยาสูบ โดยเข้าไปเรียกคุณยายอีกท่าน ออกมาพบผู้ว่าฯ หลังจากผ่านไป 56 ปี นับแต่วันทำคลอด 24 พฤษภาคม พ.ศ.2509 (อ่านข่าว ชัชชาติ ไลฟ์ ‘พรานนก’ ไม่บอกล่วงหน้า ตะลึง! เจอพยาบาลทำคลอดเมื่อ 56 ปีก่อน)
ในช่วงท้าย ครอบครัวดังกล่าว ยังมอบหนังสือ ‘ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี : พลเรือตรี ทหาร (ทองหล่อ) ขำหิรัญ’ เขียนโดย เฉลิมวงษ์ มากนวล และเฉลิม มากนวล
หน้าปกเป็นภาพของ พลเรือตรีทหาร ในวัยหนุ่ม โดยมีอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ณ ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นภาพพื้นหลัง
คุณยายบอกว่า ‘อย่าเอาไปทิ้งนะ’ ผู้ว่าฯ รีบยืนยัน ไม่ทิ้งขว้างอย่างแน่นอน
พลเรือตรี ทหาร บิดาของ 2 คุณยาย คือ หนึ่งในคณะราษฎร ในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งยังมีบทบาทในเหตุการณ์กบฏ “แมนฮัตตัน”
ในเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2490 ถือเป็นคนสำคัญที่ช่วยเหลือ “ปรีดี พนมยงค์” หลบภัยรัฐประหาร ณ สัตหีบ หลังจากนั้นประสบมรสุมการเมืองในข้อหา “กบฏ” ตลอดช่วงยุคสมัยที่ 2 ของจอมพล ป. หรือแม้ล่วงเข้ายุคของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์แล้วก็ตาม
หลังเป็นอิสระจากการจับกุม พ้นคุกออกมา ตัดสินใจลงเลือกตั้ง จนได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ขณะดำรงสถานะผู้แทนราษฎรนี้เอง ทำให้มีโอกาสเดินทางพร้อมคณะเยือนสหภาพโซเวียตและจีน โดยได้เข้าพบปรีดีด้วย แต่ทันทีที่กลับถึงสนามบินดอนเมืองก็โดนข้อหา “คอมมิวนิสต์” จนต้องสิ้นอิสรภาพอีกครั้ง

เมื่อพ้นช่วงวิบากและได้รับอิสรภาพ ใน พ.ศ. 2505 ยังคงได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาในนาม “พรรคประชาธิปัตย์” อีกสองสมัย จวบกระทั่งเข้าสู่ปัจฉิมวัยเขาก็ได้สมาทานตนเป็นชาวพุทธที่เคร่งครัด ก่อนสิ้นลมในวัย 81 ปี โดยได้อุทิศร่างกายเป็น “อาจารย์ใหญ่” ให้กับโรงพยาบาลศิริราช
อัฐิของท่านไม่ได้อยู่เคียงข้างเหล่าสหายคณะราษฎรที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน แต่บรรจุร่วมกับภริยา ณ วัดเครือวัลย์วรวิหาร ฝั่งธนบุรี
พลเรือตรีทหาร เคยแสดงความคิดเห็นต่อบ้านเมืองไว้ใน อนุสรณ์งานศพ “กำลาภ(กุหลาบ) กาญจนสกุล” ซึ่งท่านเขียนคำรำลึกอุทิศ “กุหลาบ เพื่อนตาย 24 มิถุนายน 2475” ตอนหนึ่งว่า
“…ในทรรศนะของข้าพเจ้า กล่าวตามภาวะทางการเมืองงานของคณะราษฎรสิ้นสุดยุติลง เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 ซึ่งควรจะถือว่าคณะราษฎรต้องประสบความปราชัยทางการเมือง แต่ความรับผิดชอบในส่วนตัวบุคคลยังไม่สิ้นสุด เปรียบด้วยหนี้สินบุคคลชาวคณะราษฎรยังชำระหนี้ไม่หมด คงเป็นลูกหนี้ประชาชนอยู่จนกว่าประชาชนชาวไทยจะได้รับการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ คุณกำลาภจากไปแล้ว คนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องรับสนอง
ชาวคณะราษฎรที่ยังมีชีวิตอยู่นับว่าเป็นผู้โชคดี ที่ได้เห็นผลงานของตนซึ่งช่วยกันสร้างสรรค์เอาไว้ ทิ้งปัญหาที่เป็นบทเรียนอันควรแก่การศึกษาวิจัยวิจารณ์กันหลายบท ที่นับว่าสำคัญมี ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตยนานหลายสิบปีแล้ว เพราะเหตุใดจึงยังมีความเห็นกันว่า เข้าไม่ถึงระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง..’
ส่วนประเด็นที่ว่า นามเดิมของท่าน คือ ‘ทองหล่อ’ นี้ คือที่มาของชื่อซอยทองหล่อ ยังเป็นที่ถกเถียง บ้างก็ว่า มาจากชื่อท่านจริงๆ เพราะย่านนี้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยมีบาร์ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเส้นทางสายตะวันออก เขตรับผิดชอบของทหารเรือ ในขณะที่ นริศ จรัสจรรยาวงศ์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์คณะราษฎร เคยให้สัมภาษณ์เพจ ‘The people’ ว่า ในเอกสารงานศพของ นายทองหล่อ ทองบุญรอด นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ระบุที่มาชื่อซอยทองหล่อว่ามาจากบุคคลท่านนี้ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับพลเรือตรีทหารนั่นเอง (อ่าน ทองหล่อ มาจากไหน? ย้อนที่มาชื่อซอย ย่านสุขุมวิท สู่คลัสเตอร์ใหม่โควิด)



