มาตรการพิเศษสำหรับการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ
ความผิดเกี่ยวกับเพศมีลักษณะพิเศษเฉพาะและมีลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายที่แตกต่างจากสภาพการกระทำความผิดอื่นๆ ทั่วไป
กล่าวคือ ความผิดเกี่ยวกับเพศมักจะเกิดจากบุคคลใกล้ชิดที่อาศัยร่วมชายคาเดียวกันหรือทำงานที่เดียวกันจึงมีโอกาสที่จะอาศัยความใกล้ชิดลงมือกระทำต่อผู้เสียหายได้ ซึ่งลักษณะผู้กระทำอาจจะเป็นพ่อเลี้ยง ญาติพี่น้อง ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน
ดังนั้น สภาพปัญหาการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับเพศจึงมีประเด็นอ่อนไหวและประเด็นที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษมากกว่าคดีทั่วไป เช่น ความเกรงกลัวผู้กระทำที่มีอิทธิพลเหนือกว่าและอยู่ใกล้ชิดผู้เสียหายในชีวิตประจำวัน, บางกรณีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวทำให้ผู้เสียหายอับอายชาวบ้านและไม่อยากไปเบิกความในศาล, ความเจ็บปวดจากการถูกกระทำโดยคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดนั้นเป็นบาดแผลที่อยากจะลืมที่สุดแต่ก็ลืมยากที่สุด
แต่การเป็นพยานในการดำเนินคดีนั้นกลับบังคับให้ผู้เสียหายต้องจดจำความเจ็บปวดนั้นแม้กาลเวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้วก็ตาม ในหลายคดีที่เหยื่อผู้เสียหายต้องถูกตำรวจเรียกสอบสวนเพิ่มเติมหลายครั้งตามคำสั่งอัยการเพราะพนักงานสอบสวนขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในประเด็นที่อัยการต้องต่อสู้สืบพยานในชั้นศาลจึงสอบปากคำไม่ได้ใจความสำคัญครบถ้วน ในหลายคดีที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีกว่าจะจับตัวผู้กระทำความผิดได้ผู้เสียหายก็มีครอบครัวไปแล้วจึงไม่อยากมาเบิกความทบทวนความเจ็บปวดรวมถึงทำให้สามีและครอบครัวร่วมรับรู้และขมขื่นใจในเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับตนในอดีตและไม่ไปเบิกความทำให้คดีเสียหายผู้กระทำผิดลอยนวล ซึ่งการหลบหนีของผู้กระทำความผิดไม่ควรเป็นเรื่องที่ผู้หลบหนีได้ประโยชน์แต่ควรต้องรับผิดชอบในผลกระทบต่างๆ ที่ตามมา และการหลบหนีไม่ควรส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อวิถีชีวิตของผู้เสียหายและไม่ควรส่งผลเสียหายต่อการดำเนินคดีของรัฐ เป็นต้น
ด้วยลักษณะพิเศษเฉพาะและลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายนี้จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะมีการออกแบบพัฒนาระบบการสอบสวนและการดำเนินคดีที่ลดการทำร้ายผู้เสียหายซ้ำและมีประสิทธิภาพในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้มากขึ้น ดังนี้
1.สอบปากคำผู้เสียหายโดยการบันทึกถ้อยคำเหยื่อผู้เสียหายผ่านการบันทึกด้วยกล้องวงจรปิด เช่นเดียวกับการถามปากคำในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศที่ผู้เสียหายเป็นเด็กหรือเยาวชน โดยให้มีขั้นตอนการสาบานตนเช่นเดียวกับการเบิกความในศาล โดยอัยการสามารถพิจารณาลักษณะและประเมินความจำเป็นต่างๆ ของผู้เสียหาย เช่น สภาพความบอบช้ำของจิตใจ ความเกรงกลัวต่ออิทธิพลของผู้กระทำความผิดฯ เพื่อเสนอต่อศาลว่าคดีนี้มีเหตุผลความจำเป็นที่สมควร จึงขอนำสืบโดยการนำเทปที่บันทึกไว้ไปใช้ในชั้นพิจารณาคดีแทนการมาเบิกความของผู้เสียหายได้ เช่น ในคดีข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะรุมโทรมคือผู้กระทำความผิดหลายคน ผู้ต้องหามีทั้งอายุต่ำกว่า 18 ปีและเกิน 18 ปี จับได้ทีละคนสืบพยานทีละครั้งในแต่ละคดี กว่าจะจับคนร้ายและนำตัวมาดำเนินคดีครบทุกคน ผู้เสียหายคงโดนเหตุการณ์เลวร้ายในกระบวนการสืบพยานในศาลมาหลอกหลอนให้เจ็บปวดไม่รู้จักจบสิ้น นอกจากนี้อาจจะเสนอขอใช้การสืบพยานผ่านฉากกั้นหรือการสืบพยานผ่านกล้องวงจรปิดไม่ให้มีการประจันหน้าเพื่อลดความเกรงกลัวและความมีอำนาจเหนือระหว่างคู่กรณี เป็นต้น
2.เจ้าหน้าที่เมื่อได้รับแจ้งเหตุการกระทำความผิดข่มขืนกระทำชำเราต้องแจ้งเหตุแห่งคดีให้อัยการที่มีการจัดเวรเจ้าหน้าที่และอัยการ (On call) 24 ชั่วโมงเป็นปกติอยู่แล้ว เพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที ทำให้มีความเข้าใจบริบทความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมที่เกิดเหตุ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาสั่งคดีอย่างถูกต้องและการต่อสู้ในชั้นศาลในประเด็นสำคัญ เช่น มีการทำความผิดจริงหรือไม่ ผู้เสียหายยินยอมหรือเป็นการสมยอม สามารถหลบหนีจาการถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดได้หรือไม่ ทำไมไม่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือหรือโดยสภาพแม้ส่งเสียงร้องแล้วก็ไม่มีใครได้ยิน เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนเคยมีประสบการณ์จริงจากการลงตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันทีในคดีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 10 ปีถูกล่วงละเมิดทางเพศและกระทำชำเราโดยญาติๆ รวมถึง ปู่ อา ลุงรวม 13 คน ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นญาตินามสกุลเดียวกัน อาศัยอยู่ในบ้านเป็นเพิงง่ายๆ ที่สร้างติดๆ กัน แม่เด็กไม่มีสามีและไม่มีรายได้ไร้ความสามารถในการเลี่ยงดูลูกต้องอาศัยขออาหารญาติพี่น้องประทังชีวิตไปวันๆ เด็กต้องอาศัยหลับนอนเข้าออกบ้านทุกหลังไม่เป็นหลักแหล่ง เมื่อเกิดเหตุทั้งแม่และญาติๆ เกรงกลัวจะเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลทุกคนล้วนปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ทั้งกล่าวหาว่าเด็กสติไม่ดี ชอบโกหกคำพูดไม่น่าเชื่อถือ จากการที่อัยการลงพื้นที่ตรวจสอบคดีทันทีจึงพบว่ามีญาติพี่สาววัย 19 ปีที่ทราบเหตุการณ์และต้องการให้น้องสาวหลุดพ้นจากการถูกเอาเปรียบรังแกเช่นนี้ โดยยืนยันว่ามีการละเมิดทางเพศน้องสาวจริง ทำให้พี่สาวถูกกดดันจากญาติและหากจะเป็นพยานก็อาศัยอยู่บ้านไม่ได้ จึงต้องช่วยเหลือจัดให้ไปพักอาศัยที่บ้านพักฉุกเฉิน เช่นนี้ หากอัยการรับฟังเพียงแต่พยานญาติพี่น้องนามสกุลเดียวกันที่ให้การปฏิเสธในสำนวนโดยไม่ตรวจสอบบริบทความจำเป็นสภาพที่พักและการอาศัยพึ่งพิงในชีวิตความเป็นอยู่ คงจะสั่งไม่ฟ้องดำเนินคดีตามคำให้การพยานที่เป็นญาติๆ เท่านั้น
3.การให้พนักงานอัยการหญิงที่ผ่านการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจบริบทการต่อสู้คดีในชั้นศาลและการประเมินสภาพจิตใจของผู้เสียหายร่วมสอบปากคำผู้เสียหายในคราวเดียวกับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่สำคัญครบถ้วนในการสั่งคดีและการต่อสู้คดีในศาลโดยไม่ต้องสั่งตำรวจสอบสวนเพิ่มเติม ลดภาระยุ่งยาก การเดินทางและลดความอับอายของเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำอีก
4.ในกรณีไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องหาหลบหนีและหากจับตัวจำเลยได้ในภายหลังพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นในการต่อสู้คดีนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษอาจจะเสื่อมสลายไปตามระยะเวลา เมื่อได้รับทราบเหตุแห่งคดี ให้อัยการยื่นคำร้องขอต่อศาลสั่งให้ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดที่เป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีในการต่อสู้คดีในชั้นศาลได้ ตั้งแต่ชั้นสืบสวนสอบสวนแม้ผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิดเพื่อป้องกันความเสื่อมสลายของพยานหลักฐานสำคัญแห่งคดีและลดการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมในภายหลังการส่งสำนวนเนื่องจากจะช้าเกินไปหรือไม่อาจทำได้เพราะความเสื่อมสลายของหลักฐาน เมื่อสั่งเก็บตั้งแต่ชั้นเริ่มเกิดเหตุแล้วอัยการก็สามารถขอให้ศาลมีคำสั่งให้เก็บและตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นจากตัวจำเลยเพิ่มเติมได้อีกในภายหลังเพื่อพิสูจน์เปรียบเทียบในชั้นพิจารณาคดีในศาล
5.เมื่ออัยการตรวจสอบคดีตั้งแต่เกิดเหตุจะทราบเหตุผลและประเมินความจำเป็นที่จะต้องร้องขอใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตั้งแต่ชั้นสืบสวนสอบสวนเพื่อป้องกันอิทธิพลที่เหนือกว่าของผู้กระทำความผิดหรือป้องกันความใกล้ชิดในชีวิตประจำวัน ที่อาจจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานผู้เสียหายนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อผู้เสียหายในการให้ความร่วมมือเป็นพยาน เช่น การห้ามมิให้ผู้ต้องหาเข้าใกล้ผู้เสียหายเพื่อป้องกันการรังควานหรือข่มขู่ที่จะก่ออันตรายแก่ผู้เสียหายทำให้เกิดความเกรงกลัวหรือเกรงใจมิให้ความร่วมมือในการดำเนินคดีตั้งแต่ในชั้นสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน
6.เมื่ออัยการได้รับแจ้งเหตุการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศทันทีที่เกิดเหตุแล้วให้อัยการพิจารณาความจำเป็นเพื่อขอใช้แนวทางการสืบพยานผู้เสียหายล่วงหน้าทันทีในชั้นสืบสวนสอบสวนก่อนฟ้องคดีต่อศาล เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพยานบุคคลรวมถึงผู้เสียหายจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือเป็นบุคคลมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดี มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีเหตุจําเป็นอื่นอันเป็นการยากแก่การนําพยานนั้นมาสืบในภายหน้า อัยการจะยื่นคําร้องโดยระบุการกระทําทั้งหลายที่อ้างว่าผู้ต้องหาได้กระทําผิดต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคําสั่งให้สืบพยานนั้นไว้ทันทีก็ได้แม้จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือยังจับตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ก็ตาม เพื่อให้สืบพยานบุคคลหรือผู้เสียหายไว้ทันทีภายหลังเกิดเหตุไม่ต้องรอเวลาเนิ่นนานกว่าจะจับตัวจำเลยได้
7.การคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายโดยทันทีที่เกิดเหตุโดยอัยการพิจารณาขอให้ศาลสั่งมาตรการบรรเทาทุกข์ในกรณีการละเมิดทางเพศเป็นความรุนแรงที่เกิดในครอบครัว ตาม หมวด 15 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ และพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว 2562
8.การพิจารณานำมาตรการ Plea Bargaining ใช้ในการดำเนินคดีตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุแทนการต่อสู้ฟ้องร้องคดี เนื่องจากในบางสถานการณ์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ พฤติกรรมบางอย่างของผู้เสียหายอาจจะก่อให้เกิดความไม่มั่นใจว่าอาจจะเป็นการสัมพันธ์ที่ยินยอมหรือกรณีที่ไม่มีพยานหลักฐานหนักแน่นเพียงพอที่จะใช้ในการได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษ มาตรการ Plea Bargaining โดยการเจรจากับผู้ต้องหาตั้งแต่ชั้นก่อนฟ้องคดีเพื่อได้มาซึ่งคำให้การรับสารภาพหรือการยอมรับในข้อเท็จจริงบางประการ และเมื่ออัยการใช้มาตรการ Plea Bargaining เสร็จแล้วจึงนำไปสู่ศาลเพื่อพิพากษาตามคำรับของผู้ต้องหาทำให้คดีเสร็จไปอย่างรวดเร็ว สามารถลดการต่อสู้คดีหรือถามค้านพยานผู้เสียหายตอกย้ำให้เกิดความเจ็บปวด อับอายในสิ่งที่เกิดขึ้นในชั้นพิจารณาคดีและได้รับชดใช้เยียวยาความเสียหายอย่างรวดเร็ว ส่งผลดีต่อตัวผู้ต้องหาคือลดการเสียชื่อเสียงหรือลดระยะเวลาในการมีคดีติดตัวเป็นเวลายาวนานที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตหรือยากในการอยู่ร่วมหรือยากในการกลับเข้าสู่สังคม เป็นต้น
9.หากผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีการกระทำชำเราจริง ให้โจทก์และจำเลยไม่ต้องนำสืบขั้นตอนการกระทำชำเราอีกโดยสามารถข้ามไปสืบพยานเฉพาะในประเด็นความยินยอมหรือไม่เท่านั้น หรือในกรณีเป็นความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ที่บังคับให้ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจ สามารถปรับแก้ไขโดยหากผู้ต้องหารับสารภาพให้ยกเว้นการสืบพยานผู้เสียหายประกอบการพิจารณาพิพากษาหรือให้ใช้ภาพและเสียงที่ได้จากการบันทึกการสอบปากคำในชั้นสอบสวนแทนการสืบพยานประกอบได้
นอกจากนี้ จากการศึกษาการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับเพศในต่างประเทศมีประเด็นที่น่าสนใจอีกหลายประการ เช่น พฤติการณ์ที่ผู้เสียหายไม่ได้ปฏิเสธหรือต่อสู้ ไม่ได้หยุดยั้งผู้กระทำ ไม่ได้รับบาดเจ็บ หรือเคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องหาหรือจำเลยมาก่อนห้ามไม่ให้ศาลรับฟังสรุปว่าเป็นความยินยอม และห้ามมิให้นำสืบพฤติการณ์ทางเพศครั้งก่อนๆ ของผู้เสียหายรับฟังว่าเป็นความยินยอม เป็นต้น
การออกแบบพัฒนาระบบการสอบสวนและการดำเนินคดีที่ตอบโจทย์ความจำเป็นเฉพาะในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ มีความเหมาะสมต่อลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดและผู้เสียหาย เพื่อให้สามารถได้คำเบิกความของผู้เสียหายมายืนยันการกระทำความผิดในชั้นสืบพยานทำให้มีประสิทธิภาพในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และเป็นระบบที่มีความเป็นมิตรคุ้มครองสิทธิเหยื่อผู้เสียหายจะช่วยลดความอับอายและลดการทำร้ายเหยื่อผู้เสียหายจากกระบวนการยุติธรรมซ้ำแล้วซ้ำอีก
อ่านฉบับเต็ม มาตรการพิเศษสำหรับการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ

