กรมชลฯ ระบายน้ำเพิ่ม ‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’ เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก-เสี่ยงน้ำหลาก

4.08.22 | 15:24 น.

กรมชลฯ ระบายน้ำเพิ่ม ‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’ เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก-เสี่ยงน้ำหลาก

สืบเนื่องวานนี้ (3 ส.ค.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ดูการขุดลอกท่อระบายน้ำ สำรวจพื้นที่สูง และการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ บริเวณคลองสองนุ่น 2 จุด ซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำท่วมในเขตลาดกระบัง เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วง 1-5 สิงหาคมนี้ ก่อนเดินทางไปยังประตูระบายน้ำ คลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร จ.ฉะเชิงเทรา และเป็นประตูน้ำด่านสุดท้ายที่มีจุดเชื่อมต่อกับระบบระบายน้ำของ กทม. โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ร่วมรายงานการบริหารจัดการน้ำ

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้แสดงความกังวลเนื่องจากปัญหาหลักคือ คลองประเวศ ที่น้ำไหลลงสู่เจ้าพระยาช้ามาก พร้อมขอให้กรมชลประทาน ช่วยพิจารณาหาทางตัดน้ำจากคลองประเวศ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่ กทม.

อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ ถามกลับ ‘เห็นผมว่างเหรอ?’ หลังคนเมนต์ อยากให้จัดสารพัดรายการ ‘เที่ยว ชิม คุย’

ขณะที่ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของ กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า จะมีปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์น้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่ที่ฝนตกหนัก อยู่ในเกณฑ์น้ำมาก อาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้ ในช่วงวันที่ 2 – 10 สิงหาคมนี้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม กรมชลประทาน ได้แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในวันนี้ เพื่อให้การควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกบริเวณทางตอนบนของภาค

Advertisement

โดยกรมชลประทาน แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจากอัตรา 499 ลบ.ม./วินาที ในช่วงเวลา เวลา 06.00 น. เป็นอัตรา 600 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้ และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ในช่วงวันที่ 2 – 10 สิงหาคมนี้

สำหรับสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน (4 ส.ค. 65 เวลา 12.00 น.) ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 784 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 6.77 เมตร มีการควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตรา 600 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ระบุด้วยว่า จะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่ตกลงมา จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองสาขาต่างๆ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน