ชัชชาติ รับ ‘เราน้องใหม่’ จ่อนัดถก 3 ผู้ว่าฯ ‘ปากน้ำ-ปทุมธานี-แปดริ้ว’ คุยปัญหาท่วม เคารพกรมชลฯ ร่วมมือกันดี
เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
‘ชัชชาติ’ ยัน เอาอยู่หมดถ้าไม่ตกเพิ่ม ชี้คลองเปรม-ลาดพร้าวลด ลาดกระบังหนัก – กองทัพจัดเรือผลักน้ำ
นายชัชชาติกล่าวว่า ภายใน กทม.มีบูรณาการทำงานอยู่แล้ว ส่วนจุดเชื่อมต่อกับกรมชลประทานมีน้อยมาก ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลองเปรมใต้ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต โดยระดับผู้ปฏิบัติงานมีการโทรศัพท์พูดคุยกันอยู่แล้ว ระหว่างสำนักการระบายน้ำกับกรมชลประทาน แต่บางทีเป็นเงื่อนไขของกายภาพด้วย ส่วนกรมทางหลวงต้องมีการพูดคุยกัน เพราะเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำโดยตรง
“เมื่อ 2 เดือนก่อน ทางรองอธิบดีกรมชลประทาน ไปเจอกันที่ประตูระบายน้ำ ทุกคนคุยกันตลอด กทม.ดูกรุงเทพฯ กรมชลประทานดูภาพรวม เขาก็เห็นว่าออกได้-ไม่ได้ ถ้าบอกว่าเอากรุงเทพฯรอดก่อน มันก็ได้ ต้องให้กรมชลประทานดูภาพรวม เราต้องบริหารจัดการตามสภาพที่มีหน่วยงานกลางเป็นคนประสาน ถ้าไม่มีกรมชลประทาน เดี๋ยวทะเลาะตายเลย เราดูดออกอย่างเดียว คนนั้นดูดเข้า ดูดออก“ นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า อย่างคลองรังสิตที่กรมชลประทานดูแล มีการสูบน้ำออกแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าระดับน้ำลดลงทาง กทม.ก็สูบน้ำออก ถ้าน้ำไม่ลดทางกรมชลประทานก็ไม่ให้สูบออก รวมถึงทางกรมชลประทานให้เครื่องสูบน้ำตัวใหม่กับ กทม. 21 ตัว ถ้าเขาไม่ไว้ใจเรา เขาคงไม่ให้เครื่องสูบน้ำมา
ถ้าฝั่งตะวันตกมีจังหวะเอาน้ำออก ทางกรมชลประทานก็สูบน้ำออกให้ตลอด อย่างเมื่อ 2 วันก่อน มีการใช้เครื่องสูบน้ำ 6 ตัว 18 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
“ต้องเข้าใจเหตุผลก่อนว่า วันนี้มันท่วมหนักเพราะอะไร เพราะฝนมันตกหนักจริงๆ แล้วไม่ได้ตกหนักเฉพาะกรุงเทพฯ ตกหนักในปทุมธานี ปากน้ำ คลองสำโรงก็เต็ม ความร่วมมือมีคุยอยู่แล้ว แต่ความร่วมมือมันก็มีข้อจำกัด ถ้าน้ำมันเยอะจริงๆ มันก็ลำบากที่จะทำให้หายไปได้ ผมว่าเราไม่มีปัญหาความร่วมมือ เราคุยกันตลอด เจ้าหน้าที่ประสานงานกันตลอด“ นายชัชชาติเผย

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ทาง กทม.ไม่ได้เห็นน้ำภาพรวมว่า น้ำจาก จ.ปทุมธานีเป็นอย่างไร ในแง่การบริหารจัดการน้ำ กทม.ต้องเคารพกรมชลประทาน แต่ถ้าด้านเหนือ ด้านตะวันออก ระบายน้ำไม่ได้ ทาง กทม.ก็ต้องดึงน้ำมาระบายออกทางทิศใต้
“คงต้องนัดท่านผู้ว่าฯปทุมธานี ผู้ว่าฯปากน้ำ ผู้ว่าฯแปดริ้ว คุยกันก็ดี แต่เรายังไม่ได้เชิญท่านมาคุย เราน้องใหม่ ต้องถือโอกาสเชิญ รวมถึงกรมชลประทานด้วย ต้องกราบเรียนท่านณรงค์ศักดิ์ (โอสถธนากร) ส่วนใหญ่เราจะเจอกับนายก อบจ. แต่ยังไม่ได้คุยกับท่านผู้ว่าฯ”
“ให้กำลังใจชาวลาดกระบัง และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ลุยงานหนัก เดี๋ยวจะเร่งน้ำให้เต็มที่ แล้วความช่วยเหลือต้องลงไปให้ถึง” นายชัชชาติกล่าว
ด้าน ผศ.ดร.ทวิดากล่าวว่า กทม.ทำงานร่วมกันกรมชลประทาน, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน เพราะมีการให้ข้อมูลว่า ฝนและน้ำเหนือจะมาเร็วกว่าเดือนกันยายน มีการประสานงานดูระดับน้ำแต่ต้น ทางประตูระบายน้ำลาดกระบัง จะมีการเปิด-ปิดประตูน้ำเป็นระยะๆ มีการก่อกระสอบทรายรับน้ำที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการข้ามพื้นที่ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะกระทบกับคนอื่นเยอะเกินไป
ผศ.ดร.ทวิดากล่าวว่า ทางกรมชลประทานเป็นคนพร่องน้ำให้ กรมชลประทานต้องประสานกับจังหวัด เพื่อให้จังหวัดเตรียมรับน้ำ แต่สำหรับประชาชนอาจจะเห็นน้ำเฉพาะหน้าบ้าน ทำให้รู้สึกว่าน้ำระบายช้า ซึ่งต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชนต่อไป
ผศ.ดร.ทวิดากล่าวอีกว่า กทม.มีการพร่องน้ำตลอด เพื่อให้รองรับน้ำฝนได้ นอกจากนี้ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้ความช่วยเหลือตลอด ทั้งศูนย์พักพิง เครื่องสูบน้ำ และหน่วยงานอื่นๆ ที่คอยช่วยเหลือ


