เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 21 กันยายน ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดงานสัมมนา “ESG Forum จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย” โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สร้างศักยภาพใหม่ให้เป็นจริง” (อ่านข่าว ชัชชาติ ปาฐกถา สร้างศักยภาพใหม่ ตั้งเป้า 2570 กรุงเทพฯ น่าอยู่ 1 ใน 50 ของโลก)
ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติกล่าวว่า การวางแผนอนาคตของเมืองจะต้องยอมรับความจริงก่อน โดยจุดแข็งของกรุงเทพฯ เป็นเมืองหัวโตที่มีขนาดจีดีพีใหญ่ที่สุด, ค่าครองชีพในกรุงเทพฯอยู่ในระดับกลางสามารถแข่งขันได้, มีโครงข่ายรถไฟฟ้าขนาดใหญ่, มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน, ความเป็นพหุวัฒนธรรม มีความกลมกลืนกันหลายศาสนา
ส่วนจุดอ่อนของกรุงเทพฯ มีการคอร์รัปชั่นเป็นตัวกัดกร่อนที่ไม่สามารถดึงศักยภาพคนออกมาเต็มที่, ต้องขอใบอนุญาตหลายอย่าง กฎหมายล้าสมัย ทำให้ไม่มีความสะดวกในการทำธุรกิจ, ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับต่ำ, ทักษะการคิดวิเคราะห์อยู่ในระดับต่ำ, คะแนน PISA หรือการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล อยู่ในอันดับ 60 จาก 77 ประเทศ อีกทั้งโรงเรียนสังกัด กทม.ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอีกด้วย, มีอากาศดีเพียง 25% ของปี, การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 53 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน, ปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง, มีความเสี่ยงจากสภาพอากาศอันดับ 9 ของโลก, คนใช้เวลา 71 ชั่วโมงต่อปี บนถนนในกรุงเทพฯ, สัดส่วนพื้นที่สีเขียวค่อนข้างต่ำเพียง 0.92 ตร.ม./คน
นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนปัญหาเส้นเลือดฝอย แม้จะมีการสร้างเส้นเลือดใหญ่ไว้ดี แต่เส้นเลือดฝอยไม่ได้รับการเหลียวแล เช่น มีโรงเผาขยะขนาดใหญ่ แต่การเก็บขยะต้นทางยังเป็นการทิ้งรวมกัน, มีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ แต่ยังมีขยะอุดตันเต็มไปหมด, มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ไม่มียารักษาเบื้องต้นในศูนย์สุขภาพชุมชน, มีมหาวิทยาลัยติดอันดับโลก แต่ศูนย์เด็กเล็กไม่มีค่าอาหารกลางวัน
นอกจากนี้ กทม.ไม่มีอำนาจเต็มรูปแบบ เช่น การบริหารจัดการจราจรมี 37 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกัน กทม.ไม่มีอำนาจไปกดไฟสัญญาณจราจรได้
“มีคนบอกว่า ผมไม่ได้ดูแลเส้นเลือดใหญ่ มันต้องสมดุลกันไง ถ้าเส้นเลือดฝอยไม่ดี น้ำไม่มีทางไปถึงเส้นเลือดใหญ่ได้ เส้นเลือดฝอยมันไม่ค่อยเซ็กซี่ ไปลอกท่อมันไม่เซ็กซี่เท่าทำอุโมงค์หมื่นล้าน” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่า อนาคตของกรุงเทพฯ หลายประเทศมีการเปิดรับคนเก่งให้ไปทำงานในประเทศ ถ้าประเทศไทยไม่ดึงคนเก่งไว้ จะไม่สามารถสร้างงานที่มีคุณภาพได้ ทั้งนี้ กรุงเทพฯถูกจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 เมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก แต่ก็ถูกจัดอันดับที่ 98 ตามดัชนีความน่าอยู่ทั่วโลก ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “กรุงเทพฯ : เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน”

