‘ส.ก.บางกอกน้อย’ ห่วงหมาแมว หนูแฮมสเตอร์ ถูกทิ้ง ชัชชาติ แนะฝังไมโครชิพ เห็นด้วย ตั้งคกก.รวมเครือข่ายช่วย ‘สัตว์จรจัด’
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา สภากรุงเทพมหานคร กทม.2 ดินแดง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2565 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
อ่านข่าว : ‘ส.ก.เขตบางรัก’ พ้อ ไม่ใช่แค่รถติด เสียต้นทุนชีวิต ฝากชัชชาติ เวนฯที่สร้าง ‘ทางลัด’ ระบายแออัดจราจร
ส.ก.ธนบุรี โอด ปชช.ขาดรายได้ ‘ทางเดินริมน้ำ’ เสร็จตอนไหน? ‘วิศณุ’ ลุกแจงเร่งอยู่ ก.พ.66 เสร็จแน่
‘ชัชชาติ’ นั่งสภา กทม.ถกประเด็นเดือด หาช่องจัดการนายทุน ‘แสร้งปลูกกล้วย’ หลบภาษี
ในตอนหนึ่ง นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติต่อที่ประชุมฯ ขอให้สภากรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ งู และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ถูกทอดทิ้งในที่สาธารณะ หรือที่เรียกกันว่า สัตว์จรจัด มักเห็นได้ทั่วไปในทุกพื้นที่ เจ้าของที่ไม่สามารถให้การดูแลเลี้ยงดูสัตว์เหล่านั้นได้ จึงนำมาปล่อยตามสถานที่ต่างๆ เกิดการขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนมากขึ้น นำมาซึ่งปัญหาเดือดร้อนรำคาญ เป็นอันตราย และก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ แม้ว่าพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 จะกำหนดโทษแก่เจ้าของสัตว์ที่ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใดๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแล แต่ยังพบเห็นการนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยตามที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

“สุนัขและแมวเป็นสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งและสร้างปัญหามากที่สุดชนิดหนึ่ง สุนัขจรจัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวนประมาณ 140,000 – 150,000 ตัว ซึ่งศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดของกรุงเทพมหานคร ทั้งศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ และศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี สามารถรองรับสุนัขจรจัดได้ประมาณ 10,000 ตัว เมื่อเทียบกับจำนวนสุนัขจรจัด 150,000 ตัว กรุงเทพมหานครไม่มีพื้นที่สำหรับรองรับได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ปัญหาจำนวนสุนัขและแมวจรจัดที่มากขึ้นยังเป็นพาหะทำให้เกิดโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่จะต้องสูญเสียงบประมาณเพื่อจัดการอีกด้วย” นายนภาพลกล่าว และว่า

จะเห็นได้ว่าปัญหาสัตว์จรจัดเป็นปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาการจัดการอย่างเป็นระบบ และบูรณาการร่วมกันหลายภาคส่วน ประกอบกับมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการควบคุมดูแลสัตว์ เช่น พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 พระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ.2545 เป็นต้น จึงควรมีการศึกษาเพื่อให้มีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ดังนั้น จึงขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดในกรุงเทพมหานคร
“จากข้อมูลพบว่า ไมโครชิพที่กรุงเทพมหานครได้เคยจัดซื้อไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และได้รับการร้องเรียนจากประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากการถูกสัตว์จรจัดทำร้ายอย่างต่อเนื่อง และจากการประสานเขต ทราบว่าขั้นตอนการจับสัตว์มีความยุ่งยากมากขึ้น ปัจจุบันพบว่า กทม.มีสุนัขจรจัดกว่า 140,000 -150,000 ตัว เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและติดตามความล่าช้าของการดำเนินการจึงจำเป็นต้องตั้งเป็นคณะกรรมการเพื่อศึกษาปัญหานี้” นายนภาพล กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภา กทม. มี ส.ก.ร่วมอภิปรายในญัตติดังกล่าว ขอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดในกรุงเทพมหานคร อาทิ
น.ส.นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ส.ก.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กล่าวว่า ควรมีกฎหมายควบคุมร้านค้าหรือผู้ที่จำหน่ายสัตว์ให้ชัดเจน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำหมันสัตว์ พร้อมจัดระบบการดูแลสัตว์ที่ทำหมันแล้วเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเจ้าของสัตว์เลี้ยง
ด้าน นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง กล่าวว่า ปัญหาการออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ใน กทม. ประกอบด้วย อัตรากำลังนายสัตวแพทย์ ผ่าตัดทำหมันไม่เพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันใช้ลักษณะการจ้างเหมา ซึ่งอัตราเงินเดือนน้อยมากและไม่มีสวัสดิการ ทำให้การเวียนไปให้บริการไม่ทั่วถึงและใช้เวลานาน ประกอบกับปัญหารถขนอุปรกณ์ในการออกหน่วยไม่พร้อมใช้งาน ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับผู้ปฏิบัติงานมาก กทม.จึงควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานเหล่านี้ให้เหมาะสม
ขณะที่ นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง กล่าวว่า ทั้ง 50 เขต มีสุนัขจรจัดและสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาคือโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งสุนัขจรจัดเกิดจากสุนัขที่เกิดจากสุนัขจรจัดและสุนัขที่เจ้าของนำมาปล่อยทิ้ง
“ที่ผ่านมา กทม.ได้มีการออกกฎหมายเพื่อดูแลปัญหาหลายฉบับ เชื่อว่าหลายคนอยากแก้ปัญหานี้ อย่างไรก็ดี กทม.มีชุมชนที่จดทะเบียนมากมาย ขอให้ฝ่ายสิ่งแวดล้อมร่วมกับทุกชุมชนสำรวจจำนวนสัตว์จรจัดและหาแนวทางการดูแล รวมทั้งประสานผู้ที่ให้อาหารสัตว์ช่วยในการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เหล่านั้น” นางกนกนุชระบุ
ส่วน น.ส.ศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม ส.ก.เขตพระนคร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าข้อร้องเรียนของประชาชนรองจากปัญหาคนไร้บ้านคือปัญหาสัตว์จรจัด บางแห่งเป็นตรอกเล็กๆ อาทิ ตรอกบ้านพานถม แต่มีแมวจรจัดกว่า 50 ตัว ทำให้มีกลิ่นเหม็นจากการขับถ่ายของแมวรุนแรงมาก และประชาชนยังทะเลาะกันเองเนื่องจากมีประชาชนบางกลุ่มให้อาหารสัตว์เหล่านี้

ในช่วงท้าย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัญหานี้หากไม่ได้ลงชุมชนจะคิดว่าเป็นปัญหาเล็ก แต่ ส.ก.ที่ได้ลงชุมชนต่อเนื่องจะพบว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่ โดยเฉพาะแมวที่ออกลูกเยอะและถี่ ซึ่งต้องยอมรับว่าบุคลากรของ กทม.มีไม่เพียงพอ
“ระยะแรก กทม.ต้องหาเครือข่ายเพื่อดำเนินการซึ่งมีผู้สนใจเยอะ การฝังไมโครชิพก็จำเป็น เนื่องจากเป็นการควบคุมตั้งแต่ต้นทาง ขณะนี้มีไมโครชิพเหลือประมาณ 10,000 อัน ต้องมาดูว่าทำอย่างไรจะให้ครบวงจร รวมทั้งศูนย์พักพิงสุนัขของ กทม.ต้องพัฒนาระบบการรับไปเลี้ยง อาจใช้ระบบออนไลน์ เพื่อลดการเพิ่มของสัตว์จรจัด ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน การมีคณะกรรมการวิสามัญฯมาช่วยจะทำให้การแก้ไขชัดเจนขึ้น” นายชัชชาติชี้
ทั้งนี้ สภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 คน โดยเป็นส.ก. 15 คน และฝ่ายบริหาร 5 คน

