แชร์ว่อน คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ศฝร.ภ.5 เคยแพ้คดี ต้องรับ ‘อดีตผู้ติดยาเสพติด’ เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ
จากกรณีที่ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อดีตตำรวจ สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู เข้าไปใช้มีดฟันและปืนกราดยิงครูและเด็กเล็กที่ศูนย์เด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เสียชีวิตแล้ว 38 คน
กระทั่งโลกโซเชียลสืบค้นข้อมูลจนพบคำพิพากษา (อุทธรณ์) ของ ศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.357/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อ.2/2555 ลงวันที่ 16 มกราคม 2555 ซึ่งมี นายภาคิน อวดผล เป็นผู้ฟ้องคดี และ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้ถูกฟ้องคดี เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (อุทธรณ์คำพิพากษา)
คดีดังกล่าว ผู้ฟ้องฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีได้สมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ประจำปี 2549 และปี 2550 แต่สอบไม่ผ่านในภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งทั้ง 2 ปี เนื่องจากคณะอนุกรรมการพิจารณาคุณสมบัติและภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งพิจารณาเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องในศีลธรรมอันดี เพราะเคยถูกดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ศาลจังหวัดลำปางแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2543 ให้รอการกำหนดโทษ 1 ปี คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัวทุก 4 เดือน
ผู้ฟ้องคดีเห็นว่ามติของคณะอนุกรรมการไม่เป็นธรรม ขัดกับหนังสือกองทะเบียนประวัติอาชญากร ที่ ตช 0035.32/580 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2549 ซึ่งแจ้งผลการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กับหน่วยงานภายนอกที่มีมติให้เสนอแก้ไขระเบียบการรับเด็ก หรือเยาวชน ที่เคยกระทำความผิดได้มีโอกาสเข้าทำงาน หรือรับราชการได้
ประกอบกับหนังสือกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ตช 0035.32/155 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2549 แจ้งผู้ฟ้องคดีว่า ตร.อนุมัติให้นำข้อมูลประวัติการถูกจับกุมและดำเนินคดีอาญาของผู้ฟ้องคดีออกจากสารบบทะเบียนประวัติอาชญากรแล้ว ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ 10 เมษายน 2550 ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีพิจารณาทบทวนประกาศของตำรวจภูธรภาค 5 ดังกล่าว
ต่อมาผู้ถูกฟ้องได้มีหนังสือที่ ตช 0021.111/1726 ลงวันที่ 25 เมษายน 2550 แจ้งผลการพิจารณาว่าได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แล้ว ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แก้ไขระเบียบและสามารถรับเด็ก หรือเยาวชน ที่เคยกระทำความผิดให้มีโอกาสเข้าทำงานได้ อีกทั้งขณะที่ผู้ฟ้องคดียังเป็นเด็ก และโรงเรียนนายสิบตำรวจจะเริ่มทำการฝึกอบรมในเดือนพฤษภาคม 2550 จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล
ทั้งนี้ ขอให้ศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งใน 2 กรณี
ทั้งนี้ คำพิพากษาในช่วงหนึ่งเผยว่า คดีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่า การที่คณะอนุกรรมการพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมกับตำแหน่งมีมติ “ไม่รับ” ผู้รับฟ้องคดีเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ประจำปี 2550 โดยการให้ผู้ฟ้องคดีมีชื่อในบัญชีผู้สอบไม่ผ่านคุณสมบัติเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบหรือไม่
เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในขณะที่ผู้ฟ้องคดีกระทำผิดนั้น ผู้ฟ้องคดียังเป็นเยาวชนมีอายุเพียงอายุ 16 ปีเศษ ซึ่งศาลจังหวัดลำปางแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาว่าผู้ฟ้องคดีมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 มาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 57 และมาตรา 91 เมื่อได้คำนึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ นิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อม สภาพของความผิด รายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนลำปาง และคำแถลงของผู้ปกครองผู้ฟ้องคดีแล้ว
ผู้ฟ้องคดีเพิ่งกระทำผิดเป็นครั้งแรก ผู้ปกครองผู้ฟ้องคดีห่วงใย เห็นสมควรให้โอกาสผู้ฟ้องคดีกลับตนเป็นคนดี จึงให้รอการกำหนดโทษผู้ฟ้องคดีไว้ มีกำหนดโทษ 1 ปี และให้คุมประพฤติผู้ฟ้องคดีมีกำหนดโทษ 1 ปี โดยวางเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติให้ผู้ฟ้องคดีไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือนต่อครั้ง และห้ามผู้ฟ้องคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
จากคำพิพากษาดังกล่าวแสดงว่าศาลใช้ดุลพินิจไม่ลงโทษผู้ฟ้องคดี และการกระทำความผิดของบุคคลผู้มีอายุ 16 ปีเศษ เฉกเช่นผู้ฟ้องคดีในขณะนั้นจะอ้างเพื่อการเพิ่มโทษใดๆ ไม่ได้ ตามมาตรา 94 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ประกอบกับ ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดลำปาง ได้มีหนังสือลงวันที่ 27 มีนาคม 2549 รับรองว่าระหว่างคุมประพฤติผู้ฟ้องคดีได้ปฏิบัติตตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่างเคร่งครัด
อีกทั้งแพทย์จาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ตรวจร่างกายผู้ฟ้องคดีแล้ว มีใบรับรองแพทย์ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2550 รับรองผลการตรวจพิสูจน์ว่า จากการตรวจปัสสาวะไม่พบยาบ้าในปัสสาวะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ฟ้องคดีได้พ้นจากสภาพการใช้ยาเสพติดแล้ว การบำบัดเยียวยาผู้เสพให้พ้นจากยาเสพติดจึงควรถือว่าเป็นผู้ป่วยมากกว่าอาชญากร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 เห็นชอบในหลักเกณฑ์การให้โอกาสผู้ติดเชื้อเอดส์ คนพิการ และผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ซึ่งพ้นจากสภาพการใช้ยาเสพติดเข้าทำงาน หรือรับการศึกษาต่อในหน่วยงานภาครัฐ ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติ
ซึ่งมติ ครม.ดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันให้คณะอนุกรรมการและผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัด ตร.ต้องปฏิบัติตามดังที่ศาลปกครองชั้นต้นได้วินิจฉัยโดยละเอียดแล้ว
เมื่อพฤติการณ์และการกระทำของผู้ฟ้องคดีตามที่ปรากฏยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี จึงควรให้โอกาสผู้ฟ้องคดีมีสิทธิที่จะสมัครสอบเข้าแข่งขัน หรือคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจได้ดังเช่นบุคคลทั่วๆ ไป ตามมติ ครม.ดังกล่าว
ดังนั้น การที่คณะอนุกรรมการมีมติไม่รับผู้ฟ้องคดีเข้ารับเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ประจำปี 2550 โดยเห็นว่าผู้ฟ้องคดีมีพฤติการณ์ถูกดำเนินคดีจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาดังกล่าวจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อ 2(2) ของกฎ ก.ตร.ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ และฝ่าฝืนต่อมติ ครม.ดังกล่าว และมีผลให้คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่เห็นชอบตามมติของคณะอนุกรรมการดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีตามหนังสือ ที่ ตช 0021.111/1726 ลงวันที่ 25 เมษายน 2550 และมติของคณะอนุกรรมการพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมกับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2550 ที่ไม่รับผู้ฟ้องคดีเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ประจำปี 2550 และคำขออื่นให้ยกนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน

















