ส.ก.ธนบุรี ทวงชัชชาติ จะเสร็จเมื่อไหร่? คนตอบ่อ นับวันรอคืนผิวจราจร 2 ช่องข้าง ‘อุโมงค์ราชพฤกษ์-รัชดา’ รองผู้ว่าฯ แจง ก.พ.66 ประปา-ไฟฟ้า เคลียร์จบหมด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปี พุทธศักราช 2565 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และทีมผู้บริหาร กทม. ทั้งรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษาร่วมประชุมด้วย
อ่านข่าว : ส.ก.ครวญกลางสภาฯกทม. ‘ในปวศ.ไม่เคยเกิด’ กราดยิงศูนย์เด็ก ขอ ‘ชัชชาติ’ หามาตรการล้อมคอก
ในช่วงต้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติขอให้ผู้บริหาร กทม. ชี้แจงความคืบหน้าการคืนพื้นผิวจราจรทางลอดถนนรัชดา-ราชพฤกษ์ กทม. ซึ่งสำนักงานโยธา ได้ทำสัญญาว่าจ้าง บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จํากัด (มหาชน) สัญญาจ้างเริ่มวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561 การดำเนินงาน 900 วัน จากป้ายว่าจ้างเป็นการต่อสัญญามาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งสิ้นสุดสัญญาไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมานี้ และยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งทางผู้รับเหมาได้สัญญาว่าจะคืนพื้นผิวจราจรให้ได้ใน 1 เดือน

“ขณะนี้ได้เลยมา 1 เดือน กับ 12 วัน ซึ่งยังไม่เสร็จสิ้นตามสัญญา จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุรายวัน มีพี่น้องประชาชนเกิดอุบัติเหตุตกลงไปในหลุม ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาลโดยที่ไม่รู้สึกตัว จำความไม่ได้ และตาบอด ซึ่งทางผู้รับเหมาได้ให้เงินเยียวยาไป 30,000 บาท ขณะนี้ทางญาติผู้ป่วยไม่สามารถติดต่อกับทางผู้รับเหมาได้ จึงขอตั้งกระทู้ถามผู้ว่าฯ กทม.ว่า โครงการทางลอดราชพฤกษ์-รัชดา จะแล้วเสร็จเมื่อไหร่” นายจิรเสกข์กล่าว
อ่านข่าว :
- เจ็บสาหัส หนุ่มบิดมอ’ไซค์ตกบ่อลึก 6 เมตร กำลังก่อสร้างกลางถนน
- แม่ลูกขับรถลงอุโมงค์ลอดรัชดา-ท่าพระ ตกบ่อน้ำขุดวางสายไฟ เผยเหตุไม่มีป้ายเตือน

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้ขอให้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าว
นายวิศณุกล่าวว่า ถ้าตอบสั้นๆ โครงการนี้จะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 แต่ขออนุญาตชี้แจงว่า โครงการก่อสร้างทางลอดรัชดา-ราชพฤกษ์ เดิมถนนมี 8 ช่องจราจร ทิศทางละ 4 ช่องจราจร ช่วงการก่อสร้างทางลอด เราต้องรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคกีดขวางตัวอุโมงค์ ได้แก่ ท่อประปา สายประธาน (สายไฟเมน) สายไฟฟ้า และสายสื่อสารใต้ดิน ออกมาอยู่ในแนวถนนด้านข้างทั้ง 2 ช่องจราจร และมีการจัดซ่อมผิวจราจรไว้เป็นการชั่วคราว

หลังจากนั้น งานรื้อย้ายและก่อสร้างสาธารณูปโภคทดแทนของเดิม จะเป็นสัญญาของหน่วยงานสาธารณูปโภค ซึ่งแยกต่างหากจากสัญญาการก่อสร้างของกรุงเทพมหานคร

“ปัจจุบันงานก่อสร้างทางลอดแล้วเสร็จ เปิดใช้งานแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน ส่วนการเร่งคืนผิวถนน 2 ช่องจราจร บริเวณถนนรัชดาภิเษก ก่อนถึงห้างเดอะมอลล์ท่าพระ ตอนผู้ว่าฯ กทม.เข้าไปตรวจงาน สั่งให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ 1 กันยายน เป็นบริเวณที่มีการขุดเปิดถนนเพื่อวางท่อเชื่อมระบบระบายน้ำ จากผังเก็บน้ำใต้ทางลอด ขึ้นสู่ท่อระบายน้ำบนถนนระดับราบ ซึ่งบริเวณดังกล่าว กทม.ได้คืนผิวจราจรชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมาแล้ว ส่วนการคืนผิวจราจรของถนนระดับราบทั้ง 2 ฝั่งของทางลอด จะเป็นพื้นที่ก่อสร้างของหน่วยงานสาธารณูปโภค ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง และการประปานครหลวง ซึ่งยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม กทม.ได้มีการประชุมหารือกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปร่วมกัน ดังนี้
ในเรื่องแรก โครงการจะเปิดใช้ผิวจราจรคอนกรีตบนหลังคาทางลอดทิศทาง 2 ช่องจราจรเพิ่มเติม (มีการเปิดตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา 10 ตุลาคม) รวมกับผิวจราจรเดิมที่มีอยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมกันเป็น 4 ช่องจราจรในแต่ละทิศทาง ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาการจราจรชั่วคราว หลังจากนั้น การประปานครหลวงจะเข้าดำเนินการปรับปรุงพื้นผิวจราจร และดำเนินงานก่อสร้างท่อประปาใต้ดิน และก่อสร้างคืนผิวจราจรถาวร ในช่องจราจรที่ 2 ให้แล้วเสร็จภายใน 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 หลังจากการประปาทำงานเสร็จแล้ว การไฟฟ้านครหลวงจะเข้าดำเนินการท่อไร้สายไฟฟ้าใต้ดิน และก่อสร้างคืนผิวจราจรถาวร ในช่องจราจรที่ 1 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 ขณะเดียวกัน โครงการก็จะเร่งรัดการปรับปรุงทางเท้าในโครงการทั้งหมดเพื่อให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566“ นายวิศณุชี้

จากนั้น นายจิรเสกข์ถามต่อว่า เมื่อการก่อสร้างไม่เสร็จตามสัญญา ทาง กทม. มีโครงการที่จะปรับผู้รับเหมาที่ทำไม่เสร็จตามสัญญาหรือไม่?
ทั้งนี้ นายวิศณุ รองผู้ว่าฯ กทม.ชี้แจงว่า ตัวสัญญา เป็นสัญญาแยกกัน มีสัญญาของการไฟฟ้านครหลวง และการประปานครหลวง เป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่สัญญาจ้างของ กทม.
“สัญญาจ้าง กทม.เราก็ขยายเวลาให้เขาเสร็จตามกำหนด แต่ถ้าไม่เสร็จตามกำหนดเราก็ต้องปรับตามสัญญา” นายวิศณุกล่าว
จากนั้น นายจิรเสกข์ ถามต่อว่า เมื่อทางหน่วยงานไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ สายสื่อสาร และตำรวจจราจร ไม่ได้ขึ้นกับทาง กทม. ทาง กทม.มีโครงการที่จะขอถ่ายโอนหน่วยงานดังกล่าวจากรัฐบาล มาให้อยู่ในหน่วยงานของ กทม.หรือไม่?

ด้าน นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า คงอยู่ในแผนของการกระจายอำนาจ แต่ว่าจริงๆ แล้วคงจะยาก
“ถ้าพูดตามตรง การไฟฟ้านครหลวง และการประปานครหลวง ก็เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจกว้างขวางกว่าแค่วางท่อ ขุดถนน ผมคิดว่าขั้นตอนที่เป็นไปได้คือ ควรจะมีการประสานความร่วมมือให้เข้มข้น ละเอียดรอบคอบ ต่อไปนี้คงมีการพูดคุยกันและกำหนดงบประมาณให้สอดคล้องกัน แผนการดำเนินงานให้สอดคล้องและมีศูนย์ดำเนินการร่วมมือมากกว่า ส่วนการกระจายอำนาจ หรือการดึงอำนาจคืนมาสู่ กทม. คงเป็นเรื่องในระยะยาว ก็ต้องดูขอบเขตความสามารถของทางเราด้วย แต่ว่าเบื้องต้นคงต้องดูเรื่องการประสานงานหน่วยงานให้ดีกว่านี้” นายชัชชาติกล่าว


