ผอ.กองสารสนเทศระบายน้ำยัน ‘ทะเลหนุน’ ยังรับไหว ไม่ถึงขีดสุด ‘ชัชชาติ’ กำชับเตรียมพร้อมทั้งฝุ่น-ท่วม
สืบเนื่องกรุงเทพมหานคร ประกาศเตือนสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 26 ต.ค.-9 พ.ย.นี้ ช่วงเวลา 06.00-21.00 น. ซึ่งอาจจะส่งผลต่อระดับน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ โดยมีกำลังแรงเป็นระยะ ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลางในบางช่วง รวมทั้งมีการระบายน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา นั้น
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายอาสา สุขขัง ผู้อำนวยการกองสารสนเทศระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำ กทม. เปิดเผยกับ ‘มติชน’ ถึงสถานการณ์น้ำหนุนวันนี้ว่า
อ่านข่าว : 26 ต.ค.-9 พ.ย. กทม.เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง 1.70-2 เมตร
‘ชัชชาติ’ สั่งจับตา 29 ต.ค.ทะเลหนุนสูงสุด จ่อปล่อยน้ำเข้าคลอง รับ ‘ลอยกระทง’ ย้ำ ลอกท่อทำตลอดไม่หยุด
มี 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้า 08.11 น. ฐานน้ำ 1.7 ลูกบาศก์เมตร ช่วงเย็น 18.05 น. ฐานน้ำอยู่ที่ 1.14 เมตรต่อระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ซึ่งเมื่อเช้าน้ำที่หนุนขึ้นมาเทียบอยู่ 3 จุดหลักๆ ได้แก่ บางนา ปากคลองตลาด และบางเขนใหม่ จะพบว่าน้ำที่ขึ้นมาในช่วงเช้ายังต่ำกว่าสันเขื่อนแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น ที่เขตบางนา ขึ้นสูงสุดที่ 1.90 ม.รทก. ซึ่งยังต่ำกว่าสันเขื่อนอยู่ 90 เซนติเมตร ที่ปากคลองตลาด ขึ้นสูงสุดที่ 2.04 ม.รทก. ซึ่งยังต่ำกว่าแนวป้องกัน 96 เซนติเมตร และที่คลองบางเขนใหม่ตรงรอยต่อ กทม.กับนนทบุรี ระดับน้ำอยู่ที่ 2.16 ม.รทก. ซึ่งต่ำกว่าแนวป้องกันถึง 1.34 เซนติเมตร
“ในวันที่ 26 ตุลาคม-9 พฤศจิกายน กทม.น้ำทะเลจะหนุนสูง 1.70-2 ม.รทก. จะกระทบต่อชุมชนที่อยู่แนวนอกคันกันน้ำ (ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา) แต่ทาง กทม.เองก็มีการเข้าไปดูแลในการทำสะพานไม้ หรือเข้าไปแจกจ่ายยารักษาโรค นอกจากนั้น วันที่ 27-30 ตุลาคม น้ำหนุนจะมีปัจจัยหลักๆ 2 ปัจจัย นอกจากน้ำทะเลหนุนแล้วต้องดูน้ำเหนือที่เหลือไหลลงมา คือน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่ง ณ วันนี้ที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยมาอยู่ที่ 2,228 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และที่จุดวัดบางไทร อยู่ที่ 2,699 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งความจุของลำน้ำเจ้าพระยาสามารถจุได้ถึง 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่ายังมีระดับน้ำเจ้าพระยาที่ปล่อยจากเหนือต่ำอยู่ ประกอบกับน้ำหนุนที่หนุนขึ้นมายังอยู่ในระดับที่ยังรับได้” นายอาสากล่าว

“วันนี้เมื่อตอนเช้าก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าสันเขื่อนของ กทม. ทาง กทม.มีการรับมืออยู่แล้ว นอกจากแนวเขื่อนป้องกันประมาณ 72 กิโลเมตร ที่อยู่แนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในจุดที่เป็นฟันหลอท่าขึ้นเรือ หรือจุดที่ยังสร้างเขื่อนไม่ได้ เราก็มีการเรียงกระสอบทราย และมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังตอนช่วงน้ำหนุนอยู่แล้ว ถ้าเป็นพื้นที่ในแนวคันป้องกันน้ำท่วมไม่น่ามีความกังวลแต่อย่างใด” นายอาสากล่าว และว่า
ส่วนพื้นที่นอกแนวคันกันน้ำ ประชาชนมีวิถีชีวิตกับน้ำขึ้นน้ำลงอยู่แล้ว แต่ทาง กทม.โดยสำนักงานเขต หรือสำนักการระบายน้ำ ได้มีการประชาสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่น้ำขึ้นลงอยู่แล้ว ซึ่งระดับน้ำเจ้าพระยาในปัจจุบันสามารถรับมือไหว นอกจากนี้ สำนักการระบายน้ำได้รับแจ้งเตือนมาจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ หรือทางสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ในเรื่องของลมมรสุมที่พัดเข้ามาทางอ่าวไทย ส่งผลให้มีน้ำยกตัวบ้าง
“เราได้เฝ้าระวังและมีการประกาศแจ้งเตือนทางเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ หรือประชาชนสามารถติดตามดูกล้อง CCTV ระดับแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำได้” นายอาสากล่าว
นายอาสากล่าวอีกว่า การที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ไม่กระทบต่อการระบายน้ำช่วงท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และไม่กระทบกับ กทม. โดยในช่วงปลายเดือนกันยายน และต้นเดือนตุลาคนที่ผ่านมา การปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยามากกว่านี้โดยเฉลี่ย 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สำหรับสถานการณ์ฝนตกช่วงเช้าวันที่ 27 เป็นฝนที่เกิดขึ้นจากมีความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นอยู่ที่กำลังอ่อน ได้แผ่ลงมา จะกระทบกับอากาศอุ่นบริเวณ กทม.จึงเกิดฝนบ้าง
“แต่สังเกตได้ว่าจะมีฝนไม่เยอะเท่าไหร่ โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา วัดที่เขตบางแคแค่ 40 มิลลิเมตร เขตหนองแขม 19 มิลลิเมตร ถือว่าเป็นฝนที่เล็กน้อย ยังรับมือได้ และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงในช่วง 28-30 ตุลาคมนี้ จะมีฝนอยู่เล็กน้อย วันที่ 30 จะมีแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ซึ่งวันที่ 31 และ 1 ก็จะหมดแล้ว” นายอาสากล่าว
นายอาสากล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ว่าแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ความกดอากาศสูงจะพาดลงมา กทม.ถูกปกคลุมด้วยความกดอากาศ จะมีฝุ่น PM2.5 ขึ้นมา ทาง กทม.โดยสำนักการระบายน้ำจะดูในเรื่องของน้ำฝน น้ำท่วม น้ำหนุน และสำนักสิ่งแวดล้อมจะดูในเรื่องของฝุ่น PM2.5 เป็นการทำงานร่วมกันทั้งหมด
“ผู้ว่าฯกทม.ได้กำชับและสั่งการให้ทางสำนักการระบายน้ำได้มีการเตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ สั่งการให้สำนักงานเขตมีการประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนที่อยู่แนวนอกคันกั้นน้ำ และเข้าไปช่วยเหลือแจกจ่ายยารักษาโรค หรืออำนวยความสะดวกโดยการทำสะพานไม้ต่างๆ” นายอาสากล่าว

