คืบหน้า เทศบาลนครอุบลฯ บินด่วน โร่แจ้ง ตร.ไซเบอร์ หลังถูกคนร้ายโอนเงินจากบัญชีเข้าไประบบช้อปปิ้งกว่า 39 ล้านบาท
จากกรณีนายอาทิตย์ คูณผล อายุ 66 ปี รองนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ได้รับมอบอำนาจจากนางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานีให้มาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไม่ทราบเป็นใคร ซึ่งได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทย ประเภทออมทรัพย์ และบัญชีกระแสรายวัน ชื่อบัญชีเทศบาลนครอุบลราชธานี
โดยมีเงินถูกโอนไปจากทั้งสองบัญชี แล้วโอนเข้าไประบบแอพพ์ช้อปปิ้งดัง เลขที่ KT 2093 รวมจำนวน 2,029 ครั้ง โดยมียอดการโอนตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักแสนบาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึง วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 รวมเป็นเงิน 39,042,839 บาท
สงสัยว่าน่าจะมีการโจรกรรมข้อมูลบัญชีธนาคารเพื่อลักลอบทำธุรกรรมดังกล่าว ทางเทศบาลฯ จึงมีความประสงค์ดำเนินคดีถึงที่สุดกับผู้กระทำความผิด และขอให้ทางธนาคารกรุงไทยตรวจสอบข้อมูลในเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากเทศบาลไม่เคยทำธุรกรรมการซื้อขายสินค้าผ่านระบบช้อปปิ้งดังกล่าวแต่อย่างใด
อ่าน : วุ่น! บัญชี ‘เทศบาลนครอุบล’ ถูกคนร้ายโอนเข้าแอพพ์ช้อปปิ้ง 2 พันครั้ง สูญกว่า 39 ล.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ได้มอบอำนาจให้ ปลัดเทศบาลนครอุบลฯพร้อมด้วย ผู้อำนวยการกองคลังและผู้อำนวยการส่วนพัฒนารายได้และนิติกร 2 คน บินด่วนเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สทอ.) หรือตำรวจไซเบอร์ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจไซเบอร์โดยตรง ที่มีความเชี่ยวชาญ สืบสวน สอบสวน ตรวจสอบว่า ใครเป็นผู้ทำธุรกรรมการเงิน หรือเป็นการโจรกรรมข้อมูลบัญชีธนาคารเพื่อลักลอบทำธุรกรรมดังกล่าว
ทั้งนี้ แหล่งข่าวไม่ประสงค์ออกนาม ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากกล่าวตามแนวทางปฏิบัติในเรื่องการเงิน จะต้องมีคณะกรรมการควบคุมรายงานการเงินทุกวันอยู่แล้ว จากสิ่งที่เกิดขึ้นคือมีการโอนเงินถึง 2,029 ครั้ง เงินเทศบาลนครหายไปกว่า 39 ล้านบาทได้อย่างไร
กรณีนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบทั้งทางวินัยและอาญา รวมถึงรับผิดทางแพ่งด้วย เพราะการตรวจสอบเงินคงเหลือประจำวัน ต้องมีการตรวจและสรุปรายงาน โดยมีคณะกรรมการเก็บรักษาเงิน ส่วนใหญ่มี ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองคลัง และหัวหน้าหน่วยการเงินและบัญชี เป็นคณะกรรมการร่วมกันในการตรวจเป็นประจำทุกวัน อีกทั้งต้องทำเอกสารรายงานให้ฝ่ายบริหารรับทราบเป็นประจำทุกวัน
ถ้าฝ่ายบริหารไม่รู้เห็น อาจจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบเงินคงเหลือรายวัน ซึ่งคณะกรรมการรักษาเงินตั้งแต่ปลัดเทศบาลลงมา ล้วนมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในส่วนนี้ แล้วปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นมากถึง 2,029 ครั้ง ภายใน 14 วันของเดือนพฤศจิกายนได้อย่างไร
นอกจากนี้ยังสังเกตว่า ผู้ที่รู้เกี่ยวกับรหัสการเงิน ที่นำรหัสมาปฏิบัติหน้าที่ น่าจะมีการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะหากมีการระบุตามใบแจ้งบันทึกสั่งซื้อโอนเข้าไประบบช้อปปิ้งดัง เลขที่ KT 2093 รวมจำนวน 2,029 ครั้ง แล้วไปส่งที่ไหน ส่งอย่างไร ระดับเจ้าหน้าที่กับหัวหน้างาน น่าจะต้องรับทราบในการกระทำดังกล่าวหรือไม่ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่าอาจจะมีเกลือเป็นหนอนบ่อนไส้

