ชัชชาติเห็นแล้วตกใจ ขอโทษไม่เคยรู้เรื่องนี้ ‘ส.ก.บางซื่อ’ โชว์ภาพตลกร้าย ใกล้วันเด็กแต่ยังนั่งเรียนใน ‘ตึกรอถล่ม-ลิฟต์ชำรุด’ ชีวิตสุ่มเสี่ยงทุกวัน ร้องสภา กทม.ตั้งงบฯรื้อถอนด่วน
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง มีการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2566
ในตอนหนึ่ง น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคก้าวไกล เสนอญัตติต่อที่ประชุม เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาการติดตั้งลิฟต์โดยสารที่ไม่ได้มาตรฐานของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เนื่องจากลิฟต์โรงเรียนวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีเด็กนักเรียน 381 คน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 โดยตัวอาคารลิฟต์ถูกสร้างขึ้นมาเป็นอาคารสูง 5 ชั้น แล้วสร้างติดกับอาคารเรียนเดิม ตอนนี้อาคารลิฟต์เกิดการทรุดตัวและเป็นอันตรายต่อครู บุคลากร และเด็กนักเรียน โดยอาคารลิฟต์นี้อยู่ในโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือเรียนร่วม ภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักการศึกษา กทม. โครงการนี้ทำพร้อมกันทั่ว กทม.ทั้งหมด 21 ร.ร. โดยเขตบางซื่อได้ทำสัญญาจ้างในเดือนกันยายน 2553 และเป็นเพียง ร.ร.เดียวที่ไม่มีการโอนทะเบียนทรัพย์สินครุภัณฑ์ หรืออาคารลิฟต์ตัวนี้จากสำนักการศึกษาเนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบในขณะนั้นเห็นว่าผู้รับเหมาทำไว้ไม่เรียบร้อย โดยมีการร้องเรียนจากโรงเรียนวัดสร้อยทองให้เร่งรัดการก่อสร้างหลายครั้ง และตัวอาคารเริ่มมีรอยร้าวจนเวลาผ่านมาหลายปี จึงชัดเจนว่าผู้รับเหมาทิ้งงาน ทาง กทม.จึงได้ยกเลิกสัญญาจ้างในเดือนตุลาคม 2557

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวต่อว่า ต่อมา ได้มีการจ้างผู้รับเหมาใหม่ ซึ่งส่งมอบงานให้ ร.ร.ได้ระยะหนึ่งก็พบว่ามีเศษปูนหล่นจากช่วงรอยต่อระหว่างอาคารเรียนและอาคารลิฟต์ตลอดเวลา โดยอาคารลิฟต์มีลักษณะเอียงออกจากอาคารเรียน จึงได้ให้ฝ่ายโยธาสำนักงานเขตบางซื่อมาทำการตรวจสอบอาคาร

เมื่อตรวจสอบพบว่าอาคารเอียงและมีรอยแตกร้าวมากที่สุดที่ชั้น 5 ไล่ระดับน้อยลงมาเรื่อยๆ ถึงชั้น 2 และมีอาการเอียงที่ชัดเจนขึ้นอีก จากรายงานนี้การแก้ไขจะต้องเสริมเสาเข็มและทำฐานรากทดแทนใหม่ ซึ่งมีความเสี่ยงว่าจะแก้ไขไม่สำเร็จและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ทางฝ่ายโยธาสำนักงานเขตบางซื่อจึงเห็นควรให้รื้อถอนอาคารลิฟต์นี้ออก ต่อมาในปี 2561 ซึ่งนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม.ในขณะนั้นได้รับทราบ และได้มอบหมายให้สำนักการโยธาเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารลิฟต์สังกัด กทม.ทั้ง 16 แห่ง

จากนั้น น.ส.ภัทราภรณ์นำเสนอภาพอาคารที่มีลิฟต์ของ ร.ร.วัดสร้อยทองในปัจจุบัน โดยอาคารเรียนที่ติดกับอาคารลิฟต์ชั้น 2-4 ทำการปิดถาวรเนื่องจากกังวลว่าจะเกิดอันตรายกับนักเรียน และเมื่อเข้าไปดูภายในลิฟต์ พบว่ามีรอยแตกที่พื้นชัดเจนจนสามารถมองเห็นคนที่อยู่ชั้นล่างได้ โดย ร.ร.วัดสร้อยทอง ได้ส่งหนังสือคำร้องให้สำนักงานเขตบางซื่อ เพื่อเรียกร้องให้สำนักการศึกษาทำการรื้อถอน หรือแก้ไขอาคาร ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน สำนักการศึกษาได้แจ้งตนว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณภายในเดือนกุมภาพันธ์ และอาจจะได้รับผู้รับจ้างรื้อถอนภายในเดือนพฤษภาคมปีนี้ แต่ยังไม่มีเอกสารที่หนักแน่นชัดเจนยืนยันมา ตั้งแต่ตนทราบเรื่องจากคณะอนุกรรมการการศึกษาที่เป็นประธานอยู่ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ตนก็ได้เร่งให้มีการดำเนินการรวบรวมข้อมูลอย่างเร็วที่สุด

“ดิฉันคิดถึงผู้ปกครองที่มาส่งลูกหลานเข้าเรียน โดยรู้อยู่แก่ใจว่ามีกับระเบิดที่อาจจะถล่มเมื่อไรก็ได้ ท่านคิดภาพว่าเด็กที่เรียนตั้งแต่อนุบาล 1 จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จบไปกี่รุ่นแล้ว และมีตึกรอถล่มเป็นความเสี่ยงในชีวิตอยู่ทุกวัน อยู่กลางเมืองกลางวันแสกๆ โด่เด่ให้เห็นกันทั่วไป ทุกคนก็เห็นเหมือนกันแต่ไม่มีใครทำอะไร เป็นความตลกร้าย เป็นความขมขื่น และดิฉันก็เชื่อว่านี่จะเป็นจุดตกต่ำของความเป็นมนุษย์ถ้าเราไม่ทำอะไรกับเรื่องนี้สักที วันเสาร์นี้ก็จะวันเด็กแล้ว ดิฉันขอใช้เวทีสภา กทม.แห่งนี้เรียกร้องให้ทางฝ่ายบริหารพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉิน และตั้งงบประมาณรื้อถอนโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของครู บุคลากร และเด็กๆ ในโรงเรียนอีก 381 ชีวิตในเขตบางซื่อ” น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวชี้แจงว่า จริงๆ แล้วฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาและการสาธารณสุขมาก เพราะเป็นพื้นฐานของการลดความเหลื่อมล้ำที่สำคัญที่สุด เมื่อเด็กมีการศึกษาที่ดีก็สามารถทำให้เขาพัฒนาตัวเองให้ดีกว่ารุ่นพ่อแม่ได้ ถ้าเขามีสุขภาพที่ดีเขาก็จะไม่ต้องเสียเวลากับการเจ็บป่วยและสามารถเรียนและทำงานได้อย่างเต็มที่
“ต้องขอโทษเพราะไม่เคยทราบข้อมูลนี้จริงๆ เห็นแล้วก็ตกใจ โดยมิติที่มองเรื่องความปลอดภัยก็เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่อีกอย่างที่มองข้ามไม่ได้ คือ 10 ปีที่ผ่านมาเด็กจำนวนมากที่เป็นเด็กพิเศษที่ต้องใช้วีลแชร์ เขาไม่สามารถเข้าถึงความรู้ได้ และลิฟต์ไม่ใช่แค่อันตรายแต่มันทำลายโอกาสของเด็กจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ศึกษาได้ โดยตนจะรีบดำเนินการ” นายชัชชาติกล่าว
อ่านข่าว :
- เหล่า ส.ก.เห็นด้วยชัชชาติ เพิ่มงบ-ขยายเวลา ‘เช่า สนง.เขตคลองเตย’ เผย หลายเขตเจอปัญหาเดียวกัน
- ‘ชัชชาติ’ ขอสภากทม. ‘เพิ่มวงเงินหนี้’ เช่าที่ สนง.เขตคลองเตย ตั้งงบไว้ไม่พอ การท่าเรือขอขึ้น
- ‘สภากทม.’ เห็นพ้องหลังถกเดือด ตั้งคกก. ซูมปัญหา ‘สายสีเขียว’ เฮียเล้าแนะ ให้เคทีล้มละลาย – วิรัช หวังรบ.ใหม่รับภาระไป
- สภากทม.วุ่น! หวิดล่มอีก ส.ก.ลุกแย้งควบรวมญัตติ ‘สายสีเขียว’ ปธ.สั่งพัก สรุปกันไม่จบ ‘ของผมตรงจุดกว่า’
- ‘ส.ก.พระโขนง’ จี้ถามเสร็จตอนไหน? ‘อุโมงค์น้ำบึงหนองบอน’ ทรุด! – รองผู้ว่าฯ เรียกรับเหมาแจงเหตุการณ์ คาดจบใน มิ.ย.68
- ส.ก.อึ้ง บางห้างฯจับหนูได้วันละ 100 ตัว ถึงเวลา ‘ออกกฎกำจัดขยะต้นทาง’ เก็บแต่ห้าง บ้านปชช.รอจนหนอนขึ้น


