ส.ก.ลาดกระบัง โอด ‘สภาพโรงเรียนกทม.’ ห้องน้ำรั่วพัง-ตึกชำรุด-ตู้กดน้ำสกปรก รองผู้ว่าฯแจง เปิดให้เขตของบแล้ว

12.01.23 | 17:23 น.

‘ส.ก.ลาดกระบัง’ โอด สภาพแวดล้อม ร.ร.กทม. ห้องน้ำรั่วพัง – ตู้กดน้ำสกปรก-ตึกชำรุด ‘รองผู้ว่าฯ’ แจง เปิดให้เขตแจ้งของบแล้ว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มกราคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง มีการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2566 โดยมี นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย นั่งเป็นประธานสภา กทม. พร้อมด้วยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร มีผู้เข้าร่วมได้แก่ ส.ก. ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครทั้งคณะ ทีมคณะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. คณะเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ร่วมประชุม

ในตอนหนึ่ง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติให้ กทม. พิจารณาการจัดสภาพแวดล้อมทางด้านกายภาพของโรงเรียนในสังกัด กทม. ให้มีความเหมาะสม เนื่องจากโรงเรียนในสังกัด กทม. หลายแห่งมีสภาพแวดล้อมทางด้านกายภาพที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาของโรงเรียน และคุณภาพชีวิตของนักเรียน

โดยนายสุรจิตต์ ได้อธิบายปัญหาที่โรงเรียนในสังกัด กทม. ต้องประสบหลายด้าน รวมทั้งแนะแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เหมาะสม

Advertisement

“โรงเรียนบางแห่งยังมีการใช้ถังพักน้ำดื่มใต้ดิน น้ำไม่สะอาด มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค เป็นสาเหตุของโรคทางเดินอาหารได้ กทม.ควรติดตั้งถังพักน้ำดื่มบนดิน หรือตู้กดน้ำอัตโนมัติ เพื่อสุขภาพอนามัยของนักเรียนได้ดื่มน้ำที่สะอาด โดยจะต้องมีการล้าง ทำความสะอาดถังพักน้ำดื่มอย่างสม่ำเสมอ และมีการติดตั้งสายดินเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว บางโรงเรียนที่มีการติดตั้งลิฟต์โดยสาร อาคารเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกครูและนักเรียน แต่ใช้งานไม่ได้ เนื่องจากมีปัญหาการทรุดตัวของลิฟต์ ไม่สม่ำเสมอระดับกับอาคาร เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ กทม. ควรมีการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนทดแทนให้อยู่ในสภาพที่ดี พร้อมใช้งานอยู่เสมอ”

“จากการติดตามปัญหาสถานศึกษาในสังกัด กทม. 437 แห่ง พบว่า ห้องน้ำหลายแห่งใช้การไม่ได้ รั่วซึม ตู้กดน้ำเย็นไม่ได้มาตรฐาน ชำรุด หรือมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน ซึ่งสำนักงานเขตแจ้งว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอในการซ่อมแซม โรงอาหาร ฝ้าอาคารเรียนชำรุด จำเป็นต้องใช้เงินบริจาคในการดำเนินการซ่อมแซม การก่อสร้างอาคารเรียนใหม่แต่รูปแบบของอาคารยังเป็นแบบเดิม ไม่ทันสมัยและใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ลิฟต์โดยสารที่ก่อสร้างแล้วแต่ยังไม่มีการใช้งาน จากการตรวจสอบพบว่า มีโรงเรียนในสังกัด กทม.ที่มีลิฟต์ จำนวน 16 แห่ง โดยเป็นการก่อสร้างตั้งแต่ปี 54 สำนักการโยธาได้ดำเนินการตรวจสอบโครงสร้างอาคารลิฟต์ พบว่า ต้องเสริมฐานรากและดีดอาคารขึ้น จำนวน 9 โรงเรียน ต้องซ่อมรอยแตกร้าวตามสภาพ จำนวน 7 โรงเรียน และสามารถใช้งานได้จริงเพียงแค่ 5 แห่ง หรือคิดเป็น 31% โดยโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนที่มีเด็กเรียนร่วมที่เป็นเด็กพิเศษและพิการ ต่อมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อปี 61 จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขแต่อย่างใด ซึ่งงบประมาณของโรงเรียนแต่ละแห่งจะมีงบประมาณปรับปรุง แห่งละ 500,000 บาท แต่เนื้องานจะทำได้ภายใต้เกณฑ์ที่มีอยู่ ไม่สามารถซ่อมแซมได้ทุกจุด ซึ่งในเรื่องนี้ต้องแก้ไขโดยด่วน” นายสุรจิตต์กล่าว

นายสุรจิตต์กล่าวต่อว่า อาคารโรงเรียนบางแห่งมีสภาพชำรุด ทางโรงเรียนได้ทำการจำหน่ายอาคารเพื่อของบประมาณก่อสร้างอาคารหลังใหม่ แต่ไม่ได้รับการพิจารณา อีกทั้งอาคารหลังนี้ถูกรื้อถอนไปแล้ว ทำให้อาคารเรียนไม่เพียงพอ เช่น โรงเรียนวัดทิพพาวาส เขตลาดกระบัง

“กทม. ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคาร ให้เอื้อต่อการจัดการเรียการสอนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของการจัดการศึกษา โรงเรียนที่มีห้องเรียน อาคารเรียนที่มั่นคง สะอาด ทำให้นักเรียนดำเนินชีวิตอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะส่งผลต่อความสำเร็จในการเรียนด้วย ดังนั้น จึงขอให้ กทม. พิจารณาจัดสภาพแวดล้อมทางด้านกายภาพของโรงเรียนในสังกัด กทม. ให้มีความเหมาะสม” นายสุรจิตต์กล่าว

ทั้งนี้ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาตามที่ ส.ก.ได้ยื่นญัตติ ว่า เรื่องของการปรับปรุงอาคารได้เปิดให้เขตได้ยื่นรายละเอียดเพื่อขอจัดสรรงบกลางปี 66 นี้แล้ว เรื่องถังพักน้ำใต้ดิน กทม.ได้ยกเลิกตั้งแต่ปี 56 ขณะนี้ทุก ร.ร.ได้ใช้ถังสแตนเลสพักน้ำบนดินแทน กรณีลิฟต์ 21 แห่ง ที่ได้รับงบประมาณตั้งแต่ปี 53 ขณะนี้มี 15 แห่ง ที่ต้องปรับแก้ไข จะกำชับให้เขตเร่งสำรวจ และจัดสรรงบในส่วนที่ต้องดำเนินการรื้อถอน เพื่อความปลอดภัย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. นี้