คพ. เตือนค่าฝุ่น PM2.5 สูงอยู่ในระดับพื้นที่สีแดงมี 70 พื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ชี้เฝ้าระวัง 3-4 ก.พ.นี้ สูงต่อเนื่อง เร่งยกระดับลดจุดความร้อน
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดี คพ. ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) จัดแถลงข่าว “การยกระดับมาตรการเพื่อลดแหล่งกำเนิด PM2.5 และป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย” โดยนายปิ่นสักก์กล่าวว่า เช้านี้ในเวลา 07.00 น. ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 วัดค่าได้ระหว่าง 17-158 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ วันนี้มีพื้นที่สีแดงรวม 70 พื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ถือว่าค่าฝุ่นสูงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 แล้ว ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากสภาพอากาศปิด ลมสงบ การจราจรติดขัด ส่งผลให้ฝุ่นสะสมตัวมากขึ้น
นายปิ่นสักก์กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลว่า ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ร่วมบูรณาการกับทางกรุงเทพมหานคร และได้มีข้อสรุปตามมาตรการไปแล้วในวานนี้ (1 ก.พ.) อาทิ หน่วยงาน กทม. WFH ยกเว้นส่วนที่ให้บริการประชาชน และขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ให้ WFH ให้ผู้อำนวยการเขตประสานกับเอกชนในพื้นที่ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ให้ความร่วมมือในการ WFH ด้วยเช่นกัน
ส่วนโรงเรียน ยังไม่มีการประกาศปิด แต่ให้งดทำกิจกรรมในพื้นที่โล่งแจ้ง อย่างไรก็ตาม คพ.จะประสานการให้ข้อมูลสถานการณ์ แต่ในระดับการปฏิบัติการจะเป็นดุลพินิจของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้หากค่าฝุ่นในกรุงเทพฯยังอยู่ในระดับ 3 (ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 51-75 มคก./ลบ.ม.) ทาง กทม.จะขอความร่วมมือ แต่หากค่าฝุ่นอยู่ในระดับ 4 (ค่าฝุ่นมากกว่า 75 มคก./ลบ.ม.) ติดต่อกันเกิน 3 วัน ทาง กทม.สามารถสั่งการตามมาตรการได้

นายปิ่นสักก์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า (GISTDA) ในวานนี้ (1ก.พ.) พบจุดความร้อนทั่วประเทศประมาณ 1,200 จุด ซึ่งหัวใจสำคัญในการลดจุดความร้อน คือ การบริหารจัดการเชื้อเพลิง บางจังหวัดงดการเผาในบางช่วงเวลา ทำให้บางครั้งเกิดปัญหารุมเผาในบางช่วงเวลาเช่นกัน ดังนั้นการบริหารจัดการเผาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีอำนาจเต็มในการควบคุมการเผา โดยมีแอพพลิเคชั่น Burn Check ใน จ.เชียงใหม่ใช้แล้ว 100% แต่บางจังหวัดยังไม่ 100% ซึ่งต้องประสานความร่วมมืออย่างเข้มงวดต่อไป โดยภาครัฐตั้งเป้าลดจุดความร้อนให้ได้ 50-60%
“ทั้งนี้ คพ.ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ในวันที่ 3-4 ก.พ.นี้ พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่งและปิด โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯกลาง กรุงธนเหนือ และใต้ (พื้นที่ท้ายลม) และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือควรเฝ้าระวังบริเวณภาคเหนือตอนบนและล่าง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 3-4 ก.พ.นี้” นายปิ่นสักก์กล่าว
อธิบดี คพ.ระบุว่า 2 ปีที่ผ่านมา สถิติค่าฝุ่นลดลงในทุกๆ ปี แต่ในปี’66 จากการคาดการณ์ คาดว่าค่าฝุ่นอาจรุนแรงกว่าปี’65 อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่จะแล้งมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดหวังว่าจะสามารถควบคุมปริมาณฝุ่นไม่ให้รุนแรงไปกว่าปีก่อน อีกทั้งในวันที่ 1 มิ.ย.66 นี้ จะมีการปรับเปลี่ยนค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จากเดิมไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. ลดลงเหลือ 37.5 มคก./ลบ.ม. ดังนั้นการบริหารจัดการฝุ่น PM2.5 จะต้องเข้มข้นกันมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า www.IQAir.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์จัดอันดับคุณภาพอากาศและจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษของโลก รายงานในเวลา 10.00 น.ว่า กทม.ประเทศไทย มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) สีแดง 192 มีผลกระทบต่อทุกคน คุณภาพอากาศมีมลพิษเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน เมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน และคูเวต

ข่าวน่าสนใจอื่น:
- ชัดๆ! ‘หมอปลาย’ ชี้ ประเทศไทยได้นายกฯใหม่ เป็นคุณน้าหน้าขาว-เป็นผู้นำรู้เรื่อง ไม่เคยยืมของใคร
- ‘จีฮโย TWICE’ ปล่อย VLOG เที่ยวไทย รีวิว ‘ไข่เจียวปู’ เจ้าดังว่า “ไม่ใช่รสชาติของการรอ 1 ชม.”
- ลิซ่า BLACKPINK ปังไม่หยุด ซื้อบ้านหรู 200 ล้าน ต่อจากหลานสาวผู้ก่อตั้ง ‘ล็อตเต้’
- 10 บิ๊กอสังหา ทุ่มกว่า 2 หมื่นล้าน กว้านซื้อที่ดินทั่วไทย ลุยโปรเจ็กต์ใหม่
- งานเข้าทันที ‘เจ้าขุน’ โชว์หุ่นฟิตบอกรักเกิร์ลกรุ๊ปดัง ชาวเน็ตเมนต์ ติงไม่เหมาะสม

