ชัชชาติจริงจัง ตั้ง 2 ศูนย์ ‘หยุดทุจริต’ ขรก.จับได้ริบทุกสิทธิ ชวนปชช.ฟ้องมา ‘จ่ายสินบน’ โดนคดีอาญา!

2.02.23 | 19:07 น.

‘ชัชชาติ’ จริงจัง ตั้ง 2 ศูนย์ ‘หยุดทุจริต’ ขรก.จับได้ถูกริบทุกสวัสดิการ ชวนประชาชนฟ้องมา ใครจ่ายสินบนเอาผิดคดีอาญา

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กทม.ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริต (ศปท.กทม.) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 โดยผู้ว่าฯกทม. เป็นหัวหน้าศูนย์ และศูนย์ดังกล่าวได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามการต่อต้านการทุจริต (ศตท.กทม.) โดยมีรองปลัด กทม.เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อเป็นหน่วยปฏิบัติการลงพื้นที่ในเรื่องพิเศษ (เฉพาะกิจ) ในการสอบสวนจับกุม (ถ้ามี)

นายชัชชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทั้งในเชิงพื้นที่ หรือเชิงภารกิจ เพื่อแต่งตั้งให้มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนที่ได้รับแจ้ง เพื่อขยายผล ตลอดจนวางแผนจับกุมร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

นายชัชชาติกล่าวว่า อีกทั้งยังได้ตั้งวอร์รูม ศตท.กทม. ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร (กก.) ชั้น 5 กทม.เสาชิงช้า โดยขั้นตอนการปฏิบัติงานของศูนย์จะรับเรื่องจากเรื่องร้องเรียนต่างๆ โดยรักษาความลับของผู้แจ้งเบาะแส จากนั้น จะมีการตรวจสอบข้อมูลการทุจริตเบื้องต้นร่วมกับหน่วยงานอื่น ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบ ขยายผล จับกุม เพื่อดำเนินคดีอาญาและดำเนินการตามมาตการทางวินัยควบคู่กัน โดยการย้ายออกจากตำแหน่งเดิม ให้ประจำที่สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร (สนป.) ที่จัดสรรไว้ 20 ตำแหน่ง แบ่งเป็น ระดับชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าฝ่าย) จำนวน 12 ตำแหน่ง ระดับอำนวยการระดับต้น เป็นต้นไป (ผู้อำนวยการสำนักงาน-ผอ.เขต) จำนวน 6 ตำแหน่ง และระดับบริหารต้นเป็นต้นไป (ผอ.สำนัก) จำนวน 2 ตำแหน่ง หรือให้ช่วยราชการที่หน่วยอื่น และดำเนินการวินัยร้ายแรง โดยสั่งพักราชการ และให้ออกจากราชการไว้ก่อน

Advertisement

โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ โดยปกปิดตัวตน ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1555 หรือส่งจดหมายมาที่ผู้ว่าฯกทม.ได้เลย

นายชัชชาติชี้ว่า พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทุจริต ประกอบด้วย การจัดซื้อจัดจ้าง, เรียกรับผลประโยชน์, ยักยอกเงิน, การเก็บค่าธรรมเนียม-ภาษีประเภทต่างๆ, นำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ส่วนตัว, เบียดบังเวลาราชการไปทำธุรกิจส่วนตัว, จัดการฝึกอบรม สัมมนา และศึกษาดูงานที่เข้าข่ายการทุจริต, การจ่ายเงินต่างๆ ที่เข้าข่ายการทุจริต, การเบิกจ่ายค่าอาหาร, ทำการนอกเวลาเข้าข่ายการทุจริต, การแสวงหาผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้าย และกรณีทุจริตอื่นๆ

สำหรับหน่วยงาน หรือส่วนราชการที่เสี่ยงต่อการทุจริต ของ กทม. ประกอบด้วย สายงานโยธา สายงานเทศกิจ สายงานรายได้ สายงานสิ่งแวดล้อม

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ หากข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ถูกลงโทษทางวินัย ไล่ออก หรือปลดออก จะถูกริบสิทธิสวัสดิการทันที โดยหากถูกไล่ออกจะถูกตัดสิทธิสวัสดิการทุกอย่างทั้งบำเหน็จบำนาญ สิทธิการรักษาพยาบาลและสวัสดิการอื่นๆ แต่หากถูกปลดออกนั้นในส่วนของบำเหน็จบำนาญยังคงได้รับอยู่

ส่วนกรณีมีผู้ยินยอมจ่ายเงินเพื่อทำให้ถูกต้อง ผู้ที่จ่ายจะมีความผิดด้วย ข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน เป็นคดีอาญา กทม.จะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เพราะ กทม.ไม่มีอำนาจจับกุม

อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ ไม่เชื่อ ‘ฉีดน้ำลดฝุ่น’ ช่วยได้แค่ทางใจ ชี้แจกหน้ากากอนามัย ได้ผลกว่าใช้เครื่องฟอก

‘ชัชชาติ’ ยกปม PM 2.5 ปัญหาระดับชาติ คาดเสาร์-อาทิตย์นี้ดีขึ้น พยายามเต็มที่ ทำพยากรณ์ให้แม่น