ผู้พิการดีใจ กทม.เปิดรับเข้าบรรจุราชการ ส่งต่อกำลังใจความพิการไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. นายภาณุมาศ สุขอัมพร ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. นายเฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัด กทม. และคณะ ร่วมต้อนรับข้าราชการบรรจุใหม่ ซึ่งเป็นคนพิการที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ครั้งที่ 1/2565 (อ่านข่าว กทม.บรรจุ ‘ผู้พิการ’ เป็น ขรก.ครั้งแรกใน ปวศ. ชัชชาติ เผย จัดห้องสอบพิเศษ ชื่นชมไม่ยอมแพ้โชคชะตา)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) ได้ดำเนินการคัดเลือกคนพิการเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ กทม.สามัญเป็นครั้งแรก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่ 213 ของผู้ว่าฯกทม. เรื่องการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการในหน่วยงาน โดยการดำเนินการคัดเลือกในครั้งนี้มีผู้สมัครมากถึง 585 คน สอบผ่าน 141 คน และได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญทั้งสิ้นจำนวน 9 คน ใน 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี จำนวน 2 คน ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 4 คน ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป จำนวน 2 คน และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ จำนวน 1 คน โดยแบ่งตามหน่วยงาน ดังนี้ สำนักงาน ก.ก. 3 คน สำนักการแพทย์ 2 คน สำนักการศึกษา 1 คน สำนักพัฒนาสังคม 1 คน สำนักอนามัย 1 คน และสำนักงานการเจ้าหน้าที่ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 1 คน
ผู้สื่อข่าว ‘มติชน’ สัมภาษณ์ข้าราชการ กทม.บรรจุใหม่ซึ่งเป็นคนพิการ
น.ส.มาลี อารโยทัย เจ้าพนักงานธุรการ โรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ อายุ 28 ปี กล่าวว่า ตนเองมีความพิการ กระดูกสันหลังคด เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งธุรการ สำนักงานสรรพากรภาค 4 ปฏิบัติงานมา 4 ปีแล้ว เหตุผลที่มาสมัครที่ กทม. เพราะจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ
น.ส.มาลีกล่าวว่า จากความพิการกระดูกสันหลังคด ความยากของการใช้ชีวิต คือปอดข้างขวาเบียดจากกระดูก ทำให้เกิดอาการเหนื่อยหอบง่าย ในตอนที่กระดูกยังไม่คดเยอะยังไม่ค่อยเหนื่อยมาก สามารถวิ่ง เล่นกีฬาได้เหมือนกับคนอื่น ปัจจุบันทำไม่ได้แล้ว ทำให้การเดินต้องมีการพักระหว่างทางเพราะเหนื่อยมาก
น.ส.มาลีกล่าวว่า ตอนแรกอาการคดยังไม่หนักมาก แต่พอกระดูกเริ่มคดมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกต่างจากคนอื่น จึงอยู่แต่ภายในบ้าน ไม่ออกไปทำงาน แต่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เข้ามาพูดคุยโน้มน้าวว่า เราสามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้ สามารถทำงานได้
“อย่าคิดว่าเรามีปมด้อย คนส่วนมากในสังคมเขาก็เปิดใจรับเรา มีเพียงส่วนน้อยที่เขาไม่เข้าใจ พมจ.เขาก็มาพูดว่าลองเปิดโอกาสให้ตัวเองไหม ให้ไปทำงาน อย่าคิดไปเองว่าคนอื่นเขาจะไม่รับคนพิการเข้าทำงาน” น.ส.มาลีกล่าว
“ตอนนั้นเราคิดว่า เราเป็นแบบนี้จะมีปมด้อย ถ้าเราไปสมัครงานเจ้านายจะมองว่าเราเป็นแบบนี้จะเอามาทำไมให้เป็นภาระ แต่พอเราได้มาทำงานจริงๆ เราก็แสดงให้เห็นว่าเราสามารถทำงานได้เหมือนกับคนปกติ” น.ส.มาลีกล่าว
น.ส.มาลีกล่าวว่า ความคาดหวังในการเป็นข้าราชการ กทม.สามัญคือ การได้รับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล เพราะเราร่างกายทรุดลงทุกวัน ปอดเริ่มไม่ค่อยดี โดยบรรยากาศในวันที่ไปสอบ พี่เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี สถานที่สอบมีสิ่งอำนวยความสะดวก ใส่ใจต่อผู้พิการ ข้อสอบมีความยากปานกลาง

นายชัยณรงค์ ต๊ะวงค์ษา นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย อายุ 33 ปี กล่าวว่า ตนเป็นผู้พิหารทางการได้ยิน ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานราชการ ที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดพะเยา ในตอนนั้นเห็นการเปิดสอบของ กทม. ก็เป็นโอกาสที่ดีก็เลยมาสมัครสอบ
นายชัยณรงค์กล่าวว่า สำหรับอุปสรรคการทำงาน เป็นเรื่องของการสื่อสาร ต้องคอยดูปากของผู้พูด แต่จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีการใส่หน้ากากอนามัย ทำให้สื่อสารยาก จึงต้องขอให้ผู้พูดถอดหน้ากากอนามัย หรือพูดเสียงดังแทน
“การสื่อสารตรงนี้เป็นอุปสรรคของคนพิการทางการได้ยินอยู่แล้ว เพราะต้องอ่านริมฝีปาก หรือบางคนหูหนวกก็ต้องใช้ภาษามือ แต่ผมหูตึงเวลาสื่อสารกับคนที่ไม่ได้อ่านปาก จะทำให้สื่อสารยากนิดหนึ่ง เพราะได้ยินแต่เสียง แต่จับประเด็นไม่ได้” นายชัยณรงค์กล่าว
นายชัยณรงค์กล่าวว่า เป็นกำลังใจให้คนพิการที่กำลังหางานทำ หรือต้องการที่จะเข้ารับราชการ ความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงาน ถ้าเรามีใจสู้ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้

