ตม.แจงหนุ่มถูกกักตัว จนตกเครื่อง ที่แท้มาช้าเอง ส่วนหมายจับไม่อัพเดต เป็นเรื่องเจ้าของคดี
วันที่ 6 มกราคม 2567 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2 และโฆษก สตม. เปิดเผยกรณี ชายวัย 33 ปี ร้องเรียนสื่อมวลชน ว่าถูกตม.ขาออกกักตัว อ้างมีหมายจับทำให้ตกเครื่องอดไปเที่ยวปีใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่น จากการตรวจสอบพบว่า เป็นเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.66 เวลา 11.44 น. โดยชายวัย 33 ปี สัญชาติไทย ถือหนังสือเดินทางไทย เข้ารับการตรวจหนังสือเดินทางที่ช่องตรวจ ตม.ขาออกฯ โดยจะเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ เที่ยวบินที่ XJ606 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตามเวลา Boarding time หรือเรียกขึ้นเครื่องคือ เวลา 11.15 น.
ซึ่ง จนท.ตม.พบว่า เวลาที่ผู้โดยสารเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทางเป็นเวลาที่เลยกำหนดเวลา Boarding time แล้ว ทาง จนท.ตม.จึงรีบประสาน พนักงานบริการภาคพื้น ที่ประจำจุดประตูทางออกขึ้นเครื่อง เที่ยวบิน XJ606 เพื่อสอบถามว่าผู้โดยสารยังไปทันเวลาขึ้นเครื่องหรือไม่
ปรากฏว่า ทางพนักงานสายการบินแจ้งว่า เวลาในขณะนั้น ประตูเครื่องบินปิดแล้ว และเที่ยวบิน XJ606 จอดอยู่ที่ อาคารเทียบเครื่อง เทอร์มินอล SAT1 ซึ่ง ผู้โดยสารต้องนั่งรถรางไฟฟ้าไปอีก ซึ่งต้องใช้เวลา ทางสายการบินจึงไม่สามารถรอให้ผู้โดยสาร มาขึ้นเครื่องได้เนื่องจากกำหนดเวลาเครื่องออก (Takeoff)11.55 น. จึงขอให้ผู้โดยสารรออยู่ในพื้นที่ ตม. เพื่อรอสายการบินมายกเลิกการเดินทางต่อไป ซึ่งทาง จนท.ตม.ได้แจ้งให้ทราบแล้ว
จากนั้น ได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบตาม Standard Operation Procedure ก็พบว่า ชายดังกล่าว มีข้อมูลหมายจับคดีอาญาเลขที่ 37/2551 คดีอนาจารขัดค่อศีลธรรม อยู่ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) จึงได้แจ้งให้ทราบ และ ให้ฝ่ายสืบสวน บก.ตม.2 รับตัว เพื่อไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดยละเอียด โดยขณะนั้น ชายคนดังกล่าวไม่ได้มีเอกสารใดมายืนยันต่อเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
ผลการตรวจสอบจากการประสานกับ สภ.พระสมุทรเจดีย์ เจ้าของคดี พบว่า หมายจับคดีอาญาเลขที่ 37/2551 คดีอนาจารขัดต่อศีลธรรม นั้น แท้จริงแล้ว เป็นคดีร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ซึ่งทราบว่า มีการจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว แต่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ยังไม่ถอนข้อมูลออกจากระบบ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ไปแจ้งกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีของตน เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของตนเอง โดยไม่มีการจับกุม หรือควบคุมตัวแต่อย่างใด
พล.ต.ต.เชิงรณ เผยอีกว่า บุคคลที่ถูกออกหมายจับ ทั้งคดีอาญา ที่พนักงานสอบสวนพื้นที่หรือหน่วยงานต่างๆ เช่น DSI ขอหมายจับ จะมีการส่งผ่านระบบของกองทะเบียนประวัติอาชญากร และสำนักงานสารสนเทศกลาง เพื่อเชื่อมข้อมูลมายัง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ สตม. ซึ่ง ด่านตรวจคนเข้าเมือง จะไม่สามารถใส่ หรือ ถอนข้อมูลได้เอง ต้องให้เจ้าของคดี เป็นผู้ดำเนินการ
ส่วนการที่ชายคนดังกล่าวออกมาให้ข่าว ตนเข้าใจได้ว่า อาจไม่เข้าใจว่า กระบวนการแต่ละส่วนเป็นอย่างไร ประกอบกับตกเครื่องเพราะล่าช้าด้วย จึงยิ่งไม่พอใจ และให้ข่าวต่อสื่อมวลชนเช่นนั้น ซึ่งต้องระมัดระวังการให้ข้อมูลต่อสาธารณะชนให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานราชการ และได้สั่งให้ ผกก.ฝ่าย ตม.ขาออก ฯ รวบรวมรายละเอียด Timeline จากระบบเวลา check-in สายการบิน และ ระบบอื่นๆ เพื่อเตรียมใช้ในการยืนยันด้วยแล้ว
ทั้งนี้ ในส่วนของการถอนข้อมูลจากระบบ ได้ประสาน ศูนย์เทคโนโลยีตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูล และประสาน ภ.จว.สมุทรปราการ สั่ง พงส.ถอนหมายออกจากระบบต่อไปด้วยแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

