ผกก.ห้วยขวาง ย้ำหลักฐานชี้ ‘เฮียชัช’ ยิงน้องหวานเจี๊ยบ เร่งตาม 1 ราย เอาผิดคดีที่ปอยเปต

23.01.24 | 13:43 น.

ผกก.ห้วยขวาง ย้ำหลักฐานชี้ ‘เฮียชัช’ ยิงน้องหวานเจี๊ยบ แจงต้องรอผลตรวจชัดๆ แต่ ตร.จำเป็นต้อง ‘สั่งไม่ฟ้อง’ เหตุตายก่อน เร่งตาม 1 ราย เอาผิดคดีทำร้ายร่างกายที่ปอยเปต

จากกรณีพบศพ “น้องหวานเจี๊ยบ” เน็ตไอดอลสาว ถูกยิงเสียชีวิตในคอนโดหรูย่านประชาอุทิศ กทม. หลังเพื่อนๆ ผิดสังเกตไม่มาไลฟ์สดขายของ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบ ชายรายหนึ่ง ซึ่งเพื่อนชี้ว่าเป็น แฟนหนุ่ม ที่หวานเจี๊ยบคบหามาประมาณ 2 ปี ชื่อ นายติณห์ หรือ เฮียชัช ได้มาหาที่คอนโดก่อนเกิดเหตุ จึงติดตามไปยังคอนโดของนายชัชแถวสนามบินน้ำ ซึ่งอาศัยอยู่กับ “ภรรยา” ที่มีลูกด้วยกัน 1 คน และพบว่าเจ้าตัวใช้ปืนจ่อขมับฆ่าตัวตายหนีความผิด อาการสาหัส ก่อนจะเสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า ตำรวจตั้งข้อสงสัยตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เพราะมีความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งสภาพศพของผู้เสียชีวิต, ลักษณะการถืออาวุธปืนที่ถืออยู่ในมือซ้าย ทั้งที่ผู้เสียชีวิตเป็นคนถนัดขวา รวมถึงการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้ข้อมูลมาเกือบทั้งหมดยกเว้นนายติณห์ หรือเฮียชัช ชายคนสนิทของผู้เสียชีวิต และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้

พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า จึงให้ฝ่ายสืบสวนติดตามจนทราบว่า “เฮียชัช” ออกจากคอนโดที่เกิดเหตุไปเมื่อเวลา 06.37 น. วันที่ 20 มกราคม ก่อนจะไปพักอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านสนามบินน้ำ พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนนำหมายเรียกพยานไปเรียก “เฮียชัช” ให้มาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งก็เคาะประตูอยู่ 2-3 รอบ แต่ก็เงียบ ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดภายในห้อง ไม่รู้ว่ายิงออกมาที่ประตู หรือยิงไปที่ไหน จึงขอกำลังตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์เข้าไปในห้อง พบ “เฮียชัช” นอนหายใจรวยริน ก่อนจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ผกก.สน.ห้วยขวางเปิดเผยว่า ส่วนเรื่องทางคดีค่อนข้างชัดเจนว่า “เฮียชัช” คือผู้ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง เพราะหลักฐานบ่งชี้ แต่ตำรวจต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต ผลการตรวจที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะภาพเขม่าดินปืน และรถเบนซ์ที่จอดใต้คอนโดย่านสนามบินน้ำ หากบ่งชี้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุชัดเจน พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องมีความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” เนื่องจากผู้ก่อเหตุเสียชีวิตแล้ว

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ครอบครัวติดใจเรื่องที่ตำรวจไม่จับกุม “เฮียชัช” เอาผิดตั้งแต่คดีที่ทำร้ายเพื่อนชายของ “หวานเจี๊ยบ” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา กรณีดังกล่าวเป็นความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ทำให้อำนาจการสอบสวนเป็นของอัยการสูงสุด จึงต้องให้อัยการสูงสุดเป็นคนสั่งคดี เหตุเกิดเมื่อเดือน พ.ย.66 ขณะที่อัยการสูงสุดเพิ่งส่งเรื่องกลับมาให้ตำรวจดำเนินการต่อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และตำรวจเพิ่งยืนยันตัว “เฮียชัช” ได้ แต่มาเกิดเรื่องนี้ขึ้นเสียก่อน โดยคดีนั้นอัยการตั้งข้อหาไว้ ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งนอกจาก “เฮียชัช” แล้ว ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกอย่างน้อย 1 คน เป็นคนไทย ที่ต้องสืบสวนหาตัวมาดำเนินคดี ยืนยันว่าคดีนี้ยังอยู่ในกรอบเวลาตามกฎหมาย

“เรื่องพนันออนไลน์ที่เฮียชัชเข้าไปพัวพัน มีหนี้สินติดตัวเป็นร้อยล้าน เป็นคำบอกเล่าของพยาน ต้องรอเรียกตัวเพื่อนของผู้เสียชีวิตมาให้ปากคำ ส่วนเรื่องอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุ พบเป็นปืนยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. มีชื่อเป็นผู้ครอบครองเป็นของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เฮียชัช ต้องรอเรียกเจ้าของปืนมาสอบสวนว่าเหตุใดปืนกระบอกนี้จึงไปอยู่กับเฮียชัชและทำไมถึงมาอยู่ในที่เกิดเหตุ” พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าว

เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่คอนโดแห่งหนึ่งในแขวงและเขตห้วยขวาง พบกับ น.ส.อิสรีย์ อายุ 25 ปี และ น.ส.พิมลภัทร อายุ 25 ปี เพื่อนของหวานเจี๊ยบ ระบุว่า ตอนนี้ผู้กระทำผิดได้รับกรรมที่เขาก่อไว้แล้ว เชื่อว่าเฮียชัชคือคนลงมือฆ่าหวานเจี๊ยบ โดยปมเหตุมาจากเรื่องเงิน ทั้งนี้ ช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาเฮียชัชได้เงินจากการจำนองบ้าน 3 ล้านบาท นำมามอบให้หวานเจี๊ยบ 1 ล้านบาท บอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดของหวานเจี๊ยบในเดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้ แต่หลังจากนั้นเฮียชัชได้มาขอเงินคืนไป 500,000 บาท เนื่องจากเดินทางไปเล่นพนันที่ปอยเปตจนหมดตัว กระทั่งก่อนเกิดเหตุทราบว่าเฮียชัชกลับมาขอเงินอีก 500,000 บาทที่เหลือจากหวานเจี๊ยบ ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน เพราะหวานเจี๊ยบเตรียมนำเงินจำนวนดังกล่าวไปลงทุนทำครีมเพิ่มและส่งเงินไปช่วยเหลือที่บ้าน

เพื่อนสนิทของหวานเจี๊ยบกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ทราบว่าฝ่ายชายพัวพันเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ แต่มาทราบภายหลังว่าได้เลิกทำเว็บพนันออนไลน์แล้ว มักเดินทางไปเล่นพนันที่บ่อนปอยเปต ประเทศกัมพูชาเป็นประจำ ตลอดเวลาที่คบหากันนาน 2 ปี เฮียชัชให้เงินหวานเจี๊ยบเดือนละประมาณ 100,000 บาท แต่ช่วง 6 เดือนหลังไม่ได้ให้เงินกับหวานเจี๊ยบอีก ก่อนจะมามอบเงินให้ 1 ล้านบาท แล้วก็พยายามเอาคืนกลับไปเล่นพนัน

“เพื่อนๆ พยายามบอกให้หวานเจี๊ยบเลิกกับเฮียชัช เนื่องจากเห็นว่าถูกฝ่ายชายทำร้ายร่างกายมาตลอด แต่เฮียชัชกลับใช้ไลน์ของหวานเจี๊ยบพิมพ์ข้อความมาบอกเพื่อนๆ ว่ามีแต่ความตายเท่านั้นที่พลัดพรากเราสองคนไปได้ โดยปืนที่พบในที่เกิดเหตุเป็นของเฮียชัช มักนำมาวางไว้บนหัวเตียงนอนของหวานเจี๊ยบ แต่ไม่ทราบว่าผู้ครอบครองเป็นใครและได้มาอย่างไร” เพื่อนของหวานเจี๊ยบกล่าว