ผกก.ห้วยขวาง ย้ำหลักฐานชี้ ‘เฮียชัช’ ยิงน้องหวานเจี๊ยบ แจงต้องรอผลตรวจชัดๆ แต่ ตร.จำเป็นต้อง ‘สั่งไม่ฟ้อง’ เหตุตายก่อน เร่งตาม 1 ราย เอาผิดคดีทำร้ายร่างกายที่ปอยเปต
จากกรณีพบศพ “น้องหวานเจี๊ยบ” เน็ตไอดอลสาว ถูกยิงเสียชีวิตในคอนโดหรูย่านประชาอุทิศ กทม. หลังเพื่อนๆ ผิดสังเกตไม่มาไลฟ์สดขายของ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบ ชายรายหนึ่ง ซึ่งเพื่อนชี้ว่าเป็น แฟนหนุ่ม ที่หวานเจี๊ยบคบหามาประมาณ 2 ปี ชื่อ นายติณห์ หรือ เฮียชัช ได้มาหาที่คอนโดก่อนเกิดเหตุ จึงติดตามไปยังคอนโดของนายชัชแถวสนามบินน้ำ ซึ่งอาศัยอยู่กับ “ภรรยา” ที่มีลูกด้วยกัน 1 คน และพบว่าเจ้าตัวใช้ปืนจ่อขมับฆ่าตัวตายหนีความผิด อาการสาหัส ก่อนจะเสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า ตำรวจตั้งข้อสงสัยตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เพราะมีความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งสภาพศพของผู้เสียชีวิต, ลักษณะการถืออาวุธปืนที่ถืออยู่ในมือซ้าย ทั้งที่ผู้เสียชีวิตเป็นคนถนัดขวา รวมถึงการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้ข้อมูลมาเกือบทั้งหมดยกเว้นนายติณห์ หรือเฮียชัช ชายคนสนิทของผู้เสียชีวิต และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้
พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า จึงให้ฝ่ายสืบสวนติดตามจนทราบว่า “เฮียชัช” ออกจากคอนโดที่เกิดเหตุไปเมื่อเวลา 06.37 น. วันที่ 20 มกราคม ก่อนจะไปพักอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านสนามบินน้ำ พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนนำหมายเรียกพยานไปเรียก “เฮียชัช” ให้มาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งก็เคาะประตูอยู่ 2-3 รอบ แต่ก็เงียบ ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดภายในห้อง ไม่รู้ว่ายิงออกมาที่ประตู หรือยิงไปที่ไหน จึงขอกำลังตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์เข้าไปในห้อง พบ “เฮียชัช” นอนหายใจรวยริน ก่อนจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ผกก.สน.ห้วยขวางเปิดเผยว่า ส่วนเรื่องทางคดีค่อนข้างชัดเจนว่า “เฮียชัช” คือผู้ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง เพราะหลักฐานบ่งชี้ แต่ตำรวจต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต ผลการตรวจที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะภาพเขม่าดินปืน และรถเบนซ์ที่จอดใต้คอนโดย่านสนามบินน้ำ หากบ่งชี้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุชัดเจน พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องมีความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” เนื่องจากผู้ก่อเหตุเสียชีวิตแล้ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- พบศพ ‘เน็ตไอดอลสาว’ ในคอนโดหรู แฟนหนุ่มลั่นไกตาม ส่งรพ.สาหัส
- เพื่อนๆ อาลัย ‘น้องหวานเจี๊ยบ’ เน็ตไอดอลดับในคอนโดหรู แฟนหนุ่มมือยิง เสียชีวิตแล้ว
- เปิดปมสังหาร ‘น้องหวานเจี๊ยบ’ เน็ตไอดอลดับในคอนโด
- เปิดไทม์ไลน์สยอง แฟนหนุ่มยิงดับ หวานเจี๊ยบ เน็ตไอดอลสาว ก่อนกบดานลั่นไกหนีผิด
- ตร.เชื่อฝีมือ ‘แฟนหนุ่ม’ ยิงหวานเจี๊ยบดับ เผยมีคดีติดตัวที่ปอยเปต จ่อเรียกสอบแต่ดับก่อน
- เพื่อนแฉพิรุธ ‘เสี่ยชัช’ จัดฉากหวานเจี๊ยบยิงตัวดับ พบเงินสดหาย 5 แสน เล่ายิบปมหึงหวง
- ภาพสุดท้าย น้องหวานเจี๊ยบ เดินเข้าห้องพร้อมแฟนหนุ่ม ก่อนโดนยิงเสียชีวิต
- ภรรยา ‘เฮียชัช’ มือยิงหวานเจี๊ยบ โพสต์อโหสิทั้งคู่ เผยลูกถามถึงพ่อ
พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ครอบครัวติดใจเรื่องที่ตำรวจไม่จับกุม “เฮียชัช” เอาผิดตั้งแต่คดีที่ทำร้ายเพื่อนชายของ “หวานเจี๊ยบ” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา กรณีดังกล่าวเป็นความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ทำให้อำนาจการสอบสวนเป็นของอัยการสูงสุด จึงต้องให้อัยการสูงสุดเป็นคนสั่งคดี เหตุเกิดเมื่อเดือน พ.ย.66 ขณะที่อัยการสูงสุดเพิ่งส่งเรื่องกลับมาให้ตำรวจดำเนินการต่อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และตำรวจเพิ่งยืนยันตัว “เฮียชัช” ได้ แต่มาเกิดเรื่องนี้ขึ้นเสียก่อน โดยคดีนั้นอัยการตั้งข้อหาไว้ ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งนอกจาก “เฮียชัช” แล้ว ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกอย่างน้อย 1 คน เป็นคนไทย ที่ต้องสืบสวนหาตัวมาดำเนินคดี ยืนยันว่าคดีนี้ยังอยู่ในกรอบเวลาตามกฎหมาย
“เรื่องพนันออนไลน์ที่เฮียชัชเข้าไปพัวพัน มีหนี้สินติดตัวเป็นร้อยล้าน เป็นคำบอกเล่าของพยาน ต้องรอเรียกตัวเพื่อนของผู้เสียชีวิตมาให้ปากคำ ส่วนเรื่องอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุ พบเป็นปืนยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. มีชื่อเป็นผู้ครอบครองเป็นของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เฮียชัช ต้องรอเรียกเจ้าของปืนมาสอบสวนว่าเหตุใดปืนกระบอกนี้จึงไปอยู่กับเฮียชัชและทำไมถึงมาอยู่ในที่เกิดเหตุ” พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าว
เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่คอนโดแห่งหนึ่งในแขวงและเขตห้วยขวาง พบกับ น.ส.อิสรีย์ อายุ 25 ปี และ น.ส.พิมลภัทร อายุ 25 ปี เพื่อนของหวานเจี๊ยบ ระบุว่า ตอนนี้ผู้กระทำผิดได้รับกรรมที่เขาก่อไว้แล้ว เชื่อว่าเฮียชัชคือคนลงมือฆ่าหวานเจี๊ยบ โดยปมเหตุมาจากเรื่องเงิน ทั้งนี้ ช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาเฮียชัชได้เงินจากการจำนองบ้าน 3 ล้านบาท นำมามอบให้หวานเจี๊ยบ 1 ล้านบาท บอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดของหวานเจี๊ยบในเดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้ แต่หลังจากนั้นเฮียชัชได้มาขอเงินคืนไป 500,000 บาท เนื่องจากเดินทางไปเล่นพนันที่ปอยเปตจนหมดตัว กระทั่งก่อนเกิดเหตุทราบว่าเฮียชัชกลับมาขอเงินอีก 500,000 บาทที่เหลือจากหวานเจี๊ยบ ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน เพราะหวานเจี๊ยบเตรียมนำเงินจำนวนดังกล่าวไปลงทุนทำครีมเพิ่มและส่งเงินไปช่วยเหลือที่บ้าน
เพื่อนสนิทของหวานเจี๊ยบกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ทราบว่าฝ่ายชายพัวพันเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ แต่มาทราบภายหลังว่าได้เลิกทำเว็บพนันออนไลน์แล้ว มักเดินทางไปเล่นพนันที่บ่อนปอยเปต ประเทศกัมพูชาเป็นประจำ ตลอดเวลาที่คบหากันนาน 2 ปี เฮียชัชให้เงินหวานเจี๊ยบเดือนละประมาณ 100,000 บาท แต่ช่วง 6 เดือนหลังไม่ได้ให้เงินกับหวานเจี๊ยบอีก ก่อนจะมามอบเงินให้ 1 ล้านบาท แล้วก็พยายามเอาคืนกลับไปเล่นพนัน
“เพื่อนๆ พยายามบอกให้หวานเจี๊ยบเลิกกับเฮียชัช เนื่องจากเห็นว่าถูกฝ่ายชายทำร้ายร่างกายมาตลอด แต่เฮียชัชกลับใช้ไลน์ของหวานเจี๊ยบพิมพ์ข้อความมาบอกเพื่อนๆ ว่ามีแต่ความตายเท่านั้นที่พลัดพรากเราสองคนไปได้ โดยปืนที่พบในที่เกิดเหตุเป็นของเฮียชัช มักนำมาวางไว้บนหัวเตียงนอนของหวานเจี๊ยบ แต่ไม่ทราบว่าผู้ครอบครองเป็นใครและได้มาอย่างไร” เพื่อนของหวานเจี๊ยบกล่าว

