ฝากขัง ‘ดาบแป๊ะ’ ยิงไรเดอร์ดับ เปิดไทม์ไลน์สลด แค่ไปส่งเพื่อนตามหาลูก ไม่ใช่พ่อ

25.01.24 | 11:42 น.

ฝากขัง ‘ดาบตำรวจ’ ยิงหนุ่มไรเดอร์ดับคาหน้าบ้าน เผยเป็นเหตุสุดวิสัย ด้านพ่อเลี้ยงแอน รับเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียครั้งนี้

จากกรณี นายธิติวัฒน์ หรือหมอก อายุ 25 ปี อาชีพไรเดอร์ เสียชีวิตจากการถูกยิงที่บริเวณลำคอ หน้าบ้านพักของตนเองภายใน ซ.รัชดาภิเษก 3 แยก 14 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยเหตุเกิดในช่วงเวลา 19.00 น. ของวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ลงมือยิงคือ ด.ต.เกียรติพงษ์ หรือดาบแป๊ะ ผบ.หมู่ สส.สน.สุทธิสาร โดยหลังจากเกิดเหตุ ดาบแป๊ะได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวางทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ผบ.หมู่ สืบสวน ตามลูกสาวกลับบ้าน เจอแฟนลูกคว้ามีด-ปาขวดไล่ ใช้ปืนยิงสวนดับ

ความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มกราคม ที่ สน.ห้วยขวาง นายนิ้ว (นามสมมุติ) พ่อของ น.ส.แอน เปิดเผยว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ตนกับ ด.ต.เกียรติพงษ์ ออกไปทำงาน ในระหว่างนั้นเองตนได้ติดต่อกับลูกสาวเพื่อที่จะเอาโทรศัพท์ที่มีข้อมูลงานของตนอยู่ในนั้นซึ่งได้ติดต่อ น.ส.แอน ว่าอยู่ที่ไหน ตนจะเข้าไปเอาโทรศัพท์ดังกล่าว ซึ่ง น.ส.แอนได้บอกว่าอยู่ที่บ้านของนายธิติวัฒน์ ผู้ตาย ที่พักอยู่ภายใน ซ.รัชดาภิเษก 3 แยก 14 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จึงได้ขับรถยนต์เข้ามาพร้อมกับ ด.ต.เกียรติพงษ์ มาในซอยดังกล่าว

จากนั้นพอถึงบ้านผู้ตาย ตนก็เห็นแม่ผู้ตายล้างจานอยู่หน้าบ้าน ตนจึงลงจากรถและบอกแม่ผู้ตายให้ไปเรียก น.ส.แอนมาให้หน่อย หลังจากนั้นแม่ของผู้ตายก็ได้เดินไปด้านบนของบ้าน ในขณะนั้นเองผู้ตายได้ปาขวดกระทิงแดงลงมาจากชั้น 2 ลงมาที่รถ พร้อมกับวิ่งลงมาโดยใช้มีดยาวประมาณ 1 ฟุต ไล่ฟันตน จนหนีเข้าไปภายในรถ ระหว่างนั้นผู้ตายก็ได้วิ่งไปจ้วงแทง ด.ต.เกียรติพงษ์ ที่นั่งรออยู่ภายในรถผ่านกระจกรถ

Advertisement

โดยระหว่างนั้น ด.ต.เกียรติพงษ์ก็ได้มีการถามผู้ตายว่า มีอะไรให้พูดคุยกันดีๆ แต่ผู้ตายยังไม่หยุดแทง จึงทำให้ ด.ต.เกียรติพงษ์ใช้อาวุธปืนยิง ซึ่งเหตุการณ์นี้หากเป็นตนก็คงตัดสินใจเหมือนกับ ด.ต.เกียรติพงษ์

ส่วนเรื่องที่ทำไมถึงไม่ขับรถหนีนั้น นายนิ้วชี้แจงว่า ตนยังไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถขับรถได้พร้อมกับรู้สึกผิด และยอมรับว่าตนเป็นต้นเหตุของการสูญเสียในครั้งนี้

นอกจากนี้ นายนิ้วยืนยันว่า ตนและด.ต.เกียรติพงษ์ ไม่เคยรู้จักกับผู้ตายมาก่อน ไม่เคยมาบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งวันเกิดเหตุได้โทรสอบถามข้อมูลจาก น.ส.แอน และนางสาวมิ้นท์เพื่อนของ น.ส.แอน ที่อยู่ด้วยกัน พร้อมกับยืนยันว่า ตนมีสถานะเป็นพ่อเลี้ยงของนางสาวแอน โดยที่ไม่มีความสัมพันธ์อื่นอย่างแน่นอน

ต่อมาเวลา 11.00 น. พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เตรียมควบคุมตัว ด.ต.เกียรติพงษ์ไปขออำนาจศาลอาญารัชดาภิเษกฝากขัง ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ในผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายธิติวัฒน์ ซึ่งในขณะคุมตัว ด.ต.เกียรติพงษ์ ขึ้นรถนั้น ด.ต.เกียรติพงษ์กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ตนไม่ได้ตั้งใจ

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานว่าพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีอัตราโทษทางคดีสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ส่วนรายละเอียดต่างๆ จะให้ทาง สน.เป็นผู้ชี้แจง

ต่อมา นางทอง (นามสมมติ) อายุ 65 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุกำลังล้างจานอยู่หน้าบ้านมีรถเก๋งขับเข้ามาจอดหน้าบ้านจึงถามคนที่นั่งอยู่ในรถ 2 คน ว่ามาหาใครคนขับบอกว่าเป็นพ่อของลูกสะใภ้จะมารับลูกสาวกลับบ้าน ตนจึงวิ่งขึ้นไปชั้น 2 ที่ลูกชายกับลูกสะใภ้ พักอยู่เมื่อบอกว่ามีคนมาหาลูกสะใภ้ลูกชายก็เกิดโมโหถือมีดวิ่งออกมา พร้อมขวดโยนใส่รถซึ่งก็ไม่ทราบว่าลูกชายถึงโมโหเช่นนั้น

จากนั้นคนในรถที่นั่งข้างคนขับทราบว่าเป็นตำรวจ สน.สุทธิสาร ชื่อ ด.ต.เกียรติพงษ์ หรือดาบแป๊ะ ชักอาวุธปืนยิงใส่ลูกชาย 1 นัดกระสุนเจาะลำคอล้มลงทันที ตนกับสามีรีบวิ่งเข้าไปประคองลูกชายพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่ไม่ทันลูกชายเสียชีวิตในอ้อมแขนผู้เป็นพ่อ หลังก่อเหตุเสร็จ ดาบแป๊ะและพ่อของลูกสะใภ้ ไม่ได้เข้ามาพูดคุยหรือขอโทษ ยืนนิ่ง ๆรอมอบตัวอยู่อย่างนั้น

เช่นเดียวกับลูกสะใภ้ตอนเกิดเหตุหมกตัวอยู่บนห้องไม่ลงมาดูเหตุการณ์ ตนจึงวิ่งขึ้นไปตามลูกสะใภ้ถึงจะยอมลงมา เมื่อลงมาเห็นลูกสะใภ้เดินไปพูดคุยกับพ่อเลี้ยง ตนรู้สึกตงิดใจเพราะว่าลูกสะใภ้เรียกพี่ แล้วก็ไปซื้อน้ำอัดลมมาให้ดื่ม ทั้งที่ลูกชายนอนตายอยู่หน้าบ้านแท้ๆ แต่ไม่สนใจใยดี

จึงตั้งข้อสังเกตว่าทั้งคู่เป็นพ่อเลี้ยง ลูกเลี้ยงกันจริงหรือไม่ จากนั้นตำรวจสน.ห้วยขวาง มาที่เกิดเหตุนอกจากนี้ยังสังเกตุเห็นว่า ด.ต. เกียรติพงษ์ ไปพูดคุยบางอย่างกับผู้กำกับแล้วควบคุมตัว ด.ต. เกียรติพงษ์ ไปสอบสวน ส่วนลูกสะใภ้ขึ้นรถไปกับพ่อเลี้ยง จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบว่าลูกสะใภ้อยู่ที่ไหน ขณะเดียวกันตำรวจบางนาย เข้ามาหาตนไปสอบปากคำ เพื่อที่จะไม่ต้องให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว แต่ตอนนี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย กลัวคดีจะไม่คืบหน้า เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากห้สื่อช่วยนำเสนอคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุจับกุมตัวผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดี 3 ข้อหา 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2. พกพาอาวุธปืน ไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 3. การยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนความคืบหน้าทางคดีได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 6 ปาก แล้วทางพนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลอาญา โดยคัดค้านการประกันตัว ด้วยเหตุผล 2 ประการ ประการแรกเนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ประการที่ 2 เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน สำหรับตัวผู้ต้องหายังไม่ให้การใดๆ แต่ตามสิทธิของผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ทางพนักงานสอบสวน จะดูพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนที่พยานอื่นๆ จะให้การอย่างไรนั้น ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากขอสงวนไว้อยู่ในสำนวนการสอบสวน

พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวยืนยันว่า เนื่่องจากคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญแม้ตัวผู้ต้องหาจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉะนั้นทางตำรวจห้วยขวางทำตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมายทุกประการและทุกข้อหา