ศรีพรรณ เปิดใจ ถอนฟ้องครอบครองปรปักษ์ ยัน น้องสาวไม่ได้กราบทนาย ขอความเป็นส่วนตัว เห็นสื่อแล้วกดดัน
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ศาลา 8 วัดบางเตย เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของ น.ส.ภาณุมาศ สามัคคี ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าบุคคลที่ถูกฟ้องร้อง กรณีบุกรุกบ้านอากู๋ ที่ถูกอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศล โดยญาติๆ ต่างทยอยเดินทางมาร่วมรดน้ำศพ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า สมาชิกครอบครัวต่างโผกอดและร่ำไห้กัน
น.ส.ศรีพรรณ สามัคคี พี่สาวผู้ตาย เปิดเผยว่า จากนี้พวกตนก็ยินดีจะถอนการฟ้องร้องคดีครอบครองปรปักษ์ และขอโทษไปยังอากู๋ เจ้าของบ้าน นายซัน และ น.ส.อาย หลานชายและสะใภ้ด้วย เพราะตนเองก็เสียใจกับเรื่องนี้ ซึ่งตนเองต้องขอความเป็นส่วนตัว เพราะเมื่อเห็นสื่อมวลชนแล้วก็รู้สึกเป็นการกดดัน ขณะที่ทนายวัฒนา เรืองแก้ว ก็ตอบรับว่ายินดีจะให้ถอนคดีตามความต้องการของครอบครัว แต่แจ้งว่าให้รอก่อน ซึ่งฝั่งตนก็พร้อมจะถอนคดี เพียงแต่ยังติดพันเรื่องการจัดงานไปจนถึงวันที่ 3 มีนาคมนี้ ก่อนจะนำร่างส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ ตามที่น้องสาวบริจาคร่างกายเอาไว้ เพราะตามจริงแล้วเรามีวิธีที่จะพูดคุยและแก้ไขกันได้ ไม่น่ามาเกิดเหตุกะทันหันเช่นนี้
น.ส.ศรีพรรณ ยืนยันว่า น้องสาวตนไม่ได้ไปกราบเท้าทนายความเพื่อขอให้ถอนการฟ้องร้อง แต่ยอมรับว่าได้ไปพูดคุยและปรึกษาเรื่องคดีกัน โดยทนายเองไม่ได้เป็นผู้แนะนำให้ฟ้องการครอบครองปรปักษ์ หรือดันทุรังให้สู้คดีต่อ แต่แนะเพียงว่า คดีบุกรุกของพวกตนเป็นคดีอาญา หากช่วยได้ก็จะพ้นผิด แต่คดีครอบครองปรปักษ์ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา เมื่อตนจะถอนฟ้อง ทนายความก็ต้องถอน
นายพลกฤษณ์ ทองคำ สามีผู้ตาย เผยว่า พวกตนมีเจตนาต้องการจะถอนฟ้องการครอบครองปรปักษ์แต่แรกตามที่พี่สาวภรรยาตนได้ระบุไป แต่ขอเวลาที่เหมาะสมหลังเสร็จสิ้นพิธี ส่วนเรื่องทางคดีนั้นยังไม่ขอตอบ แต่ยืนยันจะเดินหน้ายกเลิกการฟ้องครอบครองปรปักษ์ หลังจากภรรยาตนมีความเครียดสะสมมานานตั้งแต่คดีในรอบแรก ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทนายฝั่งตนยุให้ฟ้องคดีปรปักษ์นั้น ไม่ใช่ เพียงแต่มองว่า มีแนวทางความเป็นไปได้ว่า หากชนะคดีการครอบครองปรปักษ์ ก็จะหลุดคดีอาญาได้ ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่ได้พูดคุยกับทนายความเลย

นายพลกฤษณ์ ยืนยันว่าภรรยาพูดกับตนทุกวัน ไม่ว่าฝ่ายเราจะถูกหรือผิด สุดท้ายก็จะคืนบ้านหลังนี้ให้เจ้าของ เพราะต้องการจะพิสูจน์ต่อสังคมว่า เราไม่ใช่คนที่อยากได้ของคนอื่น ซึ่งการเข้าไปของเรานั้นเป็นความหวังดีต่อทรัพย์สินของเขา อีกทั้งยังต้องการทำให้สิ่งแวดล้อมในบริเวณดังกล่าวดีมากขึ้น เนื่องจากส่วนตัวมีความรักบ้านอยู่แล้ว ก็อยากทำให้ดูดี เพราะก่อนหน้านี้บ้านดังกล่าวไม่มีเจ้าของมาอยู่อาศัย ผู้คนในซอยก็มักจะนำขยะไปทิ้ง ตนก็ออกเงินส่วนตัวเพื่อขนขยะไปทิ้ง แต่เวลานั้นยังพูดอะไรไม่ได้
นายพลกฤษณ์ กล่าวถึงการบริจาคร่างกายของภรรยาว่า ตนกับภรรยามีความตั้งใจตั้งแต่วัยรุ่นว่าจะไม่มีลูกหลานจึงบริจาคร่างกายไว้ด้วยกันทั้งคู่ แต่เจ้าหน้าที่นิติเวช รพ.ตำรวจ แจ้งว่า หากเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ก็จะบริจาคร่างไม่ได้ ดังนั้นเมื่อครบกำหนดงานสวดอภิธรรมศพก็จะจัดพิธีฌาปนกิจต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ ประสานว่าจะให้นักศึกษาแพทย์ได้ร่วมกันผ่าชันสูตรศพเพื่อการศึกษาไปเรียบร้อยแล้ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! ผู้บุกรุกครอบครองปรปักษ์ ผูกคอตัวเองเสียชีวิต
- อากู๋ ช็อก เสียใจ ผู้บุกรุกครอบครองปรปักษ์ ผูกคอจบชีวิต ขออโหสิกรรม
- เล่านาที พบร่าง หญิงคู่กรณีครอบครองปรปักษ์ ญาติเผยผู้ตายชอบทำบุญ ไปวัด-ปฏิบัติธรรม
- ทนายเดชา-หลานอากู๋ แถลงแจงทุกปม โต้ใช้สื่อกดดัน เหตุเศร้าเพื่อนบ้านเสียชีวิต
- สามีผู้ตายเผย ภรรยาไม่มีเจตนาฟ้องปรปักษ์ ไม่คิดยึดบ้าน ถ้าชนะคดี จะคืนอากู๋
- ครอบครัวส่งตัวแทนรับศพ ‘ผู้เสียชีวิต’ คดีบุกรุกบ้านอากู๋ ครอบครองปรปักษ์
- ทนายเดชา เผย คู่กรณีเคยกราบเท้าทนายความ ขอถอน ‘ครองบ้านปรปักษ์’ แต่ไม่ยอมทำให้

