ติดกล้องเพิ่ม ผุดห้องมอนิเตอร์ ‘สงกรานต์’ กระจายจุดเล่นน้ำหลังปีก่อน ถ.ข้าวสารคนเป็นแสน – พร้อมใช้ CCTV รัน ‘ราชประสงค์โมเดล’ จ้องรถรับจ้างเอาเปรียบ นทท.
สืบเนื่อง กรุงเทพมหานคร ภายใต้การนำของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมคณะผู้บริหาร ครั้งที่ 5/2567 เพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยคาดว่าปีนี้จะเป็นสงกรานต์ที่ค่อนข้างใหญ่ เนื่องจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงานมหาสงกรานต์ตามนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งในส่วนของ กทม.จะมีการเตรียมความพร้อมถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นหัวใจหลัก รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณพื้นที่ข้างเคียงให้มีความปลอดภัยเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว นั้น
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหาร ร่วมตรวจเยี่ยม ห้อง CCTV ในการเตรียมความพร้อมนำเครื่องมือเทคโนโลยี มาใช้รักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

พล.ต.อ.อดิศร์ ที่ปรึกษาฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 เรื่องคือ 1. ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ให้สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. รวบรวมจุดติดตั้งและจำนวนกล้อง CCTV ที่อยู่บนถนนข้าวสาร เนื่องจากในปีนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบนโยบายว่าอยากให้ขยายการเล่นสงกรานต์กระจายตัวออกไป
“ปีที่แล้วมีประชาชนเข้ามาเล่นสงกรานต์ในถนนข้าวสาร 1 แสนกว่าคน เกิดการเบียดเสียดกัน หากกระจายตัวออกไปได้จะทำให้การเล่นน้ำไม่แออัด แต่เมื่อกระจายตัวออกไปแล้ว จะต้องใช้กำลังตำรวจในการดูแลประชาชนมากขึ้น จึงคิดว่าหากจะใช้เทคโนโลยี AI กล้อง CCTV ต่างๆ ก็ต้องมีการปรับเพิ่มเติม
“วันนี้จึงเป็นการมาดูว่าเมื่อรวมกล้องแล้วมีจำนวนกล้องเท่าใด คุณภาพและมุมกล้องเป็นอย่างไร และได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ชนะสงคราม และทางสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. เข้ามาให้ข้อมูล แต่ในขณะเดียวกันเรื่องเทคนิคก็ต้องให้รองผู้ว่าฯ วิศณุ ช่วยดูว่ายังขาดตกบกพร่องจุดใดบ้าง” พล.ต.อ.อดิศร์เผย

พล.ต.อ.อดิศร์กล่าวต่อว่า ในส่วนเรื่องที่ 2. เป็นเรื่องเร่งด่วนคือ ‘ราชประสงค์โมเดล’ สืบเนื่องจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มาเยี่ยมและมอบนโยบายเรื่องนี้แก่กรุงเทพมหานคร โดยได้สั่งการให้ดูแลเรื่องรถรับจ้างสาธารณะที่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหลายจุดใน กทม. ทั้งเกาะรัตนโกสินทร์ ย่านนานา ถนนราชดำริหน้าและ Big C แถวเซ็นทรัลเวิลด์ โดยทางสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ได้รวบรวมข้อมูลจากกล้อง CCTV ทั้งถนนฝั่งขาออกและขาเข้า ซึ่งสามารถตรวจจับป้ายทะเบียนได้
“ในส่วนเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องให้ รองผู้ว่าฯ วิศณุ ช่วยกำกับดูแลและให้คำแนะนำ ทั้งเรื่องงบประมาณและอุปกรณ์ที่มีอยู่ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และได้รับความร่วมมือจากทางภาคเอกชนที่จะเข้ามาช่วยให้ทั้ง 2 งานนี้สำเร็จอีกด้วย เพื่อทำให้ประชาชนที่มาเที่ยวได้รับความปลอดภัยตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงสงกรานต์” พล.ต.อ.อดิศร์เผย
เมื่อถามว่าในทางเทคนิค ต้องมีการเพิ่มเติมในส่วนใดหรือไม่ ?
นายวิศณุ รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า ต้องดูความต้องการทั้งตำรวจและเทศกิจว่าต้องการเพิ่มตำแหน่งกล้องในจุดใด ซึ่งได้มีการตรวจสอบทบทวนเตรียมความพร้อมในการเพิ่มตำแหน่งจุดติดตั้งกล้องร่วมกัน

ในส่วนแผนการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
นายอดิศร์กล่าวว่า แม้ไม่มีคำสั่งแต่เราก็ต้องรองรับประชาชนที่จะเข้าไปร่วมงานบนถนนราชดำเนิน ตั้งแต่สนามหลวงไปจนถึงผ่านฟ้าลีลาศ ในส่วนจุดเล่นน้ำที่จะมีประชาชนมาร่วมงานมากคือถนนข้าวสาร ดังนั้นจึงมีการประชุมร่วมกับ สน.ในท้องที่ ผู้จัดงาน และผู้เกี่ยวข้องเพื่อรองรับประชาชนที่เข้ามา
“หลักๆ จะไม่อนุญาตให้นำรถเข้ามาจอดในพื้นที่ และเชิญชวนให้ประชาชนใช้รถขนส่งสาธารณะ เพราะบนถนนราชดำเนินจะไม่มีจุดจอด เนื่องจากปีที่แล้วประชาชนนำรถเข้ามาจอดทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบ และสุ่มเสี่ยงต่อการสูญหาย ปีนี้ตำรวจจะจัดระเบียบเรื่องนี้ให้เข้มงวดมากขึ้น” นายอดิศร์กล่าว
นายอดิศร์กล่าวต่อไปว่า ปีที่แล้วจุดหลักๆ ในการเล่นสงกรานต์ (ที่ได้เข้าไปดูแต่ กทม. ไม่ใช่ผู้จัด) เช่น สยามสแควร์ ซึ่งเป็นระบบที่แข็งแรงมากและใช้กำลังตำรวจน้อย เราได้ไปดูเป็นตัวอย่างและนำมาถอดบทเรียนว่าจะจัดงานอย่างไรให้เกิดปัญหาน้อยและประชาชนสนุก และสะดวก รวมถึงที่สีลม เขตบางรัก ที่ไม่ได้มีเจ้าภาพหลักในการจัดงาน และ กทม.ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัด แต่เมื่อมีประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์จึงเป็นหน้าที่ของสำนักงานเขตและตำรวจในท้องที่ต้องเข้าไปดูแลความเรียบร้อย ทั้งนี้ จุดที่ กทม.จะจัดอย่างแน่นอนคือ ลานคนเมืองและถนนข้าวสาร

ในส่วนการเสริมศักยภาพกล้อง CCTV ที่ กทม. ดูแลทั้ง 63,000 ตัว นายวิศณุ รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า บนถนนข้าวสารมีการเพิ่มจำนวนกล้อง CCTV อีกทั้งกล้องของตำรวจที่ดูแลความปลอดภัยในชุมชน 17,000 ตัว มีการหารือว่าจะรวมกันอย่างไรเพื่อที่จะเป็นตาวิเศษในการเฝ้าระวังให้ กทม. มีกล้องครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงกล้องของผู้ประกอบการในพื้นที่ด้วย อาจมีระบบที่เชื่อมกันเป็นการใช้กล้องที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ในปีงบประมาณนี้มีการเปลี่ยนกล้องประมาณ 2,000 ตัว ขณะนี้กำลังทยอยเปลี่ยนให้ครบ
นายอดิศร์กล่าวเสริมว่า ผู้ที่ใช้กล้องจริงๆ แล้ว คือตำรวจ ส่วนทาง กทม.เป็นผู้สนับสนุน ดังนั้นในจุดที่จะติดตั้งกล้องอยากให้ทางตำรวจเข้ามาช่วยดู เริ่มจากจุดเล็กๆ เช่น ในชุมชน จุดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ จุดท่องเที่ยว จุดเปราะบาง รวมถึงจุดที่ต้องดูแลเรื่องความมั่นคง
“การเลือกจุดติดตั้งกล้องเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อผู้ใช้เป็นผู้เลือกจุด เลือกมุม ในการติดตั้งกล้องจะทำให้ตำรวจดูแลความปลอดภัยประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามปรับเข้าหาตำรวจมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้มีการประชุมหารือเสร็จสิ้นแล้ว และมีการทำโครงการเสนอเข้ามาเพื่อระบุจุดติดตั้งกล้อง ทั้งกล้องอาชญากรรม ท่องเที่ยว ความมั่นคง และจราจร” นายอดิศร์เผย
ด้าน นายวิศณุ รองผู้ว่าฯ กล่าวในช่วงท้ายว่า ปีงบประมาณ 2567 มีการตั้งงบประมาณมาที่ศูนย์ Command Center จะมีแพลตฟอร์มรองรับกล้องจากหลากหลายแหล่งเข้ามาในระบบนี้ ซึ่งจะทำให้การบูรณาการการติดตามสะดวกขึ้น
- อ่านข่าว : ปิดฉากสงกรานต์ถนนข้าวสาร 2566 ตำรวจเร่งผลักดันนักท่องเที่ยว กทม.เริ่มเคลียร์พื้นที่แล้ว
- ผกก.ชนะสงครามประกาศห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ถนนข้าวสารแล้ว เหตุแน่นจัดหวั่นอันตราย
- ชัชชาติเตรียมแล้ว! แผนรับสงกรานต์ ปัก ‘ถ.ข้าวสาร’ เป็นใจกลาง ดันแหล่งเที่ยวชั้นนำโลก
- แดดจัดต้องพักก่อน! รองผู้ว่าฯ กลัวคนงานก่อสร้าง ‘ฮีทสโตรก’ ส่งหมอลงตรวจ


