อัจฉริยะ แถลงถอนฟ้อง ทนายตั้ม เผยเหตุทนายตั้มประกาศเจตนาจะร้องทุกข์กล่าวโทษพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ เป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่โรงแรมนนทบุรีพาเลส ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แถลงข่าวกรณีถอนฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม คดีหมิ่นประมาท
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า ในฐานะที่ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หลังจากเมื่อเช้าทนายตั้มได้ไปที่วัดนครอินทร์ จ.นนทบุรี และได้ประกาศเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าจะมีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล และภรรยา และนายณัฐพงศ์ กับนายคชาชาญ รวมทั้งหมด 4 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบและข้อหาฟอกเงิน
นายอัจฉริยะกล่าวว่า ตามที่เมื่อวานตนเป็นผู้รับอำนาจจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้มีการฟ้องร้องทนายตั้ม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จะเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจำนวน 5 ล้านบาท วันนี้หลังจากที่ตนได้ฟังการแถลงข่าวของทนายตั้ม ที่วัดนครอินทร์ ทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้มีการประชุมกัน และมีมติเห็นว่าตามที่ทนายตั้มจะร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กับครอบครัวและบัญชีม้า ถือว่าทนายตั้มได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย
ทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมจึงเสนอกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ให้ทนายตั้มได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และเสนอให้ถอนฟ้องทนายตั้ม นายษิทธา เบี้ยบังเกิด ในวันนี้ ซึ่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ก็เห็นชอบ ตนจึงไปถอนฟ้อง โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในทุกมิติ แม้แต่คณะกรรมการชุดไหนก็แล้วแต่ ยินดีให้ตรวจสอบได้ตามอำนาจหน้าที่
และจากการที่ฟ้องทนายตั้มไปเมื่อวาน ตัวทนายตั้มเองบอกว่าเป็นการฟ้องปิดปาก หรือสื่อบางช่องก็บอกว่าเป็นการฟ้องปิดปาก เพื่อเปิดโอกาสให้ทนายตั้มดำเนินงานอย่างเต็มที่ ตรวจสอบทุกมิติ จะเปิดโปงก็ยินดี ให้ทำได้ตามกฎหมาย จึงได้ไปดำเนินการถอนฟ้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เมื่อเวลา 12.37 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลแพ่งกรุงเทพใต้
นายอัจฉริยะกล่าวว่า การกล่าวหาของทนายตั้ม ไม่มีที่มาของเอกสาร เพื่อความโปร่งใสยุติธรรมจึงต้องมีการฟ้องร้องคดีนี้สู่ศาล เพื่อเปิดโอกาสให้ทนายตั้มนำพยานหลักฐานมาใช้ในชั้นศาล หรือให้ศาลออกหมายเรียกพยานเอกสาร มาตรวจสอบสักถามเส้นทางการเงินของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และครอบครัว เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เพื่อให้ทนายตั้มดำเนินการได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีการฟ้องไปแล้วกลับกลายเป็นว่าเข้าใจเจตนารมณ์ของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมผิดว่าเป็นการฟ้องปิดปาก เป็นสงครามตัวแทนระหว่าง ผบ.ตร.กับรอง ผบ.ตร.


นายอัจฉริยะกล่าวว่า การที่ทนายตั้มได้มีการกล่าวหาทางโซเชียลหรือแถลง จึงอยากให้เอาสำนวนทั้งหมดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาล ให้พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ชี้แจงในศาล แต่เมื่อวันนี้ยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษพลตำรวจเอกต่อศักดิ์และภรรยา นายณัฐพลและนายคชาชาญ ที่ สน.เตาปูน ในวันจันทร์นี้ ตนเห็นด้วยและสนับสนุนให้มีการดำเนินการได้อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่าพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการ อาจจะมีเส้นสายทำให้พนักงานสอบสวนเกรงใจ หรือขัดขวางทนายตั้มไม่ให้มีการตรวจสอบ เราจึงเห็นควรให้ทนายตั้มทำได้อย่างเต็มที่
ในขณะที่ตนฟ้องยังไม่มีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้อย่างชัดเจน ทนายตั้มก็รับว่าเส้นเงินไม่มีถึง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ที่มาของเอกสารทนายตั้มก็รับเองว่าไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ จึงไปให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ตรวจสอบ ขณะที่ตนฟ้องไม่มีอะไรที่ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อตนฟ้องแล้วกลับมองเจตนาผิดว่าเป็นการฟ้องปิดปาก จึงเป็นที่มาของการถอนฟ้องในวันนี้ เพราะทนายตั้มยืนยันแล้วว่าวันจันทร์ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ผบ.ตร.และพวก จึงเห็นว่าสิ่งที่ทนายตั้มทำเป็นการนำคดีนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตรวจสอบการทำหน้าที่ของพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ภรรยา และพวก
นายอัจฉริยะกล่าวว่า ก็ฝากถึงทนายตั้มให้ไปดำเนินการตามที่พูดด้วย เดี๋ยวจะหาว่าผมถอนฟ้องแล้วก็มาซูเอี๋ยกับผมอีก ยืนยันให้ทนายตั้มไปดำเนินการตามกฎหมายได้เลย ทุกขั้นตอนเราไม่มีการขัดขวาง สนับสนุนให้ทำได้อย่างเต็มที่ ถ้าวันจันทร์เกิดเขาเปลี่ยนใจไม่ดำเนินการ การขอโทษเขาก็ต้องตอบคำถามสังคม เพราะคุณได้ประกาศแล้วว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับพลตำรวจเอกต่อศักดิ์และภรรยา และนายณัฐพลกับนายคชาชาญ ตนจึงได้มีการถอนฟ้องทนายตั้ม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง – ‘บิ๊กต่อ’ มอบ ‘อัจฉริยะ’ นำทีมทนายฟ้องหมิ่น ‘ทนายตั้ม’ เรียก 5 ล้าน นัดไต่สวน 10 มิ.ย.
เมื่อได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ตำรวจจะได้มีโอกาสทำงานเต็มที่ เนื่องจากเขากล่าวอ้างว่าเป็นเส้นเงินเดียวกันกับบิ๊กโจ๊ก ดังนั้นเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายบิ๊กโจ๊กและบิ๊กต่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน ในส่วนของพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ ท่านยืนยันกับผมมาตลอดว่าไม่มีเส้นเงินถึงแน่นอน ส่วนของครอบครัวเป็นภาระการพิสูจน์ของทนายตั้ม พี่จะไปกล่าวหาในวันจันทร์นี้ว่ามีหรือไม่มีผมตอบไม่ได้
สิ่งที่ผมถอนฟ้องในวันนี้เพราะหากไปถอนฟ้องในวันจันทร์หลังจากที่ทนายตั้มไปแจ้งความร้อง ก็จะหาว่าเป็นเรื่องจริงอีก เดี๋ยวก็ไปบิดเบือนสิ่งที่จะโพสต์อีก วันนี้เราจึงมีมติเปิดโอกาสให้คุณทำได้เต็มที่เลย แต่เมื่อถึงจุดสุดท้ายที่พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง คุณก็ต้องยอมรับสภาพในการดำเนินการตามกฎหมายของเราต่อไป
เมื่อเขาไปร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วพนักงานสอบสวนต้องทำให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ตรงนั้นก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และภรรยา นายณัฐพล นายคชาชาญ มีความผิดหรือไม่ แล้วตกเป็นผู้ต้องหาหรือไม่ เพราะทุกคนต้องไปให้การกับพนักงานสอบสวน เราต้องรอดูผลของการที่ทนายตั้มจะไปแจ้งความในวันจันทร์นี้ และพนักงานสอบสวนสอบสวนแล้วมีความผิดหรือไม่ ถ้าพิสูจน์แล้วว่าไม่มีความผิด ตนในฐานะผู้รับมอบอำนาจก็จะดำเนินการตามกฎหมายกับทนายตั้มต่อไป หลังจากที่มีการพิสูจน์แล้ว
นายอัจฉริยะกล่าวว่า ก็ยังไม่แน่ใจว่าทนายตั้มจะแจ้งข้อหาอะไรบ้าง ถ้าแจ้งข้อหาฟอกเงิน คิดว่าพนักงานสอบสวนเขามีเส้นเงินอยู่แล้ว เส้นเงินที่ทนายตั้มแถลงกับเส้นเงินของคดี BNK Master ที่เขาทำไว้ล่วงหน้าจนรวบรวมหลักฐานในการออกหมายเรียกบิ๊กโจ๊กได้ และออกหมายจับเครือข่ายของเว็บพนันได้ ก็ต้องมีการทำเส้นเงินเสร็จแล้ว เมื่อทนายตั้มไปแจ้งความผมเชื่อว่าไม่เกิน 15 วันน่าจะพิสูจน์ได้
การสอบสวน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ก็ไม่ยาก ท่านยินดีที่จะมาสู่กระบวนการเมื่อพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีพยานหลักฐาน หรือเห็นควรว่าต้องเชิญท่านมาสอบปากคำ ท่านก็ยินดีมาไม่ขัดข้องอะไร ขึ้นอยู่ที่พยานหลักฐานพนักงานสอบสวนต้องออกหมายเรียกไม่ว่าจะเป็นณัฐพลหรือคชาชาติ หรือคนที่ทนายตั้มไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ทุกคนต้องมาชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนว่าเส้นเงินที่มีการเข้าถึง เป็นเงินที่ได้มาจากอะไรค่าอะไร ตนก็อยากให้มีการตรวจสอบโดยขั้นตอนของกฎหมายไม่ใช่ไปแถลงข่าว โดยไม่มีการไปแจ้งความ
นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า เมื่อแจ้งความกับพนักงานสอบสวนทนายตั้มก็มีหน้าที่ต้องไปชี้แจงกับพนักงานสอบสวน ว่าเอกสารที่เอามาร้องทุกข์กล่าวโทษ เป็นเอกสารที่ได้มาอย่างไร จริงหรือไม่จริง ทนายตั้มต้องไปพูดอธิบาย จะอ้างใครเป็นพยาน และ ผบ.ตร.เมื่อถูกกล่าวหาก็ต้องมีหน้าที่ไปชี้แจงไม่ว่าใครก็แล้วแต่ เมื่อออกหมายเรียก ผบ.ตร.ก็จะไปทันทีไม่จำเป็นต้องออกถึง 3 ครั้ง
พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกบิ๊กโจ๊กเป็นครั้งที่ 3 แสดงว่าเขามีเส้นเงินอยู่หมดแล้วไม่งั้นเขาจะไปแจ้งได้อย่างไร ใช้เวลาไม่นานเพราะเส้นเงินเขามีอยู่แล้ว เอามาแตะกับของทนายตั้มว่าเป็นเส้นเงินอันเดียวกันไหม หรือเป็นของจริงหรือไม่จริง ขั้นตอนกระบวนการนี้ทนายตั้มต้องไปกล่าวโทษและเป็นภาระในการพิสูจน์ เมื่อออกหมายเรียก ผบ.ตร.ก็จะไปทันทีไม่จำเป็นต้องออกถึง 3 ครั้ง

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า วันนี้เขายืนยันเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะไปแจ้งความในวันจันทร์นี้ เราก็มีมติของเราเห็นชอบว่าสิ่งที่ทำให้ตั้มกล้าแจ้งความ แสดงว่าเขาต้องมั่นใจในพยานหลักฐานของเขาแล้ว เราจึงเปิดโอกาสให้เขาทำได้อย่างเต็มที่ เราจึงไปถอนฟ้องเพื่อชะลอออกไปก่อน แต่เมื่อพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ทนายตั้มกล่าวหาไม่เป็นความจริง ถึงวันนั้นเราก็จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป มันไม่ใช่เรื่องการแพ้ชนะมันเป็นเรื่องของการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครอยู่เหนือกว่ากฎหมาย
ต้องแยกแยะคดี BNK Master พนักงานสอบสวนทำเฉพาะเรื่องฟอกเงิน เนื่องจากมูลฐานความผิดเกิดจากเว็บพนันออนไลน์ ที่มีการจับเจ้าของเว็บกับบัญชีม้า เป็นคดีหลักฐานความผิดฟอกเงิน แต่เมื่อเงินไปบัญชีต่างๆ พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินการในเรื่องของสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันฟอกเงิน ในส่วนแรกเขามีการดำเนินการกับเจ้าของเว็บพนันไปแล้วในข้อหาจัดให้มีการเล่นการพนันรับกินรับใช้หรือฟอกเงิน

