ศาลไม่ให้ประกัน ลุงพล เตรียมคุมตัวไปขัง เรือนจำนครพนม เหตุมีโทษสูง

14.08.25 | 16:02 น.

ศาลไม่ให้ประกัน ลุงพล เตรียมคุมตัวไปขัง เรือนจำนครพนม เหตุโทษสูงกว่ามุกดาหาร

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม จากกรณี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษา นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ทั้งหมด 3 ข้อหา คือ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเล็งเห็นผล จำคุก 15 ปี, พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา จำคุก 10 ปี และ กระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ต้องจำคุก 1 ปี รวมจำคุกทั้งหมด 26 ปี

โดยได้คุมตัวเข้าเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างฎีกา โดยได้เข้าแยกกักโรคครบ 5 วันแล้ว จึงจะนำไปคุมขังรวมกับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ต่อไป และญาติสามารถติดต่อขอเยี่ยมที่เรือนจำได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาการยื่นประกันตัว นายไชย์พล วิภา จำเลยที่ 1 แล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว และในวันพรุ่งนี้ ทางเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร จะนำตัวจำเลยที่ 1 มาขังที่เรือนจำจังหวัดนครพนม เนื่องจากโทษจำคุกสูงกว่าที่ขังที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร

นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 4 ในฐานะผู้ควบคุมดูแลการดำเนินคดีในชั้นศาลสูง กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาเเก้เพิ่มโทษ นายไชย์พล วิภา หรือลุงพลในคดีฆ่าเด็กหญิงอรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ อายุ 3 ปี เป็นรวม 26 ปี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาจำเลยยื่นประกันตัวเเละศาลจังหวัดมุกดาหารส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาเรื่องการปล่อยชั่วคราวว่า

Advertisement

คดีนี้ตนได้กำชับ นางสาวนฤมล วิเชียรแสน อัยการศาลสูงจังหวัดมุกดาหาร ยื่นคัดค้านการประกันตัวนายไชย์พล

ซึ่งวันนี้ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งออกมาว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงกระทบต่อสังคมเป็นการลงโทษสถานหนักทั้งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษให้จำคุก 26 ปี และเกรงว่าจำเลยจะหลบหนีจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา ยกคำร้องการประกันตัว ส่งผลให้จำเลยต้องคุมขังอยู่ในเรือนจำระหว่างฎีกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคำร้องคัดค้านการประกันตัวของอัยการศาลสูงจังหวัดมุกดาหาร ความว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นเพิ่มจำเลยที่ 1 ให้หนักกว่าที่พิพากมาในศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง และจังหวัดมุกดาหารอยู่ใกล้ชายแดนประกอบกับจำเลยที่ 1 มีฐานะทางการเงินดี และคดีเป็นที่สนใจของประชาชนโดยทั่วไป หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฎีกาแล้วจำเลยที่ 1 สามารถหลบหนีไปได้

โจทก์เกรงว่าจะเป็นการยากในการติดตามตัวซึ่งจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผลและทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว หากจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฎีกา โจทก์จึงขอขัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลยที่ 1 ขอศาลได้โปรดพิจารณาไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 1 ด้วย