หน้าแรก ในประเทศ สุชาติ ตรวจแล...

สุชาติ ตรวจแล้ว ‘ไม่พบ’ ต่างชาติครองพื้นที่ป่าพะงัน ชี้หากจัดปาร์ตี้รบกวน ต้องดำเนินคดีทันที

21.10.25 | 18:45 น.

‘สุชาติ’ ยันตรวจไม่พบต่างชาติครอบครองพื้นที่ป่าเกาะพะงัน ชี้หากจัดปาร์ตี้สร้างความเดือดร้อนรำคาญต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่รับฟังปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประชาชนบนเกาะสมุยณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมติดตามผลการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีชาวต่างชาติบุกรุกครอบครองพื้นที่ป่าและจัดกิจกรรมส่งเสียงรบกวนชุมชนข้างเคียงในพื้นที่ (ชาวต่างชาติเช่าพื้นที่จัดงานปาร์ตี้) ใน ต.เกาะพะงันอ.เกาะพะงัน โดยมี นายบันดาล ชถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมต้อนรับและรายงาน

นายสุชาติ กล่าวว่า ในที่ประชุมเจ้าหน้าที่รายงานว่าจากการเข้าตรวจสอบการใช้พื้นที่จำนวน 9 บริเวณใน อ.เกาะพะงัน โดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่าพื้นที่ทั้งหมดไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน มีเพียงพื้นที่เดียวที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 3 4 และ 5 ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายเสนอต่อคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน ภายใต้โครงการ คทช. กับอยู่ในลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำสมุดประจำตัวเพื่อมอบให้ผู้ครอบครองที่ดิน โดยมีการรับรองสิทธิ์ให้กับราษฎรแล้ว โดยไม่พบการใช้พื้นที่ที่ผิดเงื่อนไขการได้สิทธิ์ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้รับฟังประเด็นปัญหาต่าง ๆ จากชุมชน อาทิ การจัดการปัญหาขยะของเกาะสมุย การแก้ไขปัญหาขยะอาหาร และการอนุรักษ์แนวปะการังชายฝั่ง โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานภายใต้สังกัดทส. ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละประเด็นดำเนินการวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชน เพื่อให้เกาะสมุยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้คงความสมบูรณ์

Advertisement

นายสุชาติ กล่าวถึงกรณีข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น ว่า จากการประสานร่วมกับทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และรวมถึงเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯในพื้นที่ กรณีข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าและพื้นที่อุทยานซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ไม่มีการครอบครองที่ป่าโดยชาวต่างชาติตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

“เป็นการแก้ข้อกล่าวหาให้กับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ แต่สำหรับกรณีที่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป”