กันจอมพลัง โอดทำความดีมันยาก ลั่น เวลาจะคัดคน ขอแก้ข้อ39เปลี่ยนมูลนิธิรับช่วงต่อแทนของ ‘ธรรมนัส’
จากกรณี นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความสิทธิมนุษยชน ได้เผยแพร่เอกสาร ข้อบังคับมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ พร้อมว่า “ตามข้อบังคับของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ข้อ 39 กำหนดว่า ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไป..ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากนั้น
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กัน จอมพลัง ได้โพสต์คลิปผ่านเพจ “กันจอมพลัง ช่วยสู้” ระบุว่า วันๆไม่ต้องทำงานแล้วครับ เอาแต่นั่งตอบคำถาม เดี๋ยวก็เรื่อง สนิทกับคนนั้นคนนี้ เดี๋ยวก็เรื่องมูลนิธิอีก ตอนนี้มีประเด็นว่ามูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ผมไม่ได้เป็นประธาน ผมไม่ได้เป็นกรรมการ “ผมถามว่าแล้วมันผิดกฎหมายตรงไหน?”
ผมเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ชื่อก็ชื่อผม ถ้าวันใดวันหนึ่งผมตุย(ตาย)ไปไม่ได้อยู่บนโลกนี้ แล้วมีคนอื่นมาขับเคลื่อนมูลนิธิแปลว่ามันไม่โปร่งใสเหรอ ผมพยายามขับเคลื่อนมูลนิธินี้ขึ้นมา เพื่อชื่อผมมันสามารถช่วยคนได้ หากวันใดผมไม่อยู่แล้ว มันก็ต้องช่วยเหลือคนได้ต่อไป แล้วการบริหารแบบนี้ไม่ได้มีแค่มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ มูลนิธิใหญ่ระดับประเทศ มูลนิธิผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ก็เอาผู้บริหารมาบริหารองค์กร
ผมลงพื้นที่ทำงานอย่างหนักต้องมาทำงานเอกสารด้วยเหรอ แล้วการที่ผู้บริหารมาบริหารมูลนิธิมันจะโปร่งใส ในระหว่างที่ผมไม่อยู่เข้าก็สามารถขับเคลื่อนทำงานได้
“วันนี้ผมไม่รู้ว่าเป็นอะไรกับผมหนักหนา การที่ผมออกมาช่วยทหาร ออกมาช่วยคน มันถึงยากเย็นหนัก ถ้าการทำความดีมันยากขนาดนี้ ต่อไปใครกล้าทำความดีครับ”
พร้อมกับแสดงความคิดเห็นในโพสต์ระบุว่า ส่วนข้อ 39 หากเลิกมูลนิธิ กันจอมพลัง ให้ทรัพย์สินทั้งหมดย้ายไปเป็นมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ซึ่งปัจจุบันมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ก็ยังไม่ได้เลิกยังคงทำงานอยู่ และปัจจุบันไม่มีเงินออกไปที่มูลนิธิธรรมนัส เวลาจะคัดคนครับ✌️


