หน้าแรก ในประเทศ ภารกิจสุดหิน ...

ภารกิจสุดหิน ช่วยสัตว์ทะเลเกยตื้น เวลาสำคัญแล้ว ความละเอียดอ่อนสำคัญกว่า

12.06.26 | 18:23 น.

ภารกิจสุดหิน ช่วยสัตว์ทะเลเกยตื้น เวลาสำคัญแล้ว ความละเอียดอ่อนสำคัญกว่า

หลายต่อหลายครั้ง ที่เราได้เห็นข่าว สัตว์ทะเลหายาก ไม่ว่าจะเป็น เต่าทะเล วาฬ หรือ โลมา เกยตื้น มีสภาพร่างกายอ่อนแอ จากด้วยหลายสาเหตุ บ้างก็ช่วยต่อชีวิตมัน และได้ปล่อยสู่ท้องทะเลอีกครั้ง แต่หลายครั้งก็ไม่อาจยื้อชีวิตสัตว์ทะเลเหล่านี้ไว้ได้

เราอาจเข้าใจว่า การเกยตื้นของสัตว์ เกิดขึ้นบนบก แต่จริงๆแล้ว การที่สัตว์ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ในธรรมชาติ เคลื่อนไหว หากิน ดำน้ำไม่ได้ หรือบาดเจ็บแล้วมาพบเจอบริเวณน้ำตื้นหรือใกล้ชายฝั่ง   ก็เรียกเกยตื้นเหมือนกัน ซึ่งก็อาจเกิดขึ้นได้ด้วยหลายปัจจัย ทั้ง ป่วย อ่อนแอ หรือ การตั้งท้องของสัตว์ทะเล รวมถึงลักษณะภูมิประเทศ ชายฝั่งที่ซับซ้อน กระแสน้ำ หรือ สภาพอากาศที่แปรปรวน ไปจนถึงกิจกรรมของมนุษย์ ทั้ง เครื่องมือประมง อุบัติเหตุเรือทะเล ไปจนถึงมลพิษทางทะเล

ซึ่ง สัตว์ทะเลหายากเหล่านี้ มีประชากรน้อยลง น้อยลง ไปทุกวันจนเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ หากเราช่วยให้สัตว์เหล่านี้มีชีวิตรอดกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ ก็จะเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศไม่น้อยเลยทีเดียว

การช่วยเหลือสัตว์ทะเลเหล่านี้ มีความสำคัญตั้งแต่คนที่พบเจอคนแรก ไปจนถึงความเร็วในการช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม โลมา วาฬ พะยูน ที่มักจะเกยตื้นเมื่อมีอาการหนัก ความเร็ว การสังเกต และการดูแลเบื้องต้นที่ถูกต้องจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับสัตว์ทะเลหายากได้มาก

Advertisement

ในการช่วยเหลือสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น โลมา วาฬ พะยูน ต้องประเมินตั้งแต่สภาพสิ่งแวดล้อมที่เจอการเกยตื้น เพราะทุกอย่างมีผลต่อสัตว์ เช่น อากาศที่ร้อน สัตว์ต้องตากแดด อาจมีผลต่อการขาดน้ำและช็อค หรือ พื้นที่โขดหิน หาดโคลน พบเศษขยะแหลมคม ก็ต้องระมัดระวังในการย้ายสัตว์ ขณะที่สภาพของสัตว์นั้น ก็สำคัญ หรือแม้กระทั่ง ฝูงชนที่มามุงคนทำให้สัตว์เครียด ตื่นตกใจ สัตว์ที่อายุมาก ขนาดใหญ่ อาการจะทรุดเร็วเนื่องจากแรงกดทับจากน้ำหนักของสัตว์ จนทำให้หายใจลำบากได้

การเข้าช่วยเหลือสัตว์นั้น ต้องเข้าหาอย่างระมัดระวัง ไม่ส่งเสียงดัง ระมัดระวังปากและหาง เพราะสัตว์ที่เครียดและก้าวร้าว จะทำร้ายคนได้โดยการใช้หางตีหรือสะบัดหัว จากนั้นคือการพยุงอาการไม่ให้บาดเจ็บเพิ่ม ปกป้องรูหายใจ ในวาฬและโลมา รูหายใจเปรียบเหมือนจมูกอยู่บริเวณส่วนหัว ต้องให้แน่ใจว่าไม่มีน้ำ หรือทราย เข้าไปในรูซึ่งต่อโดยตรงเข้าสู่ปอด ปกป้องดวงตา และระมัดระวังครีบอกที่ข้างลำตัว ซึ่งถ้าหักจะส่งผลต่อการควบคุมทิศทางในการว่ายน้ำ รวมถึงการลดความเครียดให้กับสัตว์ ให้ความชุ่มชื้น ใช้ผ้าเปียกคลุมลำตัว โดยเปิดส่วนครีบหลังไว้เพื่อให้ระบายความร้อน หาร่มเงา ปกป้องแดด เนื่องจากผิวหนังไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับแสงแดดโดยตรง

จากนั้นจึงเข้าสู่การประเมินสัตว์โดยสัตวแพทย์ ทั้งอุณหภูมิร่างกาย ระบบไหลเวียนโลหิต และตรวจร่างกายโดยละเอียด ก่อนจะเคลื่อนย้ายเพื่อพักฟื้น โดยต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์อื่น เพื่อป้องกันโรคติดต่อ มีพื้นที่กว้างมากพอที่จะเคลื่อนไหวว่ายน้ำได้โดยไม่ชนขอบบ่อ และ มีผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สัตว์กลุ่มนี้ จะเข้าสู่การฟื้นฟูร่างกาย รักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่จากภาวะขาดน้ำและภาวะช็อค ให้อาหารทางสายยาง ให้ยารักษาตามอาการ ก่อนจะประเมินว่าสุขภาพดีพร้อมหรือไม่ จนถึงปล่อยลงทะเล ที่แม้จะปล่อยลงไปแล้ว ก็ต้องเฝ้าระวัง ป้องกันการเกยตื้นซ้ำอีก

ในขณะที่เต่าทะเล แม้อาจจะไม่เร่งด่วนเท่า แต่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เต่าที่พบเกยตื้นชายหาด ส่วนใหญ่มักมีสภาพอ่อนแรง หากอยู่กลางแจ้ง ให้รีบนำเข้าที่ร่ม สงบจากผู้คน โดยการขนย้ายไม่จำเป็นต้องแช่น้ำ ให้คลุมผ้าเปียกส่วนกระดองเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันอันตรายกับปอด ในกรณีที่เต่าทะเลติดเครื่องมือประมง ซึ่งมักจะสำลักน้ำ ต้องหนุนส่วนท้ายของเต่าสูงขึ้น 20 ซม. เพื่อให้น้ำที่สำลักไปปอดไหลลงมา และการขนย้ายนั้นไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมง จากนั้นจึงส่งต่อให้สัตวแพทย์ดูแลรักษาต่อไป

เมื่อเต่าทะเลเข้าสู่ระยะพักฟื้น ก็จะผ่านการประเมินสุขภาพโดยสัตวแพทย์ ที่ต้องใช้เครื่องมือ ตรวจระบบต่างๆ ของร่างกาย ระบบการหายใจ ไปจนถึงการลอยตัว โดยละเอียด ก่อนนำไปรักษาพยาบาลต่อ ในที่เงียบ ไม่มีเสียงหรือไฟรบกวน เต่าที่ว่ายน้ำได้ สามารถใส่น้ำได้ปกติในความลึก 60 ซม.หรือมากกว่า แต่เต่าที่ซึม อ่อนแรง ไม่ว่ายน้ำ ควรใส่แต่พอดีเพื่อป้องกันการจมน้ำ  และค่อยๆดูแล รักษาพยาบาลเต่าทะเลจนหายดีเพื่อส่งคืนสู่ท้องทะเล

แม้ว่าทุกขั้นตอนอาจจะยากและใช้ความระมัดระวังมาก แต่เราทุกคนก็มีส่วนในการช่วยเหลือสัตว์ทะเลเหล่านี้เบื้องต้นได้ หากพบ เต่าทะเลเกยตื้น โลมา วาฬ พะยูน บาดเจ็บ สัตว์ทะเลติดอวนหรือได้รับอันตราย สามารถโทรแจ้ง 1362 พร้อมแจ้งอาการสัตว์เบื้องต้นและพิกัดให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลเบื้องต้นได้ รวมไปถึงการท่องเที่ยวอย่างถูกวิธี อนุรักษ์สัตว์ใต้ทะเล และปรับพฤติกรรมของเราเพื่อไม่เป็นการรบกวนสัตว์ทะเลเหล่านี้ ก็จะช่วยต่อชีวิตเหล่าสัตว์โลกได้อีกมาก

ดั่งพระปณิธานของ  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผ่าน มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ที่ทรงช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก ทั้งสัตว์ที่บาดเจ็บ รวมทั้ง ปลูกหญ้าทะเล และสร้างความตระหนักรู้ ผ่าน 4 มิติ อนุรักษ์ วิจัย ช่วยเหลือ และ รณรงค์ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ท้องทะเลไทย